วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ช่วยสาวไทยถูกหลอกค้ากามที่เกาหลี

มูลนิธิปวีณาฯประสานหน่วยงานเกี่ยวข้อง เข้าช่วยเหลือหญิงไทย5ราย หลังถูกหลอกค้ากามที่เกาหลี

ตามที่น.ส.ก้อย (นามสมมุติ) อายุ 31 ปี เข้าร้องขอความความช่วยเหลือกับนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี(องค์กรสาธารณประโยชน์) ที่สำนักงานมูลนิธิปวีณาฯ จ.ปทุมธานี ในวันที่ 3 พ.ค. ขอให้ช่วยเหลือ น.ส.กานต์(นามสมมุติ)อายุ 28 ปี น้องสาวที่ถูกหลอกไปทำงานร้านนวดสปาที่ประเทศเกาหลี แต่กลับถูกบังคับให้ขายบริการทางเพศ หากไม่ทำตามก็จะถูกทำร้ายร่างกาย โดยในแต่ละวันจะได้นอนพักผ่อนเพียงวันละ 1 ชั่วโมงเท่านั้น

ภายหลังรับแจ้งทางมูลนิธิฯจึงได้ประสานความช่วยเหลือไปยัง นางสาวพัชรี แนวพานิช ผู้อำนวยการส่วนช่วยเหลือและคุ้มครองผู้ตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ และกลุ่มเสี่ยงชาวไทย สำนักป้องกันและแก้ไข้ปัญหาการค้าหญิงและเด็ก และนางมาลีวัลย์ ชินประยูร นักวิชาการทูตปฎิบัติการ กองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ กรมการกงสุล เพื่อร่วมกันประสานงานช่วยเหลือผู้เสียหาย จนกระทั่งได้รับการติดต่อกลับมาจากผู้เสียหาย ว่าได้รับการช่วยเหลือแล้ว

ต่อมาวันที่ 23 พ.ค. ทางสถานทูตไทยในประเทศเกาหลี ได้ส่งตัว น.ส.กานต์(นามสมมุติ)พร้อมหญิงไทย อีก 4 ราย รวม 5 ราย กลับประเทศไทย โดยมีเจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯ ให้การดูแล

น.ส.กานต์ (นามสมมุติ)อายุ 28 ปี กล่าวว่า ต้นเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา มีคนไทยชื่อนางบุตร อายุประมาณ 40 ปี ซึ่งรู้จักกันชักชวนให้ไปทำงานที่ร้านนวดสปา ประเทศเกาหลี โดยอ้างว่าจะได้เงินดี และจะดำเนินการเรื่องเอกสารการเดินทางให้ทั้งหมด ต่อมาเมื่อวันที่ 11 มี.ค. มีชายชาวเกาหลี บินมาเมืองไทย เพื่อทดสอบฝีมือการนวด จากนั้นก็ได้กลับประเทศเกาหลีไป และให้น้องสาวตนเดินทางไปประเทศเกาหลีในวันที่ 15 มี.ค.โดยนางบุตร เป็นคนพาไปส่งไว้ที่ร้านนวด ย่านถนนรัชดาภิเษก ก่อนที่จะเดินทางไปสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งก็ได้พบกับหญิงคนไทยที่จะเดินทางไปด้วยกันอีก 1 คน

ในวันต่อมาได้เดินทางไปถึงประเทศเกาหลี มีชาวเกาหลีรอรับอยู่ที่สนามบิน และพาไปที่ร้าน นวดสปา ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองอินซอน จากนั้นชายชาวเกาหลีก็ได้ยึดโทรศัพท์มือถือไว้ ทั้งยังกักขัง ไม่ให้ออกไปไหน ซึ่งที่พักกับที่ทำงานจะเป็นประตูรีโมท มีคนเฝ้าอยู่ตลอดเวลา เมื่อมีลูกค้ามาซื้อบริการ เจ้าของร้านจะเป็นคนไปนำตัวมาและบังคับให้ทำงาน ขายบริการทางเพศ หากไม่ทำตาม จะถูกทำร้ายร่างกาย และในแต่ละวันจะได้นอนพักเพียงวันละ 1 ชั่วโมงเท่านั้น ซึ่งแต่ละครั้งที่ตนให้บริการไม่เคยได้รับเงินเดือนเลย โดยทางเจ้าของร้านนวดสปา อ้างว่า ต้องหักค่าใช้จ่าย ค่าอาหารและที่พัก และอื่นๆ ซึ่งตนไม่ทราบว่ามีค่าอะไรบ้าง ตนจึงดิ้นรนติดต่อญาติ จึงได้ขอความช่วยเหลือกระทั่งพี่สาวตนเข้าร้องทุกข์ต่อมูลนิธิปวีณาฯ เข้ามาช่วยเหลือดังกล่าว