"ม.ล.ปุณฑริก" รองปลัดแรงงานชี้"ขึ้นทะเบียนต่างด้าว" ช่วยแก้เกณฑ์สหรัฐ-ปิดช่องค้ามนุษย์
เมื่อเร็วๆ นี้ หน่วยงานภาครัฐและเอกชนไทยตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อีกครั้ง เมื่อหนังสือพิมพ์เดอะการ์เดียนเผยแพร่บทความกล่าวหา บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ใช้แรงงานผิดกฎหมาย ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของไทยเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกับการพิจารณาปรับระดับ "สถานการณ์การค้ามนุษย์" หรือ TIP Report ที่สหรัฐเป็นผู้จัดทำซึ่งในปีนี้จะมีการประกาศผลการตัดสินในวันนี้ (20 มิ.ย.)
เหตุที่ปีนี้ประเทศไทยถูกจับตาเป็นพิเศษเพราะหลายปีที่ผ่านมา รายงานชิ้นนี้จัดไทยอยู่ในระดับเทียร์ 2 (Tier 2 ) หมายถึง ถูกเฝ้าจับตา เนื่องจากไม่มีความคืบหน้าหรือมีพัฒนาการแก้ไขปัญหาค้ามนุษย์น้อยมาก
และในปีนี้ก็มีแนวโน้มว่า หากไม่อยู่ในสถานะเดิมก็อาจถูกปรับลดระดับเป็นเทียร์ 3 ซึ่งส่งผลกระทบต่อซื้อขายระหว่างรัฐกับรัฐ แม้จะไม่ถึงกับสร้างความเสียหายให้กับภาคธุรกิจระหว่างเอกชนกับเอกชนแต่ก็อาจส่งผลกระทบทางอ้อมไม่มากก็น้อย
อย่างไรก็ดี ในการจัดการปัญหาการค้ามนุษย์ของไทยในช่วงที่ผ่านมาก็มีความพยายามแก้ปัญหามาอย่างต่อเนื่องแต่ยังไม่ได้ผลเป็นรูปธรรม มิหนำซ้ำในบางมาตรการอาจเป็นการซ้ำเติมปัญหา เช่น เจ้าหน้าที่รัฐแสวงหาประโยชน์จากการปราบปราม ทำให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีคำสั่งเร่งด่วนในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ รวมถึงการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าว เป็นการเฉพาะ โดยมอบหมายให้กระทรวงแรงงานเป็นเจ้าภาพบูรณาการแก้ไขปัญหาดังกล่าว
จากสถานการณ์การค้ามนุษย์ที่เกิดขึ้น "กรุงเทพธุรกิจ" ได้สัมภาษณ์พิเศษ ม.ล.ปุณฑริก สมิติ รองปลัดกระทรวงแรงงาน หนึ่งในฟันเฟืองสำคัญของการแก้ไขปัญหานี้ และเป็นหนึ่งในทีมงานเจ้าหน้าที่ไทยที่เดินทางไปชี้แจงผลการดำเนินการแก้ไขปัญหาค้ามนุษย์ของไทยต่อสหรัฐ ทำให้เห็นข้อเท็จจริง รวมทั้งการแก้ไขปัญหาตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา
โดยเฉพาะกับรายงาน TIP Report นั้น ม.ล.ปุณฑริก เล่าว่า ที่ผ่านมาเป็นการทำงานแบบต่างคนต่างทำ แต่เมื่อหนึ่งปีที่ผ่านมาไทยทำได้ดี โดยแต่ละหน่วยงานร่วมมือกันทำงานอย่างเป็นระบบ มีการนำข้อมูลของแต่ละหน่วยมาหารือกันซึ่งแสดงให้เห็นถึงปัญหาของแต่ละหน่วยงานจึงนำไปสู่การแก้ไขได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ระบบการทำงานที่นำมาใช้นั้นเป็นไปตามกระบวนการ 5 P คือ 1.มาตรการด้านการดำเนินคดีและบังคับใช้กฎหมาย (Prosecution and Law Enforcement) 2.มาตรการด้านการคุ้มครองและฟื้นฟูเยียวยา (Protection and Recovery)
3.มาตรการด้านการป้องกัน (Prevention) 4.การกำหนดนโยบายและกลไกในการผลักดันนโยบาย (Policy and Mechanisms to drive the policy) และ 5.มาตรการในการสร้างหุ้นส่วน (Partnership) ทำให้เห็นภาพปัญหาชัดเจนขึ้น
"การที่สหรัฐให้ไทยตกอันดับก็ไม่ได้หมายความว่า ไทยจะหยุดกระบวนการแก้ไขปัญหา แต่เราจะทำให้ดียิ่งขึ้น ประเทศไทยนั้นยึดมั่นในการคุ้มครองดูแลแรงงานที่อยากให้แรงงานเข้าระบบอย่างถูกต้องก็เพราะอยากให้แรงงานได้รับการคุ้มครอง (เช่น ค่าแรงขั้นต่ำสิทธิรักษาพยาบาล) หากเป็นแรงงานเถื่อนก็ไม่สามารถนำงบไปดูแลได้"
