"ครูหยุย" หนุนแก้กม.ลงโทษหนักคดีข่มขืน ไม่ให้รับการลดหย่อนโทษ จี้ปรับปรุงมาตรา รปภ.รถไฟเข้มงวด
นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ เลขาธิการมูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก กล่าวถึงคดีฆ่าข่มขืน”น้องแก้ม” (นามสมมุติ) วัย 13 ปี เหตุเกิดบนขบวนรถไฟที่ 174 โบกี้ตู้นอนที่ 3 นครศรีธรรมราช-กรุงเทพ ว่า ปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศเด็กในปัจจุบันมีแนวโน้มมากขึ้น เหตุเพราะสังคมปัจจุบันเปลี่ยนไป มีสิ่งยั่วยุมากมาย และการละเมิดเกิดจากการเมาสุรา เสพยาเสพติด และยังมีการละเมิดจากเด็กในวัยเดียวกัน
ดังนั้นต้องมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มแข็ง อย่างกรณีน้องแก้มที่มีกระแสในโซเชียลเน็ตเวิร์คที่ให้มีการเพิ่มโทษในคดีข่มขืนด้วยการประหารสถานเดียวนั้นกฎหมายในเรื่องดังกล่าวก็มีการลงโทษที่ร้ายแรงอยู่แล้ว เพียงแต่เมื่อผู้ต้องหาถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต เมื่อกาลเวลาผ่านไปก็ได้รับการลดโทษในโอกาสสำคัญ
ดังนั้นควรจะแก้ไขเพิ่มหลักเกณฑ์ในคดีข่มขืนหรือคดีอุกฉกรรจ์ว่าผู้ต้องหาจะต้องไม่ได้รับลดโทษ ส่วนการประหารชีวิตจะต้องดูหลักกฎหมายและส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย
นายวัลลภา กล่าวอีกว่า คดีลักษณะเดียวกันกับน้องแก้มไม่ใช่คดีแรก ตามที่ผู้ว่า รฟท.ให้สัมภาษณ์ คดีลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว และได้มีมาตรการป้องกันไว้ แต่ก็เกิดเหตุการณ์ขึ้นอีก หากเป็นต่างประเทศผู้รับผิดชอบจะต้องลาออกไปแล้ว เพราะการเดินทางด้วยรถไฟถือเป็นคมนาคมที่ปลอดภัยที่สุด จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่รถไฟคอยตรวจตราดูแล จะมาอ้างเหตุผลอื่นไม่ได้ ดังนั้นถึงเวลาแล้วที่จะต้องมีการปรับปรุงมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยให้เข้มงวดขึ้น เช่นให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจตราทุกโบกี้ ในทุก ๆ 2 ชั่วโมง และควรให้ตำรวจรถไฟอยู่ในสังกัดของการรถไฟเช่นเดียวกับต่างประเทศ









