"อลงกรณ์"อัดรัฐบาล ประเมินสถานการณ์น้ำต่ำเกินไป เผยหลายพื้นที่รุนแรงกว่าปี 54 แต่"ยิ่งลักษณ์"ยังเมิน
นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงร่วมกับส.ส.ในพื้นที่ภาคกลาง และอดีตผู้สมัครส.ส. เกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมปี 2556 โดยเฉพาะช่วง30 วันอันตรายจากนี้ไปว่า รัฐบาลประเมินสถานการณ์ต่ำเกินไป อย่างไรก็ตามสถานการณ์น้ำท่วม 27 จังหวัดทั่วประเทศ เกิดความเสียหายอย่างมาก โดยในส่วนภาคกลาง ตะวันออก รุนแรงกว่าปี 2554 มีหลายจังหวัดที่มีการจัดประชุมประเมินสถานการณ์หลังจากหัวหน้าพรรค ตน สาขาพรรค และผู้สมัครไปเยี่ยมเยียนดูแลผู้ประสบภัยน้ำท่วม
นายอลงกรณ์ กล่าวว่า การเร่งพร่องน้ำทำให้น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสูงขึ้น ทำให้หลายพื้นที่กลายเป็นแหล่งรับน้ำเช่น จ.อยุธยา และในขณะนี้สถานการณ์น้ำท่วมมีทั้งที่จ.ฉะเชิงเทรา อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี จ.ชลบุรี จ.ปทุมธานี เป็นต้น ซึ่งทางพรรคได้ระดมบุคลากรเข้าไปช่วยเหลือประชาชน ให้ส.ส. อดีตส.ส. สมาชิกพรรคระดมความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ รายงานสถานการณ์มายังพรรคอย่างใกล้ชิด และให้ศูนย์อาสาคนไทยช่วยภัยน้ำท่วมลงพื้นที่ทุกสัปดาห์ และประสานกับกทม.ในการพร่องน้ำเพื่อรองรับน้ำจากตอนบน เพื่อช่วยให้ปริมาณน้ำลดลง และช่วยภาคกลางจังหวัดปริมณฑลด้วย
รองหน.ปชป.กล่าวว่า การประเมินสถานการณ์เป็นที่น่าวิตกกังวล เพราะ 3 สัปดาห์ที่ผ่านมารัฐบาลประเมินสถานการณ์ต่ำเกินไป จึงขอเรียกร้อง 4 เรื่องดังนี้ คือ 1. ปรับปรุงระบบเตือนภัยให้ดีขึ้น เพราะยังปล่อยให้ท้องถิ่นช่วยเหลือประชาชนประสบชะตากรรมโดยลำพัง การที่นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่จ.ปราจีนบุรี แล้วบอกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายภายใน 7 วัน เป็นการประเมินสถานการณ์ต่ำเกินไป ทั้งที่ผู้นำฝ่ายค้านฯพบว่าน้ำท่วมที่จ.ปราจีนบุรีรุนแรงกว่าปี 2554 2. อยากให้รัฐบาลเร่งรัดแผน 30 วันอันตรายเข้าสู่ช่วงน้ำทะเลหนุน และมีพายุใต้ฝุ่นก่อตัวอยู่ 3. ขอให้รัฐบาลแยกการบริหารจัดการน้ำออกจากการเมือง เพราะความผิดพลาดล้มเหลวของการป้องกันมหาอุทกภัยเพราะในปี 2554 ใช้การเมืองมาบริหารจึงล้มเหลว ไม่เป็นไปอย่างที่ควรจะเป็นต้องให้มืออาชีพทำอย่าให้การเมืองแทรกซ้อนโดยเฉพาะการระบายน้ำไปยังฝั่งตะวันตกและตะวันออก มายังกรุงเทพมหานคร เป็นเรื่องสำคัญ
4 .เร่งรัดเยียวยาเกษตรกร ใน 27 จังหวัดที่ได้รับความเสียหายอยู่ในช่วงฟื้นฟูแต่ไม่มีหลักเกณฑ์ที่แน่นอน และต้องเร่งฟื้นฟูบ้านเรือน ถนนหนทางด้วย เพราะยังเป็นไปโดยล่าช้า จึงอยากให้นายกรัฐมนตรีไปต่างประเทศเท่าที่จำเป็น เพราะต้องเป็นผู้นำบริหารจัดการแก้ปัญหาให้กับประชาชนที่รอความช่วยเหลือจากรัฐบาลอยู่ จึงอยากให้ตระหนักต่อหน้าที่ความรับผิดชอบดังกล่าวด้วย เพราะมีสัญญาณที่จะรุนแรงกว่าปี 54 โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคกลาง พรรคจะติดตามสถานการณ์โดยตั้งกระทู้ ญัตติ อย่างต่อเนื่อง ว่าเงินที่ใช้ไปเป็นการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำกับการทุจริตหรือไม่ เพราะไม่สามารถบรรเทาภาวะน้ำท่วมได้จากการใช้เงินไปแล้ว 1.4 แสนล้านบาท แสดงให้เห็นว่าน้ำท่วมตอผุด เช่นกรณีที่นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกญออกมาพูดว่าจะช่วยประชาชนดีดบ้านนั้นหนีน้ำท่วมนั้นทำไมผ่านมาปีกว่ามีงบประมาณแต่ไม่คิดที่จะทำ กลับมาคิดในวันนี้









