อุบัติเหตุเรือล่มใกล้เกาะล้าน-พัทยา นับเป็นอุบัติเหตุทางน้ำใหญ่ครั้งที่ 4 ในรอบ 4 เดือน นำมาซึ่งประเด็นคำถาม เหตุใดจึงเกิดอุบัติเหตุใหญ่
นายพ้อง ชีวานันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และ นายธเนศ ศุภรสหัสรังสี กรรมการ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) และอุปนายกสมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา ได้ร่วมแสดงความเห็นในรายการ Business Talk หัวข้อ "มาตรการความปลอดภัยการท่องเที่ยว"
จากอุบัติเหตุเรือล่ม ที่บริเวณเกาะล้าน ห่างจากชายฝั่งพัทยา ประมาณ 2 กิโลเมตร เมื่อช่วงเย็นวันที่ 3 พ.ย.ที่ผ่านมา เป็นเรือโดยสาร เกาะล้านทราเวล 1 เรือท่องเที่ยวขนาดใหญ่ ความจุผู้โดยสาร 150 คน แต่ภายหลังเกิดเหตุแล้ว ข้อมูลเบื้องต้นพบว่า จำนวนผู้โดยสารมีถึง 209 คน เกินน้ำหนักที่เรือจะบรรทุกได้
นายพ้อง ซึ่งกำกับดูแลกรมเจ้าท่า ยอมรับว่าตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งเมื่อเดือนก.ค.ที่ผ่านมาเพียง 4 เดือนเศษ พบเหตุการณ์อุบัติเหตุทางน้ำและมีผู้เสียชีวิตแล้ว 4 ครั้ง ซึ่ง ค่อนข้างถี่ ส่วนครั้งนี้สาเหตุน่าจะเกิดจากบรรทุกน้ำหนักเกิน จำนวนผู้โดยสารกว่า 200 คน ขณะที่เรือรับน้ำหนักได้ 150 คน ยังพบความบกพร่องหลายอย่างในการให้บริการ
ปกติการขึ้นทะเบียนเรือ การตรวจเรือ และคนขับเรือต้องมีใบอนุญาต อยู่ภายใต้กรมเจ้าท่า แต่เนื่องจากกรมฯ มีเจ้าหน้าที่ไม่พอ ที่ผ่านมาได้เพิ่มการกำกับดูแลบางส่วนให้เมืองพัทยาและจังหวัดชลบุรี เข้ามาช่วยตรวจตราการเดินเรือ
"ได้มอบอำนาจหน้าที่ท้องถิ่น (พัทยา) บางส่วน ช่วยดูแลแทนกรมเจ้าท่า แต่มีอำนาจบางส่วนที่ยังไม่ได้มอบ ทำให้การบังคับใช้กฎหมายไม่เต็มที่ คงต้องเพิ่มอำนาจมากขึ้น " นายพ้อง ย้ำ
เร่ง"พัทยาโมเดล"จัดโซนนิ่งพื้นที่
ที่ผ่านมาได้ทำโครงการ "พัทยาโมเดล" วางกรอบการใช้พื้นที่ชายหาด การเดินเรือให้เกิดความปลอดภัย แต่การจัดระเบียบต้องได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยวด้วย การบังคับใช้อาจขัดกับพฤติกรรมนักท่องเที่ยว ต้องขอความร่วมมือกัน โดยเฉพาะการจัดโซนนิ่งใช้พื้นที่ชายหาดของพัทยาเกือบเสร็จแล้ว ขณะนี้รอข้อเสนอจากเอกชนว่าจะโต้แย้งหรือไม่ ก่อนบังคับใช้กฎหมาย เช่น กรณีเรือจอดเข้าท่าเรือแหลม บาลีฮาย จะมีการช่องทางเข้า-ออก มีการวางทุ่น เรือที่จะเข้าจอดต้องลดความเร็ว ส่วนเรือสันทนาการ เจ็ทสกี เรือกล้วย ตามกฎหมายผู้ขับขี่เจ็ทสกี ต้องมีใบอนุญาต จึงจำเป็นต้องกำหนดโซนขับขี่เพื่อความปลอดภัย
และเพื่อลดภาระนักท่องเที่ยว บริการในโซนที่กำหนดไว้ โดยโซนนิ่งเมืองพัทยา คาดจะประกาศใช้ได้ปีนี้ เพราะมีผู้เสียประโยชน์จึงต้องเจรจาผู้ประกอบการให้ยอมรับ เพื่อจัดระเบียบให้เป็น พัทยาโมเดล เพื่อเป็นต้นแบบการใช้พื้นที่แก่เมืองท่องเที่ยว
เล็งเพิ่มกฎจี้ผู้ประกอบการรับผิด
