ถ้าให้ยกเมนูแสนโปรดของหลายๆ คน ต้องโหวต "ฮอตพ็อต" แหล่งรวมทุกหมวดหมู่ทั้งเนื้อสัตว์ ผัก
ถ้าให้ยกเมนูแสนโปรดของหลายๆ คน ต้องโหวต "ฮอตพ็อต" แหล่งรวมทุกหมวดหมู่ทั้งเนื้อสัตว์ ผัก และเครื่องเคียง แต่ครั้งนี้จะจับม้านอกสายตา อย่าง "น้ำซุป" และ "น้ำจิ้ม" มาเป็นพระเอกบ้าง
เสน่ห์ของอาหาร คือ ความหลากหลายของประเภท มีทั้ง ผัด ยำ แกง ทอด ปิ้งย่าง นึ่ง และต้ม ให้เลือกกินได้ตามชอบ และหนึ่งในเมนูฉลองโอกาสพิเศษก็มักจะเป็นร้านที่มีหม้อไฟ หรือเรียกสุกี้ กรรมวิธีในการเสิร์ฟเข้าปากตัวเองเป็นความสนุกสนานอย่างหนึ่งของมื้อนั้น เพราะผู้กินต้องนำ "วัตถุดิบสด" ทั้งหลายแหล่ลงหม้อต้มน้ำซุปเดือดด้วยตนเอง แล้วตักมันขึ้นมาใส่ถ้วย ค่อยบรรจงเข้าปากอย่างช้าๆ (เพราะอาจร้อนลวกปากได้)
หลายคนบอกว่าเมนูต้มหม้อไฟนั้นอร่อยที่รสเนื้อ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อปลา หรืออาหารทะเลอื่นๆ บ้างชอบหมวดหมู่ลูกชิ้นชนิดต่างๆ หรือบางคนที่ไม่ค่อย "ปลื้ม" ผักสดนัก ก็อาจหันมาสวามิภักดิ์ผักต้มก็เป็นได้ แต่หากทำสำรวจแบบประเมินความพึงพอใจ น้อยคนนักจะประกาศว่า "ฉันชอบน้ำซุป" และแทบจะนับคนได้ที่ชื่นชอบจน "ขอซดน้ำซุปจนหมดหม้อ"
ช่วงนี้แดดจ้าจนแสบตาในช่วงกลางวัน แต่ยังไม่ทันที่พระอาทิตย์จะตกดิน ฝนก็ดันตกลงมา อาการแปรปรวนในร่างกายทำให้เป็นหวัดได้ กำลังเดินหาร้านอาหารค่ำที่ช่วยทำให้เราอิ่มท้องและหายใจปลอดโปร่งขึ้น ก็พบว่าภายในโรงแรมปทุมวันปริ้นเซสชั้น 2 ติดกับห้างสรรพสินค้ามาบุญครอง ปรากฏร้านอาหารจีนที่มีหม้อไฟด้วย !!
ขึ้นชื่อว่าอาหารประเภทฮอตพ็อต ย่อมดีต่อร่างกายมากกว่ากลุ่มปิ้งย่าง ผัด ทอดอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นมันจึงเป็นตัวเลือกแรกๆสำหรับกลุ่มผู้รักสุขภาพ เราจึงไม่รอช้าขอเข้าไปลิ้มชิมรสดูสักครั้ง
ร้านอาหารปิง ฮ็อทพ็อท (Ping’s Hotpot Restaurant) ถูกตกแต่งในสไตล์ Modern Oriental Classic โดยใช้สีแดงสดตัดกับสีดำขรึมเป็นโทนสีหลัก และมีการใช้วัสดุไม้ตกแต่งบริเวณเพดานและพื้น และใช้เก้าอี้ไม้ทั่วทั้งร้าน มันช่างดูหรูหรา แต่ก็สร้างความรู้สึกที่ผ่อนคลายไปพร้อมกัน
เมนูกลุ่มเนื้อสัตว์ของร้านนี้แตกต่างจากที่อื่นอย่างเห็นได้ชัด เนื้อวัวและหมูหั่นบางลงนิด เพื่อให้ผู้บริโภคได้สัมผัสความอ่อนนุ่มได้มากกว่า ในขณะที่เนื้อปลาแซลมอน ปลาหิมะ ปลาดอลลี่ และปลากะพงกลับหั่นให้มีความใหญ่และหนาเพิ่มขึ้น เพราะหากนำไปต้มสุกแล้ว ความหนาพอดิบพอดีนั้นจะทำให้ผู้กินอิ่มเอมกับเนื้อสัมผัสได้ดีกว่า...แจ็กกาลีน ซิม ผู้บริหารร้านเผยถึงเคล็ดลับของกลุ่มเนื้อของที่นี่ว่า พวกกระเพาะปลา เป๋าฮือ มีความเชื่อว่าจะช่วยให้ร่างกายกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้ และอาจช่วยให้ตั้งครรภ์ง่ายขึ้นด้วย
