เจ้าท่าฯระยองนำเจ้าหน้าที่สำนักบังคับคดีลุยรื้อถอนรีสอร์ตเสม็ด3หลัง หลังศาลปกครองมีคำสั่งรื้อถอน
วันนี้( 3 ก.ค.) เจ้าหน้าที่สำนักบังคับคดีปกครอง สำนักงานศาลปกครอง กรุงเทพฯ พร้อมด้วย นายพีรธร นาคสุข เจ้าพนักงานตรวจท่าชำนาญงาน สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 6 สาขาระยองและเจ้าหน้าที่เดินทางข้ามไปเกาะเสม็ดหมู่ 4 ต.เพ อ.เมืองระยองไปตรวจสอบเรื่องการรื้อถอนรีสอร์ต 3 หลัง ที่ปลูกสร้างรุกล้ำลำน้ำในเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด
ตามที่สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาระยอง รายงานผลการดำเนินการตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดในคดีหมายเลขแดงที่ อ.242/2550 ระหว่างหัวหน้าสำนักงานขนส่งทางน้ำที่ 6 สาขาระยองผู้ฟ้องคดีกับเจ้าของรีสอร์ตทั้ง 3 หลัง ได้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างล่วงล้ำลำน้ำแล้ว การรายงานผลการดำเนินการตามคำพิพากษาประกอบเอกสารหลักฐาน ยังไม่ปรากฏข้อเท็จจริงที่ชัดแจ้งในส่วนของการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างถูกต้องครบถ้วนตามคำพิพากษาแล้วหรือไม่ จึงให้เจ้าท่าภูมิภาคที่ 6 สาขาระยอง ร่วมตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่สำนักบังคับคดี
จากนั้นเจ้าหน้าที่สำนักบังคับคดีปกครองพร้อมด้วยนายพีรธร นาคสุข เจ้าพนักงานตรวจท่าชำนาญงาน และเจ้าหน้าที่เดินทางไปตรวจสอบบริเวณซอยอ่าวละมุ หมู่ 2 ต.ชากพง อ.แกลง จ.ระยองที่สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 6 สาขาระยองฟ้องกลุ่มประมงปลูกสร้างล่วงล้ำลำน้ำ ตามพ.ร.บ.การเดินเรือน่านน้ำไทยบริเวณชายหาดใกล้หินสวย-น้ำใส รวม 11 หลังเมื่อปี 2547 ที่ผ่านมาและศาลปกครองมีคำพิพากษาเมื่อปี 2550 ให้รื้อถอน จำนวน 6 หลัง ส่วนอีก 5 หลังให้ยกฟ้องเนื่องจากไม่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของเจ้าท่าภูมิภาค ซึ่งอยู่ในอำนาจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในวันเดียวกันนี้เจ้าหน้าที่สำนักบังคับคดีปกครองมาดูความคืบหน้าของคดี ปรากฏว่าวันนี้ได้มาพบว่ามีการรื้อถอนไปแล้วจำนวน 3 หลังยังไม่ยอมรื้อถอนอีก 3 หลังและพบว่ามีการปลูกสร้างขึ้นใหม่ก็จะต้องดำเนินการตามกฏหมาย ซึ่งจะต้องรองบประมาณในการรื้อถอ
จากนั้นจึงเดินทางไปที่บริเวณคลองลาวน หมู่ 1 ต.ชากพง อ.แกลง จ.ระยอง เพื่อนำหนังสือให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างล่วงล้ำเข้าไปในลำคลองไปติด เนื่องจากพบว่ามีการปลูกสร้างโรงเรือนล่วงล้ำเข้าไปในลำคลองลาวน ลักษณะเป็นบ้านไม้ยื่นออกไปจำนวน 9 หลัง เป็นการกระทำความผิดฐานปลูกสร้างอาคารล่วงล้ำเข้าไปในลำคลอง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า มาตรา 117 แห่งพ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ.2456 แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา 23 แห่งพ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย(ฉบับที่ 14)พ.ศ.2535 จึงมีคำสั่งให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน 35 วัน นับแต่วันที่ปิดคำสั่งหากท่านประสงค์จะอุทธรณ์หรือโต้แย้งคำสั่งฉบับนี้ สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ภายใน 15 วันท่ามกลางความไม่พอใจของกลุ่มประมงและพร้อมที่จะอุทธรณ์คำสั่งฉบับนี้.






