วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

โพลล์เผยปชช.73.45%ให้รัฐบาลทำงานต่อ

ม.อัสสัมชัญ เผยผลสำรวจเสียงสะท้อนสาธารณชน ชี้ปชช.73.4% ให้โอกาสรัฐบาลทำงานต่อ พร้อมจี้รัฐแก้ปัญหาปากท้อง ค่าครองชีพ

ดร.นพดล กรรณิกา กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการศึกษา กระทรวงวัฒนธรรม และประธานเครือข่ายวิชาการทำประชาพิจารณ์และสาธารณมติเพื่อนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดผลวิจัยเชิงสำรวจเรื่อง "เสียงสะท้อนของสาธารณชนต่อ สถานการณ์ปัญหาบ้านเมืองของประเทศในปัจจุบันกับบทบาทของสื่อและนักการเมืองในระบอบประชาธิปไตย" โดยเก็บข้อมูลจากประชาชนทั่วประเทศ 2,267 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 15 - 28 สิงหาคม 2556 ที่ผ่านมา

โดยเมื่อถามถึง สถานการณ์ปัญหาสำคัญมากที่สุดของบ้านเมืองขณะนี้ พบว่า 48.2% ระบุปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง และค่าครองชีพ 36.7% ระบุปัญหาสังคม อาชญากรรม ความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ปัญหาคุณภาพเด็กและเยาวชน ในขณะที่15.1% ให้ความสำคัญกับปัญหาการเมือง ความวุ่นวายทางการเมืองและการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

เมื่อถามถึงความสำคัญของสื่อสาธารณะในระบอบประชาธิปไตย พบว่า 82.9% ระบุ สำคัญมากถึงมากที่สุด ในขณะที่ 17.1% ระบุสำคัญน้อยถึงไม่สำคัญเลย โดยประเภทของสื่อสาธารณะที่สำคัญที่สุดต่อสถานการณ์ปัญหาบ้านเมืองในขณะนี้ พบว่า สื่อยุคใหม่ ได้แก่ ไลน์ (LINE) ยูทูป เฟซบุค ทวิสเตอร์ อินสตาแกรม และเว็บไซต์ต่างๆ เป็นต้น รองลงมาคือเป็นจำนวน 39.9% ระบุเคเบิ้ลทีวี 21.5% ระบุฟรีทีวี โทรทัศน์ช่อง 3 5 7 9 11 และทีวีไทย 20.25% หนังสือพิมพ์ 10.8% และ นวิทยุ% ตามลำดับ นอกจากนี้ประชาชนส่วนใหญ่หรือ 84.6% ยอมรับว่า สื่อต่างๆ มีบทบาทมากถึงมากที่สุดในการทำให้บ้านเมืองมั่นคง สