ดีเอสไอสอบทุจริตยารพ.เลิดสิน พบบุคลากรระดับสูงปลอมเอกสารจ่ายตรงสวัสดิการ ทำรัฐเสียหาย 1.8 ล้านบาท
พ.ต.ท.พงษ์อินทร์ อินทรขาว ผู้บัญชาการสำนักคดีความมั่นคง กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า วันนี้ ( 14 พ.ย.) ดีเอสไอร่วมกับนพ.ภาสกร ชัยวานิชศิริ รองอธิบดีกรมการแพทย์ และนพ.วีระ สถิรอังกูร รองผู้อำนวยการกลุ่มภารกิจวิชาการ รักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลเลิดสิน เดินทางไปตรวจสอบการทุจริตเบิกจ่ายยาจากโครงการเบิกจ่ายตรงเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลของโรงพยาบาลเลิดสิน ทั้งนี้ สืบเนื่องจากช่วงเดือนพ.ค.ที่ผ่านมาโรงพยาบาลเลิดสินตรวจพบความผิดปกติในโครงการเบิกจ่ายตรงเงินสวัสดิการฯจึงขอให้ดีเอสไอเข้าไปสืบสวนสอบสวนกระทั่งพบว่ามีบุคคลากรทางการแพทย์ระดับสูงใช้ชื่อของบุคคลอื่นจำนวน 13 ราย เขียนใบสมัครเข้าร่วมโครงการเบิกจ่ายตรงเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลของสถานพยาบาลของราชการโรงพยาบาลเลิดสินแสดงต่อเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลว่าบุคคลผู้มีรายชื่อดังกล่าวประสงค์สมัครเข้าร่วมโครงการ เพื่อให้เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลนำข้อมูลดังกล่าวเข้าสู่ระบบของกรมบัญชีกลางผ่านทางระบบคอมพิวเตอร์ของโรงพยาบาล และให้กรมบัญชีกลางอนุมัติให้บุคคลผู้มีรายชื่อดังกล่าวสามารถใช้สวัสดิการของข้าราชการในการรักษาพยาบาลและเบิกยาจากโรงพยาบาลได้โดยไม่ต้องจ่ายเงินสด
พ.ต.ท.พงษ์อินทร์ กล่าวต่อว่า หลังจากกรมบัญชีกลางอนุมัติสิทธิให้แล้วกลุ่มผู้กระทำผิดได้ทำการปลอมใบสั่งยาผู้ป่วยนอกโรงพยาบาลไปใช้อ้างต่อเจ้าหน้าที่ห้องยาเพื่อให้หลงเชื่อว่าบุคคลที่มีชื่อในใบสั่งยาดังกล่าวได้มาทำการตรวจรักษาและแพทย์ได้สั่งจ่ายยาให้ ซึ่งถือเป็นเท็จเพราะข้อเท็จจริงบุคคลที่มีรายชื่อในใบสั่งยาดังกล่าวไม่เคยไปตรวจรักษาที่โรงพยาบาลตามใบสั่งยา กรณีดังกล่าวทำให้เจ้าหน้าที่ห้องจ่ายยาหลงเชื่อและจ่ายยาให้ตามใบสั่งโดยไม่ต้องชำระเงินโดยพบการกระทำผิดทั้งสิ้น 56 ครั้ง ในช่วงระหว่างเดือนมี.ค. 2555-เม.ย. 2556 ในจำนวนนี้เป็นยาจำนวน 381 รายการ คิดเป็นมูลค่าความเสียหาย 1,815,506 บาท ทั้งนี้การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายเป็นการกระทำผิดฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จตามมาตรา 14 พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และปลอมและใช้เอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการปลอมและฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 268 ประกอบมาตรา 266 ,264 และ 342 ประกอบมาตรา 341 โดยดีเอสไอจะเรียกตัวผู้เกี่ยวข้องเข้ารับทราบข้อกล่าวหา เบื้องต้นสอบพบผู้กระทำผิดเพียง 1 รายที่เป็นผู้นำรายชื่อทั้ง 13 รายมาแอบอ้างใช้สิทธิฯ โดยดีเอสไอจะขยายผลต่อเนื่องถึงผู้กระทำผิดที่เกี่ยวข้องทุกราย
ผู้สื่อข่าวรายงานสำหรับผู้มีชื่อเกี่ยวข้องทั้ง 13 ราย เป็นเพียงผู้ที่ถูกนำหลักฐานไปแอบอ้างใช้สิทธิไม่ได้มีส่วนรู้เห็นกับการกระทำผิด ส่วนยาถูกสั่งจ่ายเป็นยาหลายประเภท รวมถึงยาที่มีราคาแพงด้วย









