สปป.ลาวขอให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์เอกลักษณ์ไทยจำนวน6คนร่วมภารกิจต่ออีก 3 วัน ล่าสุดพบศพ 42 ราย จากทั้งหมด 49 ราย
นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ผลการประชุมคณะทำงานประเมินผลการให้ความช่วยเหลือกรณีเครื่องบินสายการบินลาวตกที่แม่น้ำโขง โดยมีนายณรงค์ ศศิธร รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศเป็นประธานการประชุม ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่า ล่าสุดทางการลาวได้ขอบคุณรัฐบาลไทยที่ได้ให้การสนับสนุนในช่วงเกิดวิกฤต เนื่องจากขณะนี้สถานการณ์เริ่มคลี่คลายไปในระดับหนึ่งแล้ว
ลาวจึงขอเพียงความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จำนวน 6 คน ต่อไปอีก 3 วัน ส่วนเจ้าหน้าที่อื่นๆจะเดินทางกลับวันที่ 22 ตุลาคม โดยเครื่องบินของกองทัพอากาศจะดำเนินการขนส่งกลับไทยในเวลา 14.00 น. นอกจากนี้กองทัพอากาศพร้อมให้การสนับสนุนในการเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตกลับประเทศด้วย
นายเสข กล่าวว่า ขณะนี้พบร่างผู้เสียชีวิตแล้ว 42 ราย จากทั้งหมด 49 ราย โดยมีการชันสูตร ไปแล้ว 17 ราย ซึ่งมีคนไทย 2 ราย ยืนยันว่าขณะนี้ร่างผู้เสียชีวิตยังอยู่ที่ปากเซ โดยตามที่มีรายงานว่ามีการส่งร่างมาพิสูจน์ดีเอ็นเอในไทย ขอยืนยันเป็นเพียงการนำชิ้นส่วนมาตรวจ โดยขณะนี้เหลือเจ้าหน้าที่พิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล จากไทยและออสเตรเลีย ที่ยังปฏิบัติหน้าที่อยู่ และคาดหวังว่าจะพบร่างคนไทยที่เหลือทั้งหมด ส่วนซากเครื่องบินผู้เชี่ยวชาญของบริษัทเอทีอาร์ จะดำเนินการค้นหาซากเครื่องบินและกล่องดำร่วมกับทางการลาว ซึ่งขณะนี้มีรายงานว่าพบสัญญาณกล่องดำแล้วแต่ยังกำหนดพิกัดไม่ได้ เพราะสภาพปัญหาที่น้ำขุ่นและกระแสน้ำแรงมาก จึงต้องใช้เวลา แต่กล่องดำจะส่งสัญญาณแรงราว 3 วัน หลังจากเกิดเหตุและจะอ่อนลงเรื่อยๆ จนอาจกำหนดพิกัดไม่ได้









