มีเด็กไทยจำนวนไม่น้อยที่เกลียดวิชาเลขเข้ากระดูกดำ ไม่ใช่ว่าคณิตศาสตร์ยากเกินไป แต่เพราะวิธีการสอนยุ่งยาก และใช้ไม่ได้ในชีวิตจริง
มีเด็กไทยจำนวนไม่น้อยที่เกลียดวิชาเลขเข้ากระดูกดำ ไม่ใช่ว่าคณิตศาสตร์ยากเกินไป แต่เพราะวิธีการสอนยุ่งยาก และใช้ไม่ได้ในชีวิตจริง
คุณครูพี่บุญเลิศ บล็อกเกอร์หนุ่มเจ้าของคอลัมน์ สนุกคิด...คณิตศาสตร์ (Fun In Math) ในเนชั่นบล็อก สงสัยว่าจะมีวิธีใดช่วยให้เด็กไทยรักวิชาคณิตศาสตร์ และทำให้เลขเป็นเรื่องเข้าใจง่าย ประกอบกับมีโอกาสไปเป็น "Facilitator" หรือเป็น "ครูพันธ์ใหม่" ที่โรงเรียนดรุณสิกขาลัย ในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ในช่วงปี 2545-2546 จึงตระหนักถึงปัญหาและมองหาทางแก้ไว้แล้ว
“ในช่วง 1 ปีที่สอน ยังทำให้ผมค้นพบตัวตนของตนเองอย่างแท้จริงว่า อาชีพที่ผมอยากทำที่สุด ก็คือ คุณครู ซึ่งเป็นความใฝ่ฝัน ตั้งแต่เยาว์วัย สมัยอ่านหนังสือ "โต๊ะโตะจัง เด็กหญิงข้างหน้าต่าง" ผมค่อนข้างชื่นชอบในวิธีการของครูใหญ่ในเรื่องนี้ ซึ่งก็คือ "คุณครูโคบายาชิ" ไม่ว่าจะเป็นการนำโบกี้รถไฟเก่า ๆ มาทำเป็นห้องสมุด หรือ การที่พาไปเรียนเรื่องการทำนา กับ คุณครูชาวนา ผมจึงนำหลักนั้นมาใช้ถ่ายทอดวิธีคิด หลักคิด คณิตศาสตร์ อย่างง่าย ๆ ให้กับเด็กๆ”
วิธีการฉบับคุณครูพี่บุญเลิศ จะใช้การเล่มเกมอย่างง่าย ๆ เช่น การเปิด Mini Mart ให้ Shopping เพื่อเรียนรู้การบวก-ลบ เบื้องต้น การตัดแบ่ง Pizza เพื่อเรียนรู้เรื่องเศษส่วน การต่อชิ้นส่วนสี่เหลี่ยม ขนาด 3x3, 4x4, 5x5 เพื่อค้นพบที่มาของทฤษฎีบทปีทาโกรัส
“ไม่น่าเชื่อว่าการเรียนรู้ผ่านการเล่นเกมต่อชิ้นสี่เหลี่ยม จะทำให้น้องๆ 2 คนอายุประมาณ 9 ขวบ เข้าใจในเรื่องปีทาโกรัส ภายในเวลาครึ่งชั่วโมง และเป็นการเข้าใจอย่างแท้จริง ไม่ใช่การยัดเยียดให้จำว่า a กำลังสอง เท่ากับ b กำลังสอง บวก c กำลังสอง"
เทคนิค (พ่อแม่) ปรับใช้
คุณครูพี่บุญเลิศ กล่าวว่า การเรียนไม่ควรจมจ่อมอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมที่เรียกว่า ห้องเรียนเท่านั้น เขาจึงสนุกที่จะพาเด็กๆไปเรียน “เอ้าท์ดอร์” มากกว่า
“ผมเคยพาเด็กๆเดินทางไปที่สวนรถไฟ การเรียนรู้ในวันนั้น เราเรียนรู้จากของจริง เรียนไปด้วย ได้ความรู้ด้วย ได้กินด้วย เริ่มต้นผมนำน้ำผลไม้เสาวรส จากโครงการหลวง มาเป็นประเด็นทบทวนการเรียนรู้ในเรื่อง เปอร์เซ็นต์”
ให้เด็กลองสังเกตดูว่าที่ข้างกล่องมีข้อมูลตัวเลขอะไร ที่เกี่ยวข้องกับปริมาตร และเปอร์เซ็นต์บ้าง จะเห็นว่าเราจะรู้จากข้างกล่องว่า น้ำเสาวรสของดอยคำ มีปริมาตรสุทธิ 200 มล. และประกอบไปด้วย เสาวรส 50% ฟรุกโตสไซรัป 8% ก็เลยชวนเด็กๆถามต่อว่า อ้าว 50% + 8% = 58% เอง แล้วส่วนที่เหลือ คืออะไร แล้วมีอยู่ในสัดส่วนกี่เปอร์เซ็นต์
