วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

จี้ผู้ว่ารถไฟลาออกรับผิดชอบเหตุ'น้องแก้ม'ถูกฆ่าข่มขืน

องค์กรสตรีฯจี้ผู้ว่าการรถไฟลาออกแสดงความรับผิดชอบ หลังเกิดเหตุสลด เด็ก13ปี ถูกฆ่าข่มขืนบนรถไฟ

องค์กรสตรี จี้ผู้ว่าการรถไฟฯ ลาออกแสดงความรับผิดชอบ หลังเกิดเหตุสลด เด็ก13ปี ถูกฆ่าข่มขืนบนรถไฟ มี เหล้าเป็นตัวกระตุ้น ด้าน“เครือข่ายงดเหล้า”จี้ สธ.ผลักดันกฎหมายห้ามขาย-ดื่มน้ำเมาบนรถไฟรวมถึงตู้เสบียง เชื่อช่วยลดปัญหาอาชญากรรม-ทะเลาะวิวาท-คุกคามทางเพศ

วันนี้ (8ก.ค.57) นายจะเด็จ เชาวน์วิไล ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล กล่าวถึงกรณี ด.ญ.วัย13 ปี ถูกฆ่าข่มขืนบนรถไฟ โดยผู้ก่อเหตุรับสารภาพว่าดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนก่อเหตุว่า สถานการณ์เหล่านี้เคยมีบทเรียนและเกิดขึ้นมาแล้วจนกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่สะสมมานานแทบทุกพื้นที่ เช่น บนรถไฟ ป้ายรถเมล์ รถโดยสารประจำทาง รถตู้ วินมอเตอร์ไซค์ เนื่องจากระบบขนส่งสาธารณะยังไม่ถูกพัฒนา อย่างกรณีเด็ก13ปี ถือเป็นเหตุการณ์ที่รุนแรงสังคมรับไม่ได้ และครอบครัวคือผู้ที่บอบช้ำที่สุด จากการกระทำซึ่งมีการเตรียมการก่อนก่อเหตุโดยมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นตัวกระตุ้น ส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของการรถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ท.) ผู้โดยสารทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเกิดความระแวงห่วงเรื่องความปลอดภัยอย่างแน่นอน

“ท่าทีล่าสุดของผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยไม่เป็นที่น่าพอใจ แม้ผู้ก่อเหตุจะไม่ใช่พนักงานของการรถไฟโดยตรง แต่ก็เป็นบริษัทเอกชนที่การรถไฟฯจ้างมา ดังนั้นผู้ว่าการรถไฟฯควรแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออก และผู้ที่จะเข้ามาดูแลบริหารจัดการแทน ควรคัดเลือกคุณสมบัติพนักงานและเข้มงวดอบรมพนักงานให้มีทัศนคติหญิงชายในมิติที่ดี ควรตรวจสอบคุณสมบัติของพนักงานบริษัทเอกชน หากพบว่ามีข้อบกพร่องก็ไม่ควรทำสัญญาว่าจ้างต่อ ที่สำคัญควรมีการปฏิรูประบบปัญหาสังคมที่มีผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะเป็นปัญหาที่เรื้อรังมานาน” นายจะเด็จ กล่าว

ด้าน นายธีระ วัชรปราณี ผู้จัดการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนระบบความปลอดภัยบนรถไฟที่ยังหละหลวม ที่ผ่านมาเครือข่ายฯเคยเสนอต่อกระทรวงสาธารณสุข(สธ.)ให้ยกร่างกฎหมายห้ามขายห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนรถไฟรวมถึงตู้เสบียงเพื่อป้องกันปัญหาอาชญากรรม ทะเลาะวิวาท คุกคามทางเพศ แม้ปัจจุบันจะมีประกาศของการรถไฟฯแต่ยังไม่ครอบคลุมแก้ปัญหาดังกล่าวไม่ได้

นายธีระ กล่าวว่า จากข้อมูลที่เครือข่ายฯได้ลงพื้นที่สำรวจความคิดเห็นของผู้โดยสารรถไฟที่มีอายุ15 ปีขึ้นไป ต่อปัญหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนรถไฟในพื้นที่สถานีหัวลำโพง สามเสน บางเขน บางซื่อ หลักสี่ ธนบุรี ลาดกระบัง หัวหมาก ระหว่างวันที่ 3-10 ธ.ค.2556 จำนวน1,160 ตัวอย่าง พบว่า85.95% เห็นว่าการขายและดื่มสุราบนรถไฟเป็นปัญหาใหญ่และส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้โดยสาร ส่วน 44.23% เห็นว่าเสียงดังรบกวนสร้างความรำคาญ 29.31% เห็นว่าเป็นสาเหตุของการทะเลาะวิวาท 10.60% เห็นว่าเป็นสาเหตุของอุบัติเหตุ ส่วนอีก 8.45% เห็นว่าเป็นสาเหตุของการลวนลาม คุกคามทางเพศ และ 7.41% เห็นว่าเป็นสาเหตุของการลักขโมย โดยกลุ่มตัวอย่างเกือบทั้งหมด หรือ93.53% เห็นด้วยหากมีการออกกฎหมายห้ามขายห้ามดื่มสุราบนรถไฟเพราะจะช่วยให้ผู้โดยสารมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น และกลุ่มตัวอย่าง 86.03% เห็นด้วยหากกฎหมายนี้จะครอบคลุมไปถึงบริเวณสถานีรถไฟ

“กรณีนี้ชัดเจนคือดื่มสุราก่อนก่อเหตุ ซึ่งพนักงานรถไฟอาจซื้อขึ้นมาดื่มหรือมีการเร่ขายบนรถไฟ ซึ่งหากมีการออกกฎหมายดังกล่าว จะช่วยลดปัญหาความเดือดร้อนและปัญหาการคุกคามทางเพศ ทะเลาะวิวาทได้ อย่างไรก็ตาม ในเร็วๆนี้ทางเครือข่ายฯจะขอเข้าพบกระทรวงสาธารณสุขเพื่อทวงถามความคืบหน้าเกี่ยวกับร่างกฎหมายดังกล่าว เนื่องจากควรมีการเร่งผลักดันให้เกิดการบังคับใช้ " นายธีระ กล่าว