กรมควบคุมโรคลงนามMOUกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พัฒนาองค์ความรู้ทุกด้าน หลังพบช่วงสถิติ15ปี มีผู้รับพิษจากแมงกะพรุนพิษถึง918ราย
นายแพทย์โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวภายหลังลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) ด้านองค์ความรู้เกี่ยวกับแมงกะพรุนพิษ ร่วมกับนายนพพล ศรีสุข อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง หลังช่วง15 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2541-2556 พบผู้ป่วยซึ่งอาการเข้าได้กับแมงกะพรุนกล่องถึง 918 ราย และเสียชีวิต 12 ราย
โดยพื้นที่ที่พบผู้ป่วยสอดคล้องกับแหล่งที่อยู่ของแมงกะพรุนกล่อง คือบริเวณน้ำตื้นใกล้ชายหาดในพื้นที่อ่าวโค้งเว้า ทั้งนี้ ความรู้เรื่องแมงกะพรุนกล่องยังเป็นเรื่องใหม่ในไทย การลงนาม MOU ในครั้งนี้ ก็เพื่อให้เกิดความเข้าใจและความร่วมมือในการพัฒนาความก้าวหน้าด้านการจัดการองค์ความรู้เกี่ยวกับแมงกะพรุนพิษ ทั้งชนิดการแพร่กระจาย และฤดูกาลของแมงกะพรุนพิษในไทย รวมถึงองค์ความรู้ทางการแพทย์และสาธารณสุข
นายนพพล ศรีสุข อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า แมงกะพรุนกล่อง เป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง มีลักษณะโปร่งใสสีฟ้าอ่อน หนวดแต่ละเส้น จะประกอบด้วยเซลล์พิษจำนวนมากกว่าล้านเซลล์ ทำให้แมงกะพรุนกล่อง เป็นแมงกะพรุนชนิดที่มีพิษร้ายแรงที่สุด สามารถทำให้เซลล์ผิวหนังบริเวณที่สัมผัสตายได้ พิษสามารถเข้าสู่กระแสเลือดไปทำลายเซลล์เม็ดเลือดแดง และเมื่อเข้าสู่ระบบประสาท จะสามารถกดทับระบบประสาททำให้หยุดหายใจ และยังมีผลต่อระบบหัวใจ โดยทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะหรือหยุดเต้นเฉียบพลัน
นายนพพล กล่าวอีกว่า แมงกะพรุนกล่องมักอาศัยอยู่ตามทะเลในเขตอุ่น บริเวณน้ำตื้นใกล้ชายหาดในพื้นที่อ่าวโค้งเว้า ในช่วงที่คลื่นลมสงบ ในประเทศไทยพบได้ทั้งในฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน ช่วงที่พบได้มากคือ เดือนตุลาคม - เมษายน และหลังช่วงพายุฝนที่จะถูกน้ำทะเลพัดพาเข้ามาจนใกล้ฝั่ง
ทั้งนี้ จากการสุ่มเก็บตัวอย่างแมงกะพรุนโดยสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเล และป่าชายเลน กรมทรัพยากรทางทะเล พบแมงกะพรุนกล่องในทุกจังหวัดที่มีการสุ่มเก็บตัวอย่าง คือ 14 จังหวัดทั้งสองฝั่งทะเลของประเทศไทย แต่ชนิดที่มีพิษร้ายแรงพบได้ไม่บ่อย
ด้านนพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักระบาดวิทยากรมควบคุมโรค กล่าวว่า การป้องกันการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากแมงกะพรุนกล่อง ได้แก่ 1. การสวมเสื้อผ้ามิดชิด เช่น แขนยาว ขายาวแนบตัวขณะลงทะเลในพื้นที่และฤดูกาลที่พบแมงกะพรุนกล่อง ซึ่งวิธีการนี้ไม่ค่อยได้รับความนิยมสำหรับนักท่องเที่ยว 2. การติดตั้งตาข่ายในทะเลเพื่อกันแมงกะพรุนซึ่งจะทำบริเวณน้ำตื้นริมหาดและให้นักท่องเที่ยวเล่นน้ำในบริเวณที่กั้นตาข่ายนั้น และ 3.การให้มีจุดวางน้ำส้มสายชู และติดป้ายให้ความรู้เกี่ยวกับการช่วยเหลือเบื้องต้น
ส่วนการปฐมพยาบาลคือ 1.เรียกให้คนช่วยหรือเรียกรถพยาบาลโทร 1669 แต่ห้ามทิ้งให้ผู้บาดเจ็บอยู่ตามลำพัง 2.ให้ผู้บาดเจ็บอยู่นิ่งๆ เพื่อลดการยิงพิษจากแมงกะพรุน 3.ห้ามขัดถูบริเวณที่ถูกแมงกะพรุนเพราะจะทำให้มีการยิงพิษเพิ่มขึ้น 4.ราดน้ำส้มสายชูบริเวณที่มีร่องรอยจากการสัมผัสแมงกะพรุนให้ทั่วนานอย่างน้อย 30 วินาที ห้ามราดด้วยน้ำจืดหรือน้ำเปล่าเพราะจะทำให้มีการยิงพิษเพิ่มขึ้นโดยใช้น้ำส้มสายชูที่มีจำหน่ายในการปรุงอาหารทั่วไป น้ำส้มสายชูมีฤทธิ์ในการระงับการยิงพิษจากถุงพิษ ที่ยังไม่ออกฤทธิ์ การราดด้วยน้ำส้มสายชูจึงไม่ได้ลดอาการปวด แต่เป็นการป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยได้รับพิษเพิ่มขึ้น และ5.ถ้าหมดสติและไม่มีชีพจรให้ปั๊มหัวใจก่อน โดยไม่ต้องรอราดน้ำส้มสายชู