คำตอบที่เด็ก ๆ คิดอยู่สักพัก ก็คือ "น้ำครับครู น้ำแน่นอนเลย" แล้วก็จะต้องมีอยู่เท่ากับ 42% จากนั้นก็เริ่มสอนต่อเกี่ยวกับเรื่องปริมาตร ด้วยการผสมน้ำส้มกินกัน เริ่มต้นคุณครูพี่บุญเลิศ ก็ถามเด็ก ๆ ก่อนเลยว่า จะรู้ว่าต้องผสมกันอย่างไร โดยให้เด็ก ๆ ลองหาข้อมูลจากข้างขวด ซึ่งก็คือส่วนผสมของน้ำส้ม 1 ส่วน ต่อ น้ำ 9 ส่วน
“เมื่อเราปล่อยให้เขาคิดหาวิธีการเอง คุณพ่อคุณแม่อาจจะเซอร์ไพร์ส เพราะกิจกรรมนั้นน้องๆสาธิตให้ดูเลย คือ นำขวดเล็ก ๆ ของเครื่องดื่มรังนกยี่ห้อหนึ่ง มาใช้จำนวน 10 ขวด เทน้ำส้ม 1 ขวด อีก 9 ขวดที่เหลือเป็นน้ำเปล่า แล้วก็เทผสมเข้าด้วยกัน หรือน้องบางคนเสนอวิธีการใหม่ว่า ไม่เห็นจำเป็นต้องใส่ขวดเล็กเลย ทำไมเราไม่เทน้ำลงเหยือกโดยตรง เติมน้ำส้มอีกนิดให้ถึงขีด 100 ml. แล้วก็เติมน้ำไปอีก 900 ml. ก็จะได้ครบ 1000 ml.พอดี” คุณครูพี่บุญเลิศ เล่าด้วยความภูมิใจ และว่า
คอนเซ็ปต์การเรียนรู้ของเรา คือ เรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา เรียนไป กินไป เที่ยวไป ก่อนหน้านี้สอนเรื่องการคำนวณหาพื้นที่ให้เป็นตัวอย่างสำหรับคุณพ่อคุณแม่แล้ว ก็ลองปรับวิธีการมาสู่บวกลบเศษส่วนก็ได้
ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจคำว่า เศษส่วนให้ถูกต้องเสียก่อน 2/5 เรามักอ่านว่า เศษ 2 ส่วน 5 แต่เขาว่าสื่อไม่ตรงความหมายซักเท่าไร เพราะ 2/5 น่าจะอ่านว่า 2 ส่วน ใน 5 ส่วน ซึ่งสื่อให้เห็นว่าของ 1 ชิ้นถูกแบ่งออกเป็น 5 ส่วน ส่วนที่เราหยิบมาเป็นเพียง 2 ส่วนเท่านั้น
ดังนั้นจึงเป็นเหตุผลที่คุณครูพี่บุญเลิศเลือกขนมชอคโกแลตแท่งยี่ห้อ แอลฟี่ และ ทูโทน มาเป็นสื่อในการเรียนรู้ เริ่มแรกก็ให้น้อง ๆ ช่วยกันแบ่งแอลฟี่ออกเป็น 10 ส่วน ส่วนละเท่า ๆ กัน และช่วยกันแบ่งทูโทน ออกเป็น 5 ส่วน ส่วนละเท่า ๆ กัน
คำถามที่หนึ่ง 2/10 + 3/10 = ? วิธีคิดก็คือ ดึงแอลฟี่ที่แบ่งเป็น 10 ชิ้นนั้น มาเรียงกัน 2 ชิ้น และ 3 ชิ้นบนกระดาษ ที่มีเครื่องหมายบวกคั่นไว้ คำตอบที่ได้คือ 5/10 ต่อด้วยคำถามที่สอง 1/5 + 2/10 = ? วิธีคิดจะนำทูโทนที่แบ่งเป็น 5 ชิ้น ดึงมาวางไว้ 1 ชิ้น กับแอลฟี่ 2 ชิ้น เด็กๆก็จะเห็นว่าในทูโทน1ชิ้นนั้นมีชิ้นสี่เหลี่ยมซ่อนอยู่ 2 ชิ้น จึงเจอคำตอบว่า 1/5 +2/10 = 4/10 นอกจากนั้นแล้วก็ยังทำให้เข้าใจได้ว่า ทำไม 3/5 จึงเท่ากับ 6/10 ไปในตัว
“ผมพยายามที่จะจัดสรรเวลาว่างในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ เพื่อทำกิจกรรมสอนคณิตศาสตร์ให้เด็ก ๆ เพื่อให้เด็ก ๆ มีความรัก ความชอบ และสนใจในการเรียนคณิตศาสตร์ ผมเองเปิดหลักสูตร "Fun In Math" ซึ่งเน้นสอนทักษะ Facilitator ให้กับพ่อแม่ เพราะผมเชื่อว่าครูที่ดีที่สุดสำหรับเด็ก คือ พ่อแม่เอง” คุณครูพี่บุญเลิศ สรุปได้น่าสนใจ