แล้วก็มาถึงไฮไลท์เด็ด อย่าง น้ำซุป เจ้าของร้านสาวสวยเล่าว่า ความพิเศษอยู่ที่ซุปออริจินัล และซุปมองโกเลีย ที่ล้วนคัดสรรวัตถุดิบมาปรุงรสอย่างดี ไม่มีผงชูรสมากวนใจ เริ่มกันที่แบบดั้งเดิมก่อน เชฟของร้านจะใช้ซี่โครงไก่ที่มีทั้งเนื้อไก่และกระดูกโครงไก่มาต้มและตุ๋น ค่อยๆ ตักไขมันที่ลอยออกมาทิ้งไปแล้วต้มไปเรื่อยๆ กว่า 7 ชั่วโมง จนได้น้ำซุปมีรสหวานกลมกล่อม และกลายเป็นหัวเชื้อน้ำซุป (Chicken Stock Base) สำหรับผัด และประกอบอาหารอื่้นๆ ได้อีก ส่วนน้ำซุปที่จะนำมาเสิร์ฟให้กับหม้อไฟนั้นจะนำมาผสมน้ำเคี่ยวจนได้ที่ต่อไป
ซุปมองโกเลีย สูตรเด็ดอยู่ที่การเติมเครื่องยาจีนหลายขนาน ทำให้เกิดกลิ่นเครื่องเทศแรงขึ้น รสชาติจึงออกเผ็ดร้อน แต่ที่วิเศษกว่านั้น ถ้าเรานำเนื้อไปจุ่มลงในน้ำซุปชนิดนี้ มันจะเปลี่ยนรสเนื้อให้หวานขึ้นอย่างน่าแปลกใจ
หนึ่งในเครื่องยาจีน ต้องมี เก๋ากี้ เป็นตัวละครเอก มันเป็นผลไม้อีกชนิดหนึ่งที่นิยมใช้รับประทานกันในหมู่ชาวจีน ผลที่สุกแล้วจะมีสีแดงเหมือนเลือด จึงได้อีกชื่อหนึ่งว่า "ฮ่วยกี้" เป็นยาบำรุงชั้นดี ในอดีตมันเป็นผลไม้บรรณาการที่ใช้ถวายแด่ฮ่องเต้ แต่ปัจจุบันก็มีคนนำมาใช้แพร่หลายแล้ว
เก๋ากี้ปลูกทั่วไปในประเทศจีน ว่ากันว่าเก๋ากี้ที่ดีต้องมีเม็ดใหญ่ สีแดง เนื้อหนา อ่อนนิ่ม รสหวาน และต้องเก็บรักษาไว้ในที่แห้ง เก๋ากี้เต็มไปด้วยแคโรทีน ไทอามีน วิตามิน ซี เอ และบี 2 รวมทั้งน้ำตาลและโปรตีน มีสรรพคุณ ช่วยแก้ไอ วิงเวียนศีรษะ บำรุงไต เลือด ตับ และสายตา
ทั้งนี้ ยังสามารถนำไปผสมกับเครื่องยาตัวอื่นๆ เพื่อเป็นตำรับยาได้ อย่าง โต่วต๋ง ช่วยบรรเทาอาการปวดหลัง ปวดเอว หรือ ตังกุย โสมคน เส็กตี่ ปาเก็ก สำหรับบำรุงร่างกาย แก้อาการอ่อนเพลีย แต่ถ้าจะให้บำรุงประสาท กล่อมประสาท ทำให้หลับสบาย ก็ต้องผสมกับเนื้อลำไยแห้งนำมาต้มน้ำ และหากมีอาการตามัว ตาบอดกลางคืน ก็ต้องนำดอกเก๊กฮวย และปาเก็ก มาช่วยด้วย
เราตัดสินใจสั่งมาทั้งออริจินัลและมองโกเลียเสียเลย ยอมรับว่าอยากซดน้ำมากขึ้นกว่าเดิม เพราะรสชาติที่แปลกแต่รื่นรมย์ลิ้น พอผสมกับกลุ่มเนื้อและผัก ที่มีเห็ดสามอย่าง ออรินจิ เข็มทอง และเห็ดโคน รวมอยู่ด้วยนำไปต้ม ก็กลมกล่อมจนยากจะหยุด
และแล้วแจ๊กกี้ เจ้าของร้านสาวก็เชื้อเชิญให้เราลองชิมซอสกว่า 4 ถ้วยตรงหน้า ความไม่คุ้นเคยกับน้ำจิ้มมากมายจึงอดถามไม่ได้ว่าจะชิมอย่างไรไหว เธอค่อยๆ อธิบายว่าซอสแต่ละตัวให้รสที่แตกต่างกัน อย่าง ซอสเอ็กซ์โอ (XO)มีส่วนผสมของหอยเชลล์แห้ง กุ้งแห้ง พริกและเครื่องเทศ จึงให้รสเค็มนิดๆ อีกถ้วยคือ ซาช่าซอส ซึ่งทำจากปลาตาเดียวแห้ง กุ้งแห้งและถั่วลิสง ให้รสชาติมันหน่อยๆ ตามด้วยซอสซีฟู้ด เพิ่มความเผ็ดอีกระดับหนึ่ง ซึ่งทั้งสามซอสสามารถนำมาผสมกัน หรือจะรวมตัวกับซอสคุ้นลิ้นอย่าง ซอสสุกี้ แบบเดิมก็ได้ ไม่ผิดประเพณีแต่อย่างใด
หลังจากเช็กบิลออกจากร้าน นอกจากความอิ่มอร่อยแล้ว หม้อไฟที่ใส่ใจน้ำซุปและซอสแบบนี้ เปลี่ยนวัฒนธรรมการกินฮอตพ็อตที่คุ้นเคยไปเลย









