วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เกษตรฯช่วยสวนยางยึดเอกสารสิทธิกรมป่าไม้

เกษตรฯเคาะเอกสารสิทธิที่ดินเข้าเกณฑ์รับเงินช่วยเหลือปัจจัยการผลิตเกษตรกรผู้ปลูกยาง ยึดเอกสารสิธิ์ที่ดินของกรมป่าไม้ทั้งหมด 46 รายการ

นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการตรวจสอบเกี่ยวกับเอกสารสิทธิ์ในการใช้พื้นที่ปลูกยางพารา ว่า ที่ประชุมได้ข้อสรุปชัดเจนว่าประเภทเอกสารสิทธิ์ที่ดินที่เข้าหลักเกณฑ์เพื่อใช้ยื่นรับสิทธิ์ได้รับการช่วยเหลือค่าปัจจัยการผลิตให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกยางในอัตราไร่ละ 2,520 บาท รายละไม่เกิน 25 ไร่ โดยกรมส่งเสริมการเกษตรจะยึดตามประเภทเอกสารสิทธิ์ที่ดินซึ่งเป็นที่ยอมรับของกรมป่าไม้ทั้งหมด 46 รายการ

แบ่งเป็น ประเภทที่ดินซึ่งได้มาตามเอกสารเกี่ยวกับที่ดินที่มีกรรมสิทธิ์ถูกต้องตามประมวลกฎหมายที่ดิน 17 รายการ เช่น โฉนดที่ดิน,ตราจอง,น.ส.4, น.ส.4ข, เป็นต้น และประเภทที่ดินที่มีสิทธิครอบครองหรือทางราชการให้ใช้ประโยชน์ 29 รายการ เช่น ที่ดินส.ป.ก. หนังสือรับรองของนิคมสหกรณ์, ก.ส.น.3, ก.ส.น.4,หนังสือรับรองของหน่วยราชการทหาร รวมถึงใช้ใบรับรองภาษีที่ดิน หรือ ภ.บ.ท.ก็สามารถใช้เป็นเอกสารเข้าร่วมโครงการได้ แต่จะต้องมีคำรับรองของกรมป่าไม้หรือส่วนราชการที่ดินตั้งอยู่อนุญาตให้ใช้พื้นที่ได้มาประกอบเป็นหลักฐาน

สำหรับอีกกรณีที่ได้มีการหารือร่วมกันในครั้งนี้ คือ กรณีเกษตรกรทำสวนยางในพื้นที่ในเขตป่าสงวนหรืออุทยานแห่งชาติ ซึ่งเบื้องต้นพบว่ามีเกษตรกรเข้าไปทำสวนยางในพื้นที่ป่าสงวนประมาณ 3.3 ล้านไร่ และเขตอุทยานแห่งชาติอีกประมาณ 1 ล้านไร่ ก็จะเป็นอีกขั้นตอนที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ต้องเข้าไปตรวจสอบและพิสูจน์สิทธิ์การถือครองที่ดินว่าเป็นไปตามกฎหมายของกรมป่าไม้และกฎหมายของอุทยานแห่งชาติ รวมถึงมติคณะรัฐมนตรีจำนวน 2 ครั้งที่กำหนดให้ใช้พื้นที่ได้ รวมถึงมีการใช้สิทธิ์ที่ดินอยู่ก่อนจะมีการประกาศเป็นเขตพื้นที่ป่าหรืออุทยานหรือไม่ โดยกรมส่งเสริมการเกษตรจะส่งรายชื่อและข้อมูลการขึ้นทะเบียนเกษตรกรที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ให้แก่กรมป่าไม้ เพื่อตรวจสอบตามกฎหมายว่าจะช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่ดังกล่าวได้อย่างไรต่อไป

นายยุคล กล่าวอีกว่า ในส่วนของความคืบหน้าการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกยางพาราตั้งแต่วันที่ 4 กันยายนที่ผ่านมา พบว่า ขณะนี้ได้มีเกษตรกรมาแจ้งขึ้นทะเบียนแล้ว 1 แสนราย ซึ่งคาดว่าจะมีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น เพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจพื้นที่ปลูกยางทุกแปลงที่จะเกิดความชัดเจนของพื้นที่การรับการช่วยเหลือรายละไม่เกิน 25 ไร่ เกษตรกรมีเอกสารสิทธิ์ถูกต้อง และไม่เปิดกรีดยางมาแล้วเกิน 25 ปี ส่วนเกษตรกรบางรายที่ได้มีการแบ่งที่ดินให้ลูกหลานเพื่อประกอบอาชีพ ก็ต้องมีเอกสารทางราชการ และโฉนดที่ดินที่จัดสรรแล้วอย่างถูกต้องยืนยันถึงจะเข้าร่วมโครงการได้