ดีเอสไอห่วง'กองขยะชุมชน'

ดีเอสไอห่วง "กองขยะชุมชน" ปูด 2 พันแห่งส่อซ้ำรอยแพรกษา
ทั้งฝนทั้งคนช่วยกันดับไฟที่ลุกไหม้บ่อขยะยักษ์ใน ต.แพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ จนมอดสนิทเมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 มี.ค.ที่ผ่านมา รวมเวลาของการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าคือ "ดับเพลิง" นานถึง 7 วัน
สิ่งที่ต้องทำต่อคือการป้องกันผลกระทบจากมลภาวะ ทั้งในมิติสุขภาพของประชาชน และคุณภาพสิ่งแวดล้อม ซึ่งต้องเน้นหนักเป็นพิเศษ เพราะ จ.สมุทรปราการ จัดเป็นเมืองขยะที่มีทั้งขยะทั่วไปและขยะพิษจากโรงงานอุตสาหกรรมสูงเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ
ด้านคดี สภาทนายความก็เดินหน้าให้ความช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้ทราบข้อกฎหมายและสิทธิในการฟ้องร้องผู้เกี่ยวข้องกับบ่อขยะ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เจ้าของกิจการบ่อขยะ และหน่วยงานภาครัฐที่มีหน้าที่ตรวจสอบตรวจตรา
แต่นั่นยังไม่ใช่ทั้งหมดของการแก้ไขปัญหา เพราะจากรายงานของกรมควบคุมมลพิษ ชัดเจนว่าประเทศไทยกำลังประสบปัญหาขยะล้นประเทศ และปัญหาที่เกิดขึ้นซ้อนปัญหาก็คือ ไม่มีการบริหารจัดการที่ดี หนำซ้ำยังเริ่มขาดแคลนสถานที่ทิ้งขยะ เนื่องจากชุมชนขยายตุัว
ด้วยเหตุนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จึงต้องจัดตั้ง "ศูนย์สืบสวนสอบสวนและปราบปรามการลักลอบทิ้งขยะสารพิษและวัตถุอันตราย" ขึ้น โดยให้อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักคดีความมั่นคง ที่มี พ.ต.ท.พงศ์อินทร์ อินทรขาว เป็นผู้บัญชาการ
การทำงานของ "ศูนย์ปราบปรามขยะพิษ" ประสบผลอย่างไร และได้จัดการปัญหาอะไรไปแล้วบ้าง ติดตามได้จาก พ.ต.ท.พงศ์อินทร์ กับการสัมภาษณ์พิเศษ "กรุงเทพธุรกิจ"
O ศูนย์สืบสวนสอบสวนและปราบปรามการลักลอบทิ้งขยะสารพิษและวัตถุอันตราย มีที่มาที่ไปอย่างไร และทำงานมานานแค่ไหนแล้ว?
ดีเอสไอตระหนักถึงปัญหาขยะ ทั้งขยะทั่วไปและขยะที่เป็นสารพิษ เรามองว่าแนวโน้มส่งผลกระทบในวงกว้าง ทั้งสังคมและชุมชน รวมทั้งสิ่งแวดล้อม และมองว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงมีภารกิจมากมาย เราจึงได้ขออาสาเข้าไปร่วมแก้ไขปัญหาตรงนี้กับหน่วยงานอื่นๆ จึงตั้งศูนย์ฯขึ้นมาเพื่อให้ชาวบ้านได้มีช่องทางร้องทุกข์ ระบายความเดือดร้อน และหาหนทางแก้ไข รวมถึงหากเข้าข่ายกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ก็จะดำเนินการบังคับใช้ทันที โดยเฉพาะในเรื่องเกี่ยวกับขยะอันตราย
ศูนย์ฯแห่งนี้ตั้งมาตั้งแต่ปลายปี 2555 จนถึงปัจจุบันมีเรื่องร้องเรียนเข้ามาทั้งสิ้น 27 เรื่อง ซึ่งดีเอสไอก็ได้ดำเนินการแก้ไข ประสานงาน บังคับใช้กฎหมายตามอำนาจหน้าที่ เรื่องที่พบมีทั้งขยะชุมชน เช่น ส่งกลิ่นเหม็น ส่งผลกระทบต่อชุมชน การจัดการที่ไม่ได้มาตรฐาน บางกรณีก็เอาขยะชุมชนไปทิ้งในป่าสงวน อีกกรณีที่พบมาก คือ การเอาขยะสารพิษ หรือกากอุตสาหกรรมไปทิ้งตามที่สาธารณะ หรือที่ส่วนบุคคล เช่น การปล่อยของเสียมาจากโรงงาน
O ทำไมต้องเอาเรื่องขยะมาอยู่ในสำนักคดีความมั่นคง?
