"พล.อ.ฉัตรชัย"เปิดโครงการกำจัดผักตบชวาจ.อยุธยา ระบุคสช.มีแผนบริหารน้ำในทุกมิติ หวังเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ
พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก (ผช.ผบ.ทบ.) ในฐานะรองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะประธานกรรมการกำหนดนโยบายและบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ได้เป็นประธานในพิธีเปิด "โครงการกำจัดผักตบชวาในแหล่งน้ำพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อการระบายน้ำ ตามนโยบายการบริหารจัดการน้ำ ของ คสช. ที่บริเวณถนนเลียบคลองเปรมประชากร ตำบลบางกระสั้น อำเภอบางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมีนายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และ นายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมโยธาธิการ และผังเมือง ให้การต้อนรับ ทั้งนี้โครงการดังกล่าวจัดขึ้นโดยกรมโยธาธิการ และผังเมือง กระทรวงมหาดไทย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำของแม่น้ำ ทำให้ลดปัญหาการเกิดอุทกภัยในช่วงฤดูฝน
โดยจากการสำรวจผักตบชวาทั่วประเทศ พบว่ามีปัญหาต่อการระบายน้ำประมาณ 78,000 ไร่ โดยอยู่ในพื้นที่ภาคกลางลุ่มน้ำเจ้าพระยา -ท่าจีน ประมาณร้อยละ 80 และในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยาเป็นพื้นที่หนึ่งที่มีปัญหากีดขวางการระบายน้ำเป็นอย่างมาก ดังนั้นทางกระทรวงมหาดไทยจึงได้เร่งกำจัดผักตบชวาในแหล่งน้ำในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา และแหล่งน้ำสาขา 6 พื้นที่คือ แม่น้ำน้อยบริเวณหลังตลาดผักไห่ คลองบ้านกรด ต.บ้านกรด คลองเปรมประชากร ต.บางกระสั้น แม่น้ำป่าสัก บริเวณวัดพนัญเชิง คลองหันตรา ต.หันตรา และ คลองโพธิ์ ต.คุ้งลาน รวมพื้นที่ 445 ไร่ สามารถกำจัดผักตบชวาได้ จำนวน 34,000 ตัน ซึ่งใช้เรือกำจัดผักตบชวาของกรมโยธาธิการ และผังเมือง จำนวน 6 ลำ และเรือกรมการทหารช่างกองทัพบก จำนวน 1 ลำ ในการตักเก็บผักตบชวา และวัชพืชไปทิ้งยังที่ชายฝั่งริมแม่น้ำ และลำเลียงผ่านสายพานลำเลียงใส่รถบรรทุกไปทิ้งยังพื้นที่ที่จัดเก็บไว้ อย่างไรก็ตาม จะเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำแล้วยังจะช่วยลดปัญหาการเกิดอุทกภัยในช่วงฤดูฝน รวมทั้งทำให้ประชาชนที่ใช้การคมนาคมทางน้ำ มีความสะดวกยิ่งขึ้น ประชาชนมีน้ำไว้ใช้อุปโภค บริโภค การเกษตรกรรม ลดแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์มีพิษ
ทั้งนี้ พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะหัวหน้า คสช. ได้สั่งการให้มาดูการขับเคลื่อนการทำงานในพื้นที่ โดยเฉพาะการกำจัดผักตบชวาในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งถือว่าเป็นกิ่งหนึ่งในการบริหารจัดการน้ำทั้งประเทศ ซึ่งการทำงานของกรมโยธาธิการและ ผังเมือง ของกระทรวงมหาดไทย ได้ดำเนินการในเรื่องนี้อยู่แล้ว
ทั้งนี้เรามีแผนงานใหญ่ที่ได้วางกรอบไว้ทั้งหมดที่จะตอบสนองในเรื่องการบริหารจัดการน้ำทุกมิติไม่ว่าจะเป็นเรื่องของน้ำท่วมน้ำแล้ง หรือ การกักเก็บน้ำในการใช้งานในระยะต่อไป การขุดลอกคูคลองในครั้งนี้จะช่วยให้น้ำระบายไหลได้เร็วขึ้น อีกทั้งในพื้นที่ดังกล่าว จะเชื่อมโยงกับแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งจะทำให้พื้นที่บริเวณที่มีน้ำท่วมขังระบายออกได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีโครงการพื้นที่แก้มลิงในการรองรับน้ำในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งกระบวนการน้ำจะต้องทำให้เกิดเป็นระบบให้มากที่สุดซึ่งขณะนี้มีความพร้อมทุกภาคส่วน ในการบริหารจัดการน้ำ จึงมั่นใจว่าจะสามารถบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ









