เวทีรับฟังความคิดเห็นโครงการโครงการฟลัดเวย์ตะวันตก โมดูลเอ 5 ของกบอ.จ.สมุทรสงครามจบด้วยความทุลักทุเล ชาวบ้านแม่กลองยื่น2หมื่นรายชื่อคัดค้าน
การรับฟังความคิดเห็น โครงการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย ที่ วิทยาลัยเทคนิค จ.สมุทรสงคราม ซึ่งเป็นการดำเนินการภายใต้โครงการโมดูล เอ5 หรือ โครงการฟลัดเวย์ ซึ่งมีชาวบ้านจาก 3 อำเภอ คืออ.เมือง อ. อัมพวา อ. บางคนทรี ที่ได้รับผลกระทบจากโครงการ จำนวนมากกว่าหมื่นคนเข้าร่วมเต็มห้องประชุมและล้นออกมาบริเวณรอบข้างโดยประชาชนเข้าร่วมประกอบด้วยชาวบ้านลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมรับฟังคงามเห็นประมาณ 1800 คน และมีหน่วยงานราชการ ผู้ใหญ่บ้านอีกประมาณ 800 คน แต่มีชาวบ้านจากกลุ่มต่างๆประกอบด้วยกลุ่มจับตาแม่น้ำสายใหม่ กลุ่มรักแม่น้ำแม่กลอง และชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบอีกประมาณ เข้าร่วมโดยไม่ลงทะเบียนอีกประมาณหมื่นคน
บรรยากาศในช่วงแรก จึงเต็มไปด้วยความวุ่นวายและเสียงนกหวีด โดยมีกลุ่มชาวบ้านถือป้ายคัดค้านจนไม่สามารถเริ่มต้นเปิดเวทีได้ตามกำหนดเวลาแต่ที่สุดสามารถเริ่มเปิดเวทีได้ในเวลาเกือบ 9.30 น . โดยมี สส.สมุทรสงคราม นางรังสิมา รอดรัศมี พรรคประชาธิปัตย์ และ นายประสาร มฤคพิทักษ์ สว. และนายสุรจิต ชิรเวทย์ สว.สมุทร สงคราม รองประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรม ชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา เข้าร่วมสังเกตการณ์เริ่มต้นเวทีด้วยการชี้แจงของ นายอภิชาติ อนุกูลอำไพ คณะอนุกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) ได้สรุปข้อเสนอโครงการท่ามกลางเสียงนกหวีดและการคัดค้านตลอดเวลา โดยนายอภิชาติ ระบุว่า สมุทรสงคราม เป็นพื้นที่ดำเนินการของโครงการฟลัดเวย์ไดเวอร์ชั่น ซึ่งเป็นโครงการผันน้ำจากแม่น้ำแม่ปิงเพื่อลดปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณ จังหวัดนครสวรรค์ไม่ให้เกิน 3,500 ล้านลูกบาศเมตรต่อวินาที โดยจะตัดน้ำแม่ปิงจาก อ.ท่าม่งวง จ.กำแพงเพชร ด้วยการตัดคลองใหม่ เพื่ออกทะเลที่แม่กลอง ในปริมาณ 2,000 ลบม/ วินาที แต่การตัดน้ำเพื่อลงคลองใหม่ ไม่ได้เกิดขึ้นทุก จะเกิดเฉพาะในช่วงน้ำมากเช่นปี 2554 โดยการคำนวณแล้วจะประมาณ 5 ปีต่อครั้งทำให้ชาวบ้านที่ห่วงเรื่องกระทบต่อฟาร์มหอย ก็ไม่ต้องกังวลหากในปีนั้นได้รับผลกระทบก็จะมีการชดเชยค่าเสียหายให้
ขณะที่ นายอภิชาติ ชี้แจง มีชาวบ้าน โห่ร้องคัดค้านต่อต้านเป็นระยะเพื่อยืนยันว่าไม่เอาโครงการน้ำ จนต้องเปิดเวทีให้มีการซักถาม โดยชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่ต้องการโครงการ และไม่ต้องการแบกรับการแก้ปัญหาน้ำท่วมให้กับพื้นที่อื่น เพราะจะกระทบกับอาชีพของพวกเขาคือการทำฟาร์มหอย การทำประมงปากแม่น้ำ ทำสวนผลไม้ซึ่งอาจจะเกิดน้ำท่วม และกระทบต่อนาเกลือของชาวบ้าน อย่างไรก็ตาม นายอภิชาติ บอกว่า หากชาวบ้านไม่ต้องการโครงการ และคัดค้านโครงการคงเกิดไม่ได้เช่นกันระหว่างการชี้แจงและซักถาม ชาวบ้านจะโห่ร้องและเป่านกหวีดคัดค้านตลอดเวลา จนทำให้เวทีต้องหยุดไปเป็นระยะ จนที่สุดนางรังสิมา รอดรัศมี พรรคประชาธิปัตย์ ได้ขึ้นเวที เพื่อขอให้ตอบคำถามเรื่องใบรับฟังความเห็นไม่เพียงพอ และไม่มีข่องให้แสดงความไม่เห็นด้วย ซึ่งเวทีน้ำชี้แจงว่า การเตรียมแบบสอบถามไม่เพียงพอเนื่องจากชาวบย้านมาเกินกว่าที่กำหนดและลงทะเบียนแต่เตรียมแจกเพิ่มเติมจนที่สุดเวทีรับฟังความคิดเห็นต้องจบลงในเวลาประมาณ 12.30 น.หลังจากชาวบ้านสมุทรสงครามได้ลงมติ ด้วยการยกมือคัดค้านไม่เอาโครงการและยืนยันไม่ให้มีการจัดกลุ่มย่อยในช่วงบ่าย โดยชาวบ้านได้อ่านแถลงการณ์สรุปเวที คือ การเปิดรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้ ไม่มีข้อมูลที่ชาวบ้านเข้าถึงได้ 2. ไม่สามรรถชี้แจงที่ชัดเจนในเรื่องผลกระทบต่อชาวประมง และเห็นว่าการเปิดรับฟังความเห็นครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายที่จะทำให้ชาวบ้านไม่รับทราบโดยทั่วถึงเพราะออนไลน์ผ่านเวปไซด์ สำนักนายกรัฐมนตรีที่ชาวบ้านเข้าไม่ถึง หลังจากนั้นชาวบ้านได้ยื่นรายชื่อ 22,473 หมื่นรายชื่อเพื่อคัดค้านโครงการ ต่อ นายอภิชาติ และ นายชนม์ชื่น บุญญานุสาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม
นายชนม์ชื่น บุญญานุสาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม บอกว่า การจัดรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้ไม่ถือว่า ล้มเหลว แต่เป็นการรับฟังเสียงชาวบ้านจริงๆและสามารถจัดจนครบกระบวนการตามขั้นตอนส่วนเวทีกลุ่มย่อยที่ไม่ได้จัดเพราะชาวบ้านไม่ต้องการ โดยความคิดเห็นทั้งหมดจะสรุปและนำเสนอต่อ กบอ.เพื่อรวบรวมความคิดเห็นในการดำเนินการโครงการต่อไป