เรามองว่าหากเรามองข้ามเรื่องร้องเรียนของชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจากขยะ แล้วบอกว่าเรื่องขยะไม่ใช่หน้าที่ของดีเอสไอ โดยปัดภาระไปให้หน่วยงานอื่น ก็จะทำให้ช่องทางที่เราสามารถช่วยเหลือหรือประสานงานให้กับชาวบ้านได้ จะถูกตัดหายไป ฉะนั้นการดูแลขยะสารพิษอันตรายจึงเป็นภารกิจสำคัญของดีเอสไอ
O การมีศูนย์สืบสวนสอบสวนและปราบปรามการลักลอบทิ้งขยะ ทำให้สถานการณ์เกี่ยวกับขยะดีขึ้นอย่างไร?
รูปธรรมที่เกิดขึ้น คือ เราได้รวบรวมผู้เดือดร้อน รวมทั้งเครือข่ายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สภาทนายความ เอ็นจีโอ (องค์กรพัฒนาเอกชน) หรือหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อม มาพูดคุยปรึกษากันเพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ ที่ผ่านมาเราได้จัดพูดคุยไปแล้ว 1 ครั้ง ส่วนตัวคิดว่าแนวทางแบบนี้เป็นแนวทางที่ดีและหากมีโอกาสก็จะจัดประชุมเป็นระยะ เพราะได้รับการตอบรับจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างดี
ผมมองว่าแต่ละหน่วยงานมีกฎหมายที่ตัวเองต้องรับผิดชอบ และมีกรอบการปฏิบัติงานอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าปัญหาบางเรื่อง หากต่างคนต่างอยู่ ต่างคนต่างทำ ไม่ได้ปรึกษาร่วมกัน แง่มุมบางแง่มุมมันก็อาจจะหลุดหายไปได้ เราจึงพยายามประสานทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องให้มาร่วมพูดคุยกับเรา เช่น กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงสาธารณสุข เป็นต้น เราได้เชิญมาพูดคุยในเรื่องการควบคุม ตรวจสอบ การบังคับใช้กฎหมาย หากมีการลักลอบทิ้งขยะอันตรายจะทำอย่างไร รวมไปถึงในแง่ของการดำเนินคดีอาญา
ขณะเดียวกัน เราก็เชิญเอ็นจีโอมาช่วยเสนอแนะข้อมูลเพื่ออุดช่องโหว่ช่องว่างต่างๆ ซึ่งเอ็นจีโอจะคอยสอดส่องปัญหาให้เราด้วย เพราะบางครั้งอาจจะหลุดรอดการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ไป สรุปรวมคือจะทำให้การทำงานของเราครอบคลุมมากขึ้น
อีกประเด็นหนึ่งที่เป็นรูปธรรมไปแล้ว คือ กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมควบคุมมลพิษ และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ยกร่างเอ็มโอยู (Memorandum Of Understanding หรือ บันทึกความเข้าใจร่วมกัน) เกี่ยวกับการแก้ปัญหาขยะ ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาร่าง และหากเอ็มโอยูฉบับนี้มีผลบังคับใช้ ก็จะผลักดันแนวปฏิบัติให้สอดคล้องกับเอ็มโอยูต่อไป
O ภาพรวมของปัญหาขยะที่พบ มีอะไรบ้าง?
สิ่งที่เรากังวลมาก คือ ขยะชุมชน เพราะจากข้อมูลที่กรมควบคุมมลพิษได้เสนอมานั้น พบว่ามีกองขยะถึง 2,046 แห่งที่มีการจัดการอย่างไม่ถูกต้อง เราคิดว่าตรงนี้คือปัญหาที่ควรหยิบยกมาคุยกันโดยด่วน เพื่อหาแนวทางในการควบคุมแก้ไขให้ชัดเจน ไม่เกิดอันตรายกับชุมชน เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยบ่อขยะที่แพรกษา หรือหากบ่อขยะบ่อไหนไม่ได้มาตรฐานสากล จะทำอย่างไรให้ถูกต้อง ผมคิดว่าหากสามารถร่วมพูดคุยกันในเชิงป้องกันมันน่าจะดีกว่าตามไปแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เพราะหากสามารถป้องกันได้ตั้งแต่ต้นทาง การจะเกิดเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อชุมชนมันก็น้อยลง
O แนวทางแก้ไขที่คิดว่าได้ผลที่สุด?
แน่นอนว่าควรแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ การที่ชาวบ้านเข้ามาร้องเรียน มองกันง่ายๆ ว่าหากเขาไม่เดือดร้อน เขาคงไม่มาร้องเรียนให้วุ่นวายจนต้องมาถึงดีเอสไอซึ่งอยู่ที่ปลายเหตุแล้ว แต่ทำไมการแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นทางจึงไม่เกิดขึ้น ไม่ได้หมายความว่าหน่วยงานเราไม่ต้องการรับเรื่อง แต่มองว่าเจ้าหน้าที่ปกครองส่วนท้องถิ่นควรดำเนินการอย่างจริงจัง เพราะอยู่ในพื้นที่ตลอด รวมทั้งการบังคับใช้กฎหมายของตำรวจด้วย