ขณะเดียวกันการนำแรงขึ้นทะเบียนในระบบนั้นยังช่วยแก้ปัญหาค้ามนุษย์ที่เกิดขึ้นจากการลักลอบเมืองโดยผิดกฎหมายด้วย ซึ่งในส่วนนี้ทางการไทยได้ลงนามบันทึกความร่วมมือ (เอ็มโอยู) กับประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ ลาว เมียนมาร์ และกัมพูชา เพื่อนำเข้าแรงงานแบบระบบรัฐต่อรัฐทำให้สามารถนำแรงงานเข้ามาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ทั้งนี้ในรายงาน TIP Report นั้น รองปลัดกระทรวงแรงงาน ระบุว่า ไทยถูกจับตาเป็นพิเศษในเรื่องการใช้แรงงานบังคับในกิจการ "ประมง" โดยเรือประมงนั้นแบ่งได้เป็น 3 ประเภท คือ เรือประมงชายฝั่ง เรือประมงในน่านน้ำ และเรือประมงนอกน่านน้ำ
ประเด็นปัญหาใหญ่อยู่ที่ "เรือประมงนอกน่านน้ำ" เมื่อลงเรือไปแล้วมีกระแสว่า อาจจะไม่ได้กลับมา รวมทั้งมีการขาย ทารุณ ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องจริงแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีไปแล้ว
อย่างไรก็ดี ม.ล.ปุณฑริก บอกว่า ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงานทั้งตำรวจน้ำ ตำรวจป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ทหารเรือ และกรมสอบสวนคดีพิเศษก็ช่วยกันสืบสวนจับกุมดำเนินคดีมาแล้วก็ไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นสายนายหน้าทั้งคนไทยหรือคนต่างชาติที่มากระทำผิดในประเทศ แต่ก็ยอมรับว่ายังเป็นประเด็นปัญหาที่ต้องแก้ไขกันอยู่ตลอด
"แรงงานประมงที่เป็นแรงงานต่างด้าวคาดว่า น่าจะเป็นแรงงานที่ผิดกฎหมาย กระทรวงจึงมีนโยบายในการผ่อนผันให้จดทะเบียนแรงงานต่างด้าวในกิจการประมง ปีละ 2 ครั้ง เพื่อให้แรงงานที่ทำงานอยู่แล้วเข้าระบบให้ถูกกฎหมายเพื่อให้ตรวจสอบได้ว่าแรงงานเหล่านั้นถูกบังคับหรือไม่ มีการจ้างงานถูกต้องหรือไม่"
นอกจากนี้ ม.ล.ปุณฑริก บอกว่า กระทรวงแรงงานยังจัดตั้งศูนย์ประสานงานประมง 7 จังหวัด ใน 22 จังหวัดที่ติดชายฝั่งทะเลเพื่อเป็นศูนย์ที่ทำงานร่วมกันระหว่างสมาคมประมงกับหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง
ศูนย์ดังกล่าวเป็นการแยกศูนย์บริการให้ต่างหากจากแรงงานต่างด้าวกิจการอื่นๆ โดยถ้าเจ้าของเรือรายใดมีความต้องการแรงงาน สามารถแจ้งกับเจ้าหน้าที่ของศูนย์ได้หรือหากมีแรงงานอยู่แล้วก็สามารถพามาจดทะเบียนได้เช่นกัน
นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์รวบรวมข้อมูลต่างๆ อาทิ ข้อมูลทะเบียนเรือประมงจดทะเบียนจากกรมเจ้าท่าและกรมประมง ข้อมูลการตรวจสอบแรงงาน โดยมีการอบรมให้ความรู้เรื่องสิทธิให้กับแรงงานต่างด้าว อบรมผู้ประกอบการเจ้าของเรือ ตลอดจนการช่วยเหลือเยียวยาแรงงาน
รวมถึงการตรวจคุ้มครองแรงงานประมง ทั้งในเรือ บนฝั่ง และกิจการที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์สากล โดยการตรวจคุ้มครองแรงงานจะมีกรมสวัสดิการและแรงงาน ตรวจร่วมกับทีมสหวิชาชีพทั้ง 22 จังหวัด
ม.ล.ปุณฑริก เห็นว่า มาตรการต่างๆ ที่ออกมาแก้ไขปัญหานั้นทำให้เห็นว่า ประเทศไทยมีการดูแลแก้ไขปัญหาได้ดี ไม่มีนโยบายที่จะเอารัดเอาเปรียบแรงงาน หรือปล่อยปละละเลยที่จะมีการบังคับใช้แรงงาน ไม่ใช่นั้นคงไม่มีแรงงานเข้ามาทำงานในประเทศไทยค่อนข้างมากอย่างนี้
"ด้วยความที่มีแรงงานเข้ามาเป็นจำนวนมาก แต่จำนวนแรงงานเข้าสู่การจดทะเบียนค่อนข้างน้อย อาจจะด้วยความไม่เข้าใจ หรือความไม่รับผิดชอบไม่ว่าจะเป็นของใครก็ตาม ถ้าเข้าสู่ระบบเรื่องปัญหาการค้ามนุษย์ก็คงไม่เกิดขึ้น"









