วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เริ่มวันนี้จับจริงเล่นมือถือขณะขับรถ

ตำรวจขยายผลคุมเข้มกฎจราจร จับจริงคนใช้มือถือขณะขับรถ เริ่มวันนี้ พร้อมเดินหน้าจัดระเบียบจราจรห้างฯ ดัง

วานนี้ (4 ส.ค.) พล.ต.อ.วุฒิ ลิปตพัลลภ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก ผู้บังคับการตำรวจจราจร (ผบก.จร.) แถลงความคืบหน้าการบังคับใช้กฎหมายจราจรตามมาตรการ "5 จริง" และ"จับจริง 5 จอม" รวมทั้งขยายการปฏิบัติไปยังความผิดฐานใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับขี่รถ

นอกจากนี้ยังร่วมลงนามความร่วมมือ (เอ็มโอยู) กับสมาคมศูนย์การค้าไทย สมาคมค้าปลีกไทย เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าชั้นนำ 83 แห่งทั่วกรุงเทพฯ

"หลังดำเนินมาตรการ 5 จริง และจับจริง 5 จอมได้ผลดีเราจึงขยายการปฏิบัติไปยังจุดตัดทางเข้าห้างสรรพสินค้า จากนั้นจะต่อด้วยตลาด และโรงเรียน" พล.ต.อ.วุฒิ กล่าว

โดยแนวทางแก้ปัญหาร่วมกันเบื้องต้นเป็นการจัดอาสาสมัครจราจรของห้างสรรพสินค้า เพิ่มพื้นที่จอดรถเลดี้พาร์ค หรือที่จอดรถคนพิการ ในบริเวณที่เหมาะสม จัดพื้นที่จอดรถให้เต็มที่ละชั้น ตั้งศูนย์ประสานงานจราจรภายในห้างสรรพสินค้า ซึ่งเชื่อว่ามาตรการเหล่านี้จะช่วยลดผลกระทบการจราจรในภาพรวมได้

นอกจากนี้ตำรวจจะเริ่มจับกุมผู้ใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถ เช่น เล่นไลน์ เล่นเกม ดูข้อมูลในอินเทอร์เน็ต เนื่องจากเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ และทำให้จราจรติดขัดเนื่องจากผู้ขับขี่ไม่มีสมาธิ และไม่ได้สนใจสัญญาณไฟเขียวทำให้รถเคลื่อนตัวช้า โดยเริ่มจับจริงจังตั้งแต่วันนี้ (5 ส.ค.) เป็นต้นไป

ด้าน พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวว่า ในการจับจะมีการบันทึกภาพผู้กระทำความผิดเป็นหลักฐาน ก่อนส่งใบสั่งจับปรับถึงบ้าน ทั้งนี้รวมถึงการนำอุปกรณ์ที่วางมือถือมายึดติดกับพวงมาลัยรถยนต์ หรือคอนโซลด้านหน้าบริเวณแผงสัญญาณการขับขี่เพื่อใช้โปรแกรมแชทในขณะขับรถด้วย เว้นแต่วางไว้แล้วเปิดลำโพงเพื่อสนทนาสามารถทำได้

ส่วนการวางมือในช่องใส่โทรศัพท์ หรือที่วางด้านข้างที่ไม่อยู่ในระดับสายตาที่เหลือบมองได้ก็สามารถวางได้เช่นกัน สำหรับการพฤติการณ์ขับขี่ลักษณะนี้มีความผิดตามกฎหมาย โดยมีโทษปรับไม่เกิน 400-1,000 บาท

อนึ่ง ผลการปฏิบัติตามนโยบาย 5 จริง และจับจริง 5 จอมในรอบ 6 สัปดาห์ทั่วประเทศพบว่า มีการยกรถ 2,389 ราย ล็อกล้อ 83,171 ราย ขัง 8,217 ราย และจับกุมความผิดจราจร 570,272 ราย

ส่วนผลปฏิบัติตามนโยบาย 5 จอม มีการจับกุมจอมปาด 17,815 ราย จอมล้ำ 22,602 ราย จอมขวาง 9,431 ราย จอมย้อน 19,773 ราย และจอมปลอม 4,157 ราย เฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ จับจอมปาด 5,668 ราย จอมล้ำ 8,929 ราย จอมขวาง 2,252 ราย จอมย้อน 4,577 ราย และจอมปลอม 1,682 ราย