กรมอุตุฯเตือนฝนถล่มยาวถึง 1 ต.ค.-35 จังหวัดส่ออ่วม พื้นที่เกษตรเจ๊ง 6 แสนไร่ อ่างทองน้ำทะลักพังคันดิน กทม.เริ่มได้รับผลกระทบ
ปภ.สรุปสถานการณ์น้ำท่วม ระหว่าง 17-25 ก.ย. ได้รับผลกระทบ 27 จังหวัด ประชาชนเดือดร้อน 4.9 แสนครัวเรือน 1.7 ล้านคน บ้านเสียหาย 4 พันหลัง พื้นที่เกษตรเจ๊ง 6.6 แสนไร่ ทร.เร่งติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำช่วยปราจีนบุรี-กทม. ส่วนที่อุบลฯ น้ำป่าพัดคอสะพานขาด พิจิตรน้ำหลากท่วมชุมชนร่มเกล้า ด้านชุมชนกทม.ริมเจ้าพระยาเริ่มได้รับผลกระทบบ้างแล้ว
สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคกลาง ได้สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนเกือบ 2 ล้านคน ขณะที่พื้นที่การเกษตร บ้านเรือน ถนนหนทาง ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก
โดยนายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำท่วม ในการประชุมกระทรวงมหาดไทยว่า ตั้งแต่วันที่ 17 ก.ย.จนถึงปัจจุบัน เกิดสถานการณ์อุทกภัย รวม 27 จังหวัด 172 อำเภอ 926 ตำบล 6,647 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 499,270 ครัวเรือน 1,798,270 คน บ้านเรือนเสียหาย 4,069 หลัง พื้นที่การเกษตรเสียหาย 659,077 ไร่ ถนน 850 สาย สะพาน 59 แห่ง
ประกอบด้วย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 9 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา สุรินทร์ กาฬสินธุ์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ บุรีรัมย์ ชัยภูมิ และยโสธร ภาคเหนือ 6 จังหวัด ได้แก่ พิษณุโลก พิจิตร กำแพงเพชร เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ และอุทัยธานี ภาคกลาง 4 จังหวัด ได้แก่ ลพบุรี สระบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และกาญจนบุรี
ภาคตะวันออก 4 จังหวัด ได้แก่ ปราจีนบุรี สระแก้ว นครนายก และฉะเชิงเทรา ภาคใต้ 1 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร ขณะนี้สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 2 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี และชุมพร และยังคงมีสถานการณ์อุทกภัย 25 จังหวัด แยกเป็นน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมขัง 22 จังหวัด น้ำล้นตลิ่ง 3 จังหวัด ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง และสุพรรณบุรี
นายฉัตรชัย กล่าวว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีความห่วงใยสถานการณ์น้ำท่วม ได้สั่งการนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กำชับ ปภ.ประสานการดำเนินงานกับคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) และผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ส่วนหน้า พร้อมให้บูรณาการการช่วยเหลือ
นายฉัตรชัย กล่าวด้วยว่า นายกรัฐมนตรีจะลงพื้นที่ตรวจการระบายน้ำวันที่ 29 ก.ย.นี้ ที่วัดโบสถ์ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี พร้อมปล่อยเรือขนาดใหญ่จำนวน 360 ลำไปยังพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยทั่วประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน
อุตุฯชี้35จว.จ่อเจอพายุถล่มยาว
นายวรพัฒน์ ทิวถนอม อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับที่ 6 เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 25 ก.ย. เรื่อง"ฝนตกหนักบริเวณประเทศไทย" ระบุว่า บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมตอนบนของประเทศไทย ทำให้ในช่วงวันที่ 25-27 ก.ย.นี้ ร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนมีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน และอ่าวไทย ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนตกหนาแน่น และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง ลำพูน พะเยา น่าน แพร่ ตาก พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ เลย ชัยภูมิ หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม นครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด
ส่วนในช่วงวันที่ 28-29 ก.ย. ร่องมรสุมจะเลื่อนลงมาผ่านภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ทำให้มีฝนตกหนักบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี อุทัยธานี นครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี ทั้งนี้ หย่อมความกดอากาศต่ำในทะเลจีนใต้มีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุดีเปรสชัน และเคลื่อนตัวเข้าสู่ชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลางในช่วงวันที่ 30 ก.ย.ถึง 1 ต.ค.2556 ซึ่งจะส่งผลให้ด้านตะวันออกของ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนตกหนักได้อีก จึงขอเตือนประชาชนให้ระมัดระวัง
"บรรหาร"สั่งกรมชลฯบริหารน้ำให้ดี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ไปติดตามสถานการณ์น้ำที่เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท พร้อม นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อธิบดีกรมชลประทาน และนายสุเทพ น้อยไพโรจน์ รองอธิบดีฝ่ายบำรุงรักษา กรมชลประทาน
นายบรรหาร กล่าวว่า สถานการณ์น้ำขณะนี้ยังไม่น่าเป็นห่วง ปริมาณน้ำยังน้อยกว่าเมื่อปี 2554 มาก อย่างไรก็ตามเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดน้ำท่วมหนักเหมือนครั้งก่อน ได้เน้นย้ำให้ชลประทาน บริหารจัดการน้ำลุ่มเจ้าพระยาให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ที่สำคัญต้องควบคุมปริมาณน้ำเหนือที่ไหลมาจากนครสวรรค์ รวมกับน้ำในแม่น้ำสะแกกรัง จ.อุทัยธานี มาสะสมที่ จ.ชัยนาทด้านเหนือเขื่อนเจ้าพระยาต้องไม่เกินกว่า 3,600 ลบ.ม./วินาที และเขื่อนเจ้าพระยาต้องระบายน้ำไม่เกิน 2,840 ลบ.ม./วินาที ซึ่งหากควบคุมปริมาณไว้ได้ตามนี้ ก็จะไม่มีโอกาสเกิดน้ำท่วม ทั้งนี้หากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่ม การระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาก็จะลดลงตามลำดับ
ทร.เร่งติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ
น.อ.นิพันธุ์ ชมะโชติ รองโฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ(ทร.) สั่งการให้หน่วยต่างๆ ของกองทัพเรือ เตรียมความพร้อม ทั้งกำลังพลและยุทโธปกรณ์ ในการบรรเทาทุกข์แก่ประชาชนที่ประสบปัญหาอุทกภัยได้อย่างทันท่วงที
โดยให้กรมอู่ทหารเรือจัดเตรียมเครื่องผลักดันน้ำ นำไปติดตั้งตามจุดที่กบอ. ขอรับการสนับสนุน จำนวน 24 เครื่อง พร้อมทั้งจัดกำลังพลเฝ้าประจำตามจุดต่าง ๆ จำนวน 10 จุด ประกอบด้วย จ.ปราจีนบุรี 2 จุด จำนวน 8 เครื่อง ที่ ต.บางแตน อ.บ้านสร้าง จำนวน 5 เครื่อง, ต.หน้าเมือง อ.เมือง จำนวน 3 เครื่อง
กรุงเทพฯ และปริมณฑล ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำใน 3 คลองสำคัญ คือ คลองบางเขน 6 จุด จำนวน 12 เครื่อง ที่บริเวณติดถนนวิภาวดี (ฝั่งตะวันตก) จำนวน 2 เครื่อง, บริเวณติดถนนวิภาวดี (ฝั่งตะวันออก) จำนวน 2 เครื่อง, บริเวณติดคลองเปรมประชากร จำนวน 2 เครื่อง, บริเวณติดคลองประปา (ฝั่งตะวันออก) จำนวน 2 เครื่อง, บริเวณติดคลองประปา (ฝั่งตะวันตก) จำนวน 2 เครื่อง และบริเวณใต้ทางด่วนขั้นที่ 2 จำนวน 2 เครื่อง, คลองทวีวัฒนา ติดตั้งที่บริเวณสะพานถนนเพชรเกษม จำนวน 2 เครื่อง ส่วนคลองพระยาราชมนตรี ติดตั้งที่บริเวณวัดนิมานรดี ติดคลองภาษีเจริญ จำนวน 2 เครื่อง
พระราชทานถุงยังชีพช่วยชาวอยุธยา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้แทนพระองค์ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้นำถุงยังชีพพระราชทานไปมอบให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วม จ.พระนครศรีอยุธยา
ด้านนายเรวัติ ประสงค์ นายอำเภอเสนา จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยถึงสภาพน้ำท่วมในพื้นที่ว่า ชาวบ้านริมฝั่งแม่น้ำน้อยและคลองโผงเผง 7 ตำบล กว่า 4,000 หลังคาเรือน ยังประสบกับภาวะน้ำท่วมสูง ต้องใช้เรือสัญจรเข้า-ออกหมู่บ้าน
ส่วน ต.บางบาล อ.บางบาล เป็นพื้นที่น้ำท่วมหนักสุดระดับน้ำสูงเกือบ 2 เมตร โดยนายชูเกียรติ บุญมี นายกเทศมนตรีตำบลบางบาล กล่าวว่า น้ำท่วมครั้งนี้ระดับน้ำใกล้เคียงกับน้ำท่วมเมื่อปี 2554 โดยต่ำกว่าแค่ 70 เซนติเมตร และน้ำอาจเพิ่มสูงอีก
อ่างทองน้ำทะลักพังคันดินต.บ้านแห
นายไพรวัลย์ รวมจิตร ปลัด อบต.บ้านแห จ.อ่างทอง พร้อมเจ้าหน้าที่ได้ลงสำรวจคันดินริมแม่น้ำเจ้าพระยา หมู่ที่ 6 ต.บ้านแห ที่ถูกน้ำกัดเซาะ และล้นคันกั้นน้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน 35 หลังคาเรือน
สำหรับที่ศาลาการเปรียญวัดดอนกระต่ายทอง ต.ราชสถิต อ.ไชโย จ.อ่างทอง ประชาชนจาก 3 ตำบล กว่า 40 คน ได้มารวมตัวกันประชุมเพื่อเตรียมต่อต้านและคัดค้านกรณีที่ทางชลประทานจะทำการผันน้ำเข้านา เพื่อลดระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งจะทำให้นาข้าวกว่า 3 พันไร่ จมน้ำได้รับความเสียหาย นอกจากนั้นบ้านเรือนประชาชน 7 หมู่บ้าน จะต้องจมน้ำทัน
อุบลฯน้ำป่าพัดคอสะพานขาด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาพฝนที่ตกใน จ.อุบลราชธานี ทำให้ถนนคอสะพานห้วยไพรน้อย อ.นาเยีย จ.อุบลราชธานี ถูกกระแสน้ำเซาะขาด ยานพาหนะไม่สามารถสัญจรไปมาได้ ซึ่งถนนเส้นดังกล่าวเป็นถนนที่ประชาชนใช้เป็นเส้นทางหลักในการเดินทางไป จ.อุบลราชธานี ผ่าน อ.นาส่วง สู่ตัวเมือง จ.อุบลราชธานี
ที่พิจิตรน้ำป่าหลากท่วมชุมชนร่มเกล้า
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น้ำป่าจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ ที่ไหลเข้าท่วมเขต อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร ได้ไหลหลากไปยังเส้นทางน้ำที่ อ.บางมูลนาก และที่ อ.ตะพานหิน จึงทำให้น้ำท่วมบ้านเรือนประชาชน ในชุมชนร่มเกล้า จำนวนกว่า 10 หลังคาเรือน ระดับสูง เกือบ 1 เมตร
นายจักริน เปลี่ยนวงษ์ ผู้ว่าฯพิจิตร กล่าวว่าได้ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติน้ำท่วม เพิ่มอีก 3 อำเภอ คือ วชิรบารมี โพธิ์ประทับช้าง และ บางมูลนาก รวมทั้งสิ้น 11 อำเภอ จากทั้งหมด 12 อำเภอ ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 9,111 ครัวเรือน 23,826 คน พื้นที่การเกษตรเสียหาย 19,166 ไร่ โรงเรียน 12 โรงเรียน วัด 2 แห่ง
พื้นกทม.เริ่มได้รับผลกระทบ
ช่วงเช้าเมื่อวานนี้ ที่ชุมชนราชผาทับทิมร่วมใจ 1 ใน 27 ชุมชนนอกแนวคันกั้นน้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) บางพื้นที่ซึ่งอยู่ต่ำเริ่มได้รับผลกระทบจากน้ำขึ้น บ้านบางหลังมีน้ำเข้าบ้านสูง 15-20 เซนติเมตร ทางสำนักงานเขตดุสิตได้เข้ามาสร้างสะพานไม้สัญจรในชุมชนแล้ว
นางมณฑา สุขทั่ววงศ์ อายุ 78 ปี ชาวบ้านในชุมชน กล่าวว่า ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเริ่มสูงขึ้น แต่ยังถือว่าไม่มากเท่ากับช่วงปี 2554
ขณะที่ศูนย์ป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม กทม. รายงานสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาว่า ปริมาณน้ำเหนือที่ปล่อยไหลผ่านมาที่ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ตรวจวัดได้ 2,366 ลบ.ม.ต่อวินาที สูงขึ้นเล็กน้อยจาก วันที่ 24 ก.ย.ที่มีน้ำไหลผ่าน 2,328 ลบ.ม.ต่อวินาที









