วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กู้เรือน้ำมันเกยหาดสมิหลาสะดุด คลื่นแรง

การกู้เรือบรรทุกน้ำมันเกยชายหาดสมิหลาต้องสะดุดเจอคลื่นลมแรง คาดใช้เวลาอีก 1-2 วัน จึงจะสามารถกู้เรือได้ตามแผน

ในช่วงนี้สภาพคลื่นลมในอ่าวไทยกลับมามีความรุนแรงอีกครั้ง ทำให้การกู้เรือบรรทุกน้ำมัน อรพิน 4 ที่วางแผนการกู้เรือมาตั้งแต่เมื่อวานนี้(ที่ 15 ก.พ.) ต้องสดุดหยุดลง ทำให้เรือลากจูง เรือดูดทรายและเรือขุด ทั้ง 4 ลำ ที่จอดรออยู่บริเวณเกาะหนู ต้องนำเรือเข้ามาจอดที่ท่าเทียบเรือในทะเลสาบสงขลาเพื่อหลบคลื่นลมแรง เนื่องจากไม่สามารถทำงานได้ ต้องรอให้คลื่นลดความรุนแรงลงกว่านี้ คาดว่าอีก 1 - 2 วัน จะสามารถทำการกู้เรือตามแผนได้ทันทีและทำการเร่งการทำงานให้เร็วขึ้นทั้งในช่วงกลางวันและกลางคืน เพื่อให้สามารถลากเรือออกจากชายหาดได้เร็วขึ้นตามแผนงานที่กำหนดไว้ใน 7 วัน

ในขณะเดียวกันข่าวเรือบรรทุกน้ำมัน อรพิน 4 ที่ถูกคลื่นซัดมาเกยตื้นที่ชายหาดสมิหลา บริเวณแหลมสนอ่อนแพร่สะพัดออกไปอย่างรวดเร็วทางสื่อสารมวลชนและทางโซเชียลเน็ตเวิร์ค ทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางท่องเที่ยวและมาถ่ายรูปเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึกกัน ถึงแม้ว่า การเดินทางมาตรงจุดที่เรือเกยชายหาดจะต้องมาทางปลายเขื่อนแหลมสนอ่อนและลัดเลาะมาตามป่าสนตามชายหาดระยะทางประมาณ 1 กม. แต่ก็คุ้มค่าที่นานเป็นปีๆที่จะมีเรือขนาดใหญ่มาเกยตื้นให้ชมกันอย่างใกล้ๆสัมผัสได้แบบนี้

นาวาโทสาธิต ชินวรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาสงขลา เปิดเผยว่า ในขณะนี้ทางบริษัท ไทยปิโตรเลี่ยมแทงค์เกอร์ จำกัด เจ้าของเรือ อรพิน 4 ได้เตรียมการกู้เรือตามแผนงานเรียบร้อยแล้ว แต่เกิดมีคลื่นลมแรงระลอกใหม่ในอ่าวไทย ทำให้เรือที่จอดรอที่เกาะหนู ทั้ง 4 ลำ เรือทักสำหรับลากจูง 2 ลำ เรือขุดทราย และเรือดูดทราย 2 ลำ ต้องหลบคลื่นเข้ามาจอดรอที่ท่าเทียบเรือในทะเลสาบสงขลา คิดว่าอีก 1 - 2 วัน คงจะเริ่มกู้เรือได้หลังคลื่นลมสงบ

สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาเที่ยวชมเรือบริเวณชายหาดแหลมสนอ่อน ไม่ต้องกังวลในเรื่องของมลภาวะสิ่งแวดล้อมบริเวณที่เรือบรรทุกน้ำมันเกยตื้นชายหาด เพราะทางสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาสงขลา ได้ทำการตรวจสอบแล้วไม่มีน้ำมันรั่วไหลออกจากเรือแต่อย่างใดและเรือจะเกยตื้นตรงนี้อีกไม่กี่วันก็จะทำการลากเรือออกจากชายหาด ผู้ใดยังไม่ได้ไปชมเรือหรือถ่ายรูปกับเรือ ก็ให้รีบไปเสียแต่วันนี้ เพราะโอกาสที่จะพบเห็นสภาพเรือขนาดใหญ่เข้ามาเกยตื้นชายหาดแบบนี้ไม่รู้ว่าจะมีให้เห็นอีกเมื่อใด