วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

คณิต..ง่ายนิดเดียว

มีเด็กไทยจำนวนไม่น้อยที่เกลียดวิชาเลขเข้ากระดูกดำ ไม่ใช่ว่าคณิตศาสตร์ยากเกินไป แต่เพราะวิธีการสอนยุ่งยาก และใช้ไม่ได้ในชีวิตจริง

มีเด็กไทยจำนวนไม่น้อยที่เกลียดวิชาเลขเข้ากระดูกดำ ไม่ใช่ว่าคณิตศาสตร์ยากเกินไป แต่เพราะวิธีการสอนยุ่งยาก และใช้ไม่ได้ในชีวิตจริง

คุณครูพี่บุญเลิศ บล็อกเกอร์หนุ่มเจ้าของคอลัมน์ สนุกคิด...คณิตศาสตร์ (Fun In Math) ในเนชั่นบล็อก สงสัยว่าจะมีวิธีใดช่วยให้เด็กไทยรักวิชาคณิตศาสตร์ และทำให้เลขเป็นเรื่องเข้าใจง่าย ประกอบกับมีโอกาสไปเป็น "Facilitator" หรือเป็น "ครูพันธ์ใหม่" ที่โรงเรียนดรุณสิกขาลัย ในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ในช่วงปี 2545-2546 จึงตระหนักถึงปัญหาและมองหาทางแก้ไว้แล้ว

“ในช่วง 1 ปีที่สอน ยังทำให้ผมค้นพบตัวตนของตนเองอย่างแท้จริงว่า อาชีพที่ผมอยากทำที่สุด ก็คือ คุณครู ซึ่งเป็นความใฝ่ฝัน ตั้งแต่เยาว์วัย สมัยอ่านหนังสือ "โต๊ะโตะจัง เด็กหญิงข้างหน้าต่าง" ผมค่อนข้างชื่นชอบในวิธีการของครูใหญ่ในเรื่องนี้ ซึ่งก็คือ "คุณครูโคบายาชิ" ไม่ว่าจะเป็นการนำโบกี้รถไฟเก่า ๆ มาทำเป็นห้องสมุด หรือ การที่พาไปเรียนเรื่องการทำนา กับ คุณครูชาวนา ผมจึงนำหลักนั้นมาใช้ถ่ายทอดวิธีคิด หลักคิด คณิตศาสตร์ อย่างง่าย ๆ ให้กับเด็กๆ”

วิธีการฉบับคุณครูพี่บุญเลิศ จะใช้การเล่มเกมอย่างง่าย ๆ เช่น การเปิด Mini Mart ให้ Shopping เพื่อเรียนรู้การบวก-ลบ เบื้องต้น การตัดแบ่ง Pizza เพื่อเรียนรู้เรื่องเศษส่วน การต่อชิ้นส่วนสี่เหลี่ยม ขนาด 3x3, 4x4, 5x5 เพื่อค้นพบที่มาของทฤษฎีบทปีทาโกรัส

“ไม่น่าเชื่อว่าการเรียนรู้ผ่านการเล่นเกมต่อชิ้นสี่เหลี่ยม จะทำให้น้องๆ 2 คนอายุประมาณ 9 ขวบ เข้าใจในเรื่องปีทาโกรัส ภายในเวลาครึ่งชั่วโมง และเป็นการเข้าใจอย่างแท้จริง ไม่ใช่การยัดเยียดให้จำว่า a กำลังสอง เท่ากับ b กำลังสอง บวก c กำลังสอง"

เทคนิค (พ่อแม่) ปรับใช้

คุณครูพี่บุญเลิศ กล่าวว่า การเรียนไม่ควรจมจ่อมอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมที่เรียกว่า ห้องเรียนเท่านั้น เขาจึงสนุกที่จะพาเด็กๆไปเรียน “เอ้าท์ดอร์” มากกว่า

“ผมเคยพาเด็กๆเดินทางไปที่สวนรถไฟ การเรียนรู้ในวันนั้น เราเรียนรู้จากของจริง เรียนไปด้วย ได้ความรู้ด้วย ได้กินด้วย เริ่มต้นผมนำน้ำผลไม้เสาวรส จากโครงการหลวง มาเป็นประเด็นทบทวนการเรียนรู้ในเรื่อง เปอร์เซ็นต์”

ให้เด็กลองสังเกตดูว่าที่ข้างกล่องมีข้อมูลตัวเลขอะไร ที่เกี่ยวข้องกับปริมาตร และเปอร์เซ็นต์บ้าง จะเห็นว่าเราจะรู้จากข้างกล่องว่า น้ำเสาวรสของดอยคำ มีปริมาตรสุทธิ 200 มล. และประกอบไปด้วย เสาวรส 50% ฟรุกโตสไซรัป 8% ก็เลยชวนเด็กๆถามต่อว่า อ้าว 50% + 8% = 58% เอง แล้วส่วนที่เหลือ คืออะไร แล้วมีอยู่ในสัดส่วนกี่เปอร์เซ็นต์

