ผู้ว่ากนอ.ขอความร่วมมือ157รง.5นิคมอุตฯเข้มไม่ให้ก่อปัญหากลิ่น ย้ำไม่ให้ความร่วมมือพร้อมเล่นงาน
จากกรณีกลิ่นแก๊สรั่ว จนส่งผลให้ประชาชนรอบโรงงานนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง ที่สูดดมเข้าไป เกิดอาเจียน วิงเวียนศีรษะ และถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลมาบตาพุด รวม 5 ราย หลังแพทย์ดูอาการอนุญาตให้กลับบ้านได้วันเดียวกัน เหตุเกิดวันที่ 7 มิ.ย. ที่ผ่านมา
นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.)ได้เดินทางมาดูความคืบหน้าการตรวจสอบหาโรงงานที่ทำให้เกิดกลิ่นแก๊สรั่ว และได้นำผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยด้านปิโตรเคมีจากบริษัท เอ็นพีซี เอสเอ็มอี เข้ามาดูในด้านเทคนิค พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันปิโตรเลี่ยมไทย ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานที่จะระบุโรงงานไหน เป็นผู้ทำให้เกิดกลิ่นเหม็น
อย่างไรก็ตามเรื่องนี้กนอ.ได้ให้ความสำคัญอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสื่อสารกับชุมชน ปัจจุบันได้มีการขยายเครือข่ายลงไปถึงแกนนำในชุมชน กนอ.จะพยายามควบคุมอย่างเต็มที่ไม่ให้เกิดเหตุขึ้นอีก ขณะเดียวกันเรื่องการหยุดซ่อมบำรุง การขนถ่ายผลิตภัณฑ์วัตถุดิบ ต้องมีการควบคุมอย่างรัดกุม
นอกจากนี้กนอ.ได้มีหนังสือแจ้งเตือน ขอความร่วมมือผู้ประกอบการโรงงานรวม 157 โรงงาน ในพื้นที่ 5 นิคมอุตสาหกรรม ให้เฝ้าระวังกำชับการปฏิบัติงานด้านสิ่งแวดล้อมความปลอดภัย โดยเฉพาะเรื่องกลิ่นเป็นพิเศษ และหลังจากนี้ก็จะเข้าไปตรวจสอบว่าผู้ประกอบการ ปฏิบัติตามคำขอความร่วมมืออย่างรัดกุมหรือไม่
ขณะนี้ได้ทำหนังสือขอความร่วมมือไปยังผู้ประกอบการทุกโรงงานแล้ว เพื่อช่วยกันเฝ้าระวังไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นอีก แต่ถ้าโรงงานใดไม่ปฏิบัติตามก็จะมีโทษหนัก ส่วนกรณีที่มีกลิ่นเหม็นคล้ายกลิ่นทุเรียนเน่า ส่งผลให้มีผู้ได้รับผลกระทบเรื่องกลิ่นจนเกิดอาเจียน วิงเวียนศีรษะ ต้องเข้ารักษาอาการที่โรงพยาบาล
มาบตาพุด เหตุเกิดวันที่ 9 มิ.ย. ที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่กนอ.ได้เข้าตรวจสอบโรงงานที่ต้องสงสัยในนิคมอุตสาหกรรมเอเซียรวมทั้ง 13 แห่ง ที่มีความเกี่ยวข้องเรื่องกลิ่นระหว่างการเข้าตรวจสอบคือโรงงานพูแรค(ประเทศไทย)พบกลิ่นบริเวณบ่อบำบัดน้ำเสียของโรงงาน และได้มีคำสั่งปิดให้แก้ไขปรับปรุงไปเรียบร้อยแล้ว
ส่วนโรงงานที่เหลืออีก 12 แห่ง ในนิคมเอเซีย ตรวจสอบแล้วไม่พบเหตุผิดปกติ อย่างไรก็ตามไม่ได้ปิดประเด็นทั้งหมด เพราะเป็นการตรวจสอบขั้นต้น ต้องขอข้อมูลในเชิงลึกของทุกโรงงานมาทั้งหมด มาตรวจสอบรายละเอียดว่า มีข้อมูลอะไรที่ผิดพลาด แสดงถึงการผิดพลาด หรือการหยุดเดินเครื่องจักรในช่วงวันที่ 6 ,7และ 8 มิ.ย. หรือไม่
"เราได้เอ็กซเรย์พื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรมเอเซียโรงงานทั้ง 13 โรงงานที่อยุ่เหนือลม ในคืนวันเสาร์ที่ 7 มิ.ย. ในเชิงลึกคงต้องใช้ระยะเวลา 7 วันที่จะเอาข้อมูลต่างๆมาดู โดยผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยด้านปิโตรเคมี ช่วงนี้เราให้ความสำคัญเป็นพิเศษคือ 1.สั่งให้โรงงานพูแรค(ประเทศไทย)หยุดเดินเครื่องจักร โดยระบบจะไม่สามารถที่จะหยุดได้ทันที ต้องลดกำลังการผลิตลงไปเรื่อยๆ และขณะนี้ได้รับรายงานว่าจะสามารถลดกำลังการผลิต 100% ประมาณวันที่ 17 - 18 มิ.ย. ปัจจุบันนี้ลดกำลังการผลิตเหลือ 30 % วัตถุดิบหรือของที่อยู่ในขบวนการผลิตค่อยๆทยอยออกมา น้ำเสียในโรงบำบัดก็ต้องนำออกมา ซึ่งก็ได้กำชับโรงงาน ต้องมีมาตรการในการที่จะลดกำลังการผลิตจนสามารถหยุดเดินเครื่องจักรได้โดยที่ไม่ก่อให้เกิดปัญหาเรื่องกลิ่นอีก ต้องทำอย่างเป็นระบบ "
ดร.วีรพงศ์ กล่าวว่า สำหรับโรงงานอื่นๆที่มีแผนจะหยุดซ่อมบำรุงในช่วงนี้ขบวนการหยุดซ่อมบำรุง ต้องมีการดูแลปัญหาเรื่องกลิ่น ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญอยู่ในขณะนี้ เรื่องมาตรการการเฝ้าระวังป้องกันก็เป็นอีกมาตรการที่ต้องเน้นย้ำมาโดยตลอด สร้างความเข้าใจให้กับประชาชน โดยได้ทำสมุดคู่มือแจกเรื่องกลิ่นให้ประชาชนทราบ ว่ากลิ่นมีกี่ประเภทในเบื้องต้นที่ได้สัมผัสในพื้นที่ พร้อมแนะนำวิธีปฏิบัติตัวอย่างไร ในการป้องกันตัวเองก่อน ก่อนที่จะมีการอพยพ ต้องมีการซักซ้อมเพิ่มเติม นอกจากนี้เรื่องระบบการสื่อสาร การเตือนภัย ป้ายข้อมูล จะต้องมีความพร้อม ต้องมีการซักซ้อมเพิ่มเติมกันใหม่ เพื่อที่จะรับมือกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น.