ทั้งนี้ ต้องบังคับใช้กฎหมายมากขึ้น ที่ผ่านมามีปัญหาเมื่อเกิดเหตุ ผู้ประกอบการไม่ได้ร่วมรับผิดชอบ ต้องเพิ่มบทลงโทษผู้ประกอบการ เพื่อให้ร่วมรับผิดชอบด้วย ไม่เช่นนั้นจะเกิดปัญหาซ้ำๆ ผู้ประกอบการเรือไม่มีส่วนรับผิดชอบ ไม่ใช่แค่เรือโดยสารเท่านั้น แต่รถโดยสารสาธารณะก็เช่นกัน ต้องให้ผู้ประกอบการรับผิดชอบด้วย เป็นเรื่องที่เร่งดำเนินการอยู่
นายพ้อง ชี้ว่าความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชนเต็มที่อยู่แล้ว เช่น การวางทุ่น จัดโซนนิ่ง รัฐพร้อมลงทุน หรือท้องถิ่น อย่างเมืองพัทยา ก็พร้อมจัดทุนดำเนินการ แต่ติดขัดการมอบอำนาจดูแล ต้องไปพิจารณาเพิ่มศักยภาพ เพื่อช่วยกรมเจ้าท่า แต่อยากให้เอกชนเสนอปัญหาว่าต้องการให้ปรับปรุง และแก้ไขอย่างไร
"ความปลอดภัยประนีประนอมกันไม่ได้ ทุกอย่างต้องยึดความเข้มข้นการบังคับใช้ให้รัดกุม"
เอกชนชี้มาตรการตรวจตราไม่รัดกุม
นายธเนศ กล่าวว่าปี2555 พัทยาสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวถึง 1 แสนล้านบาท ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยว 9.8 ล้านคน ขณะที่รายได้จากการท่องเที่ยวหลักของประเทศมีอยู่ 1.7 ล้านล้านบาท นักท่องเที่ยวกว่า 26 ล้านบาท ถือได้ว่าพัทยาเป็นแหล่งรายได้หลักการท่องเที่ยว แต่ยังขาดการดูแลบริการพื้นฐานที่ดีพอ
ส่วนผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ มีการพูดถึงแพร่หลายในงาน "เวิลด์ทราเวล มาร์ท" ที่ลอนดอน กลายเป็นภาพเชิงลบออกไป ขณะที่เรากำลังไปออกบูธงานใหญ่
"ทุกครั้งที่เกิดอุบัติเหตุ จะประชุมร่วมกับกรมเจ้าท่า กระทรวงท่องเที่ยวฯ เมืองพัทยา สิ่งที่เอกชนมองว่ายังเป็นปัญหา คือ การบังคับใช้กฎหมายเคร่งครัด ยังไม่ได้ทำจริงจัง ยอมรับว่ามีปัญหาคือกรมเจ้าท่ามีคนไม่พอ เช่น พัทยา-ชลบุรีทั้งจังหวัด มีเจ้าหน้าที่ 5 คน ขณะที่เรือท่องเที่ยวมีมากถึง 3,000 ลำ การบังคับใช้กฎหมายจึงไม่มีประสิทธิภาพ ทุกวันนี้การโดยสารเรือไม่มีการตรวจเช็คเลย และเสื้อชูชีพ ก็ไม่มีการใส่เรือ ส่วนเรือลำที่เกิดเหตุนี้ พิกัดบรรทุกผู้โดยสารได้ 150 คน แต่จำนวนเสื้อชูชีพ มีเพียง 80 ตัว คุณภาพของเสื้อชูชีพส่วนใหญ่ก็ไม่มีการตรวจสอบ
จี้รัฐกำหนดเวลาบังคับใช้กฎหมายเข้มงวด
นายธเนศ ย้ำว่ายังไม่มีการสรุปจำนวนผู้โดยสารที่แท้จริง เพราะไม่มีการออกตั๋วโดยสาร ไม่ระบุชื่อ ถือว่าหละหลวมมาก และอ่อนมาตรฐานความปลอดภัย ทั้งๆที่ท่องเที่ยวเป็นอุตสาหกรรมที่ทำรายได้หลัก
ดังนั้นต้องกลับมาเข้มงวดบังคับใช้กฎหมาย แต่ติดขัดที่กรมเจ้าท่า ยังไม่ได้มอบอำนาจให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น จึงไม่สามารถช่วยกำกับดูแลได้
"อยากฝาก "พัทยาโมเดล"ให้ภาครัฐดูแล กำหนดเวลาบังคับใช้มาตรการที่ชัดเจน เชื่อผู้ประกอบการที่ดียินดีร่วมมือ เพื่อภาพพจน์และภาพรวม อยากให้บังคับใช้กฎหมายที่มีให้ดีก่อน ทุกเหตุที่เกิดมาจากความหละหลวมการบังคับใช้ ภาครัฐต้องกำหนดให้ชัดเจน เพราะพัทยากับกรมเจ้าท่าฯ ยังไม่ชัดเจน ทำให้การบังคับใช้กฎหมายยังไม่รัดกุมพอ ถ้ามองว่าพัทยาทำรายได้ปีละ 1 แสนล้านบาท ไม่ว่าหน่วยงานระดับท้องถิ่น หรือระดับประเทศ ควรลงทุนความพร้อม ป้องกันปัญหา ไม่ใช่เก็บแต่ภาษีแต่ไม่จัดการบริการ "