คำตอบที่เด็ก ๆ คิดอยู่สักพัก ก็คือ "น้ำครับครู น้ำแน่นอนเลย" แล้วก็จะต้องมีอยู่เท่ากับ 42% จากนั้นก็เริ่มสอนต่อเกี่ยวกับเรื่องปริมาตร ด้วยการผสมน้ำส้มกินกัน เริ่มต้นคุณครูพี่บุญเลิศ ก็ถามเด็ก ๆ ก่อนเลยว่า จะรู้ว่าต้องผสมกันอย่างไร โดยให้เด็ก ๆ ลองหาข้อมูลจากข้างขวด ซึ่งก็คือส่วนผสมของน้ำส้ม 1 ส่วน ต่อ น้ำ 9 ส่วน

“เมื่อเราปล่อยให้เขาคิดหาวิธีการเอง คุณพ่อคุณแม่อาจจะเซอร์ไพร์ส เพราะกิจกรรมนั้นน้องๆสาธิตให้ดูเลย คือ นำขวดเล็ก ๆ ของเครื่องดื่มรังนกยี่ห้อหนึ่ง มาใช้จำนวน 10 ขวด เทน้ำส้ม 1 ขวด อีก 9 ขวดที่เหลือเป็นน้ำเปล่า แล้วก็เทผสมเข้าด้วยกัน หรือน้องบางคนเสนอวิธีการใหม่ว่า ไม่เห็นจำเป็นต้องใส่ขวดเล็กเลย ทำไมเราไม่เทน้ำลงเหยือกโดยตรง เติมน้ำส้มอีกนิดให้ถึงขีด 100 ml. แล้วก็เติมน้ำไปอีก 900 ml. ก็จะได้ครบ 1000 ml.พอดี” คุณครูพี่บุญเลิศ เล่าด้วยความภูมิใจ และว่า

คอนเซ็ปต์การเรียนรู้ของเรา คือ เรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา เรียนไป กินไป เที่ยวไป ก่อนหน้านี้สอนเรื่องการคำนวณหาพื้นที่ให้เป็นตัวอย่างสำหรับคุณพ่อคุณแม่แล้ว ก็ลองปรับวิธีการมาสู่บวกลบเศษส่วนก็ได้

ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจคำว่า เศษส่วนให้ถูกต้องเสียก่อน 2/5 เรามักอ่านว่า เศษ 2 ส่วน 5 แต่เขาว่าสื่อไม่ตรงความหมายซักเท่าไร เพราะ 2/5 น่าจะอ่านว่า 2 ส่วน ใน 5 ส่วน ซึ่งสื่อให้เห็นว่าของ 1 ชิ้นถูกแบ่งออกเป็น 5 ส่วน ส่วนที่เราหยิบมาเป็นเพียง 2 ส่วนเท่านั้น

ดังนั้นจึงเป็นเหตุผลที่คุณครูพี่บุญเลิศเลือกขนมชอคโกแลตแท่งยี่ห้อ แอลฟี่ และ ทูโทน มาเป็นสื่อในการเรียนรู้ เริ่มแรกก็ให้น้อง ๆ ช่วยกันแบ่งแอลฟี่ออกเป็น 10 ส่วน ส่วนละเท่า ๆ กัน และช่วยกันแบ่งทูโทน ออกเป็น 5 ส่วน ส่วนละเท่า ๆ กัน

คำถามที่หนึ่ง 2/10 + 3/10 = ? วิธีคิดก็คือ ดึงแอลฟี่ที่แบ่งเป็น 10 ชิ้นนั้น มาเรียงกัน 2 ชิ้น และ 3 ชิ้นบนกระดาษ ที่มีเครื่องหมายบวกคั่นไว้ คำตอบที่ได้คือ 5/10 ต่อด้วยคำถามที่สอง 1/5 + 2/10 = ? วิธีคิดจะนำทูโทนที่แบ่งเป็น 5 ชิ้น ดึงมาวางไว้ 1 ชิ้น กับแอลฟี่ 2 ชิ้น เด็กๆก็จะเห็นว่าในทูโทน1ชิ้นนั้นมีชิ้นสี่เหลี่ยมซ่อนอยู่ 2 ชิ้น จึงเจอคำตอบว่า 1/5 +2/10 = 4/10 นอกจากนั้นแล้วก็ยังทำให้เข้าใจได้ว่า ทำไม 3/5 จึงเท่ากับ 6/10 ไปในตัว

“ผมพยายามที่จะจัดสรรเวลาว่างในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ เพื่อทำกิจกรรมสอนคณิตศาสตร์ให้เด็ก ๆ เพื่อให้เด็ก ๆ มีความรัก ความชอบ และสนใจในการเรียนคณิตศาสตร์ ผมเองเปิดหลักสูตร "Fun In Math" ซึ่งเน้นสอนทักษะ Facilitator ให้กับพ่อแม่ เพราะผมเชื่อว่าครูที่ดีที่สุดสำหรับเด็ก คือ พ่อแม่เอง” คุณครูพี่บุญเลิศ สรุปได้น่าสนใจ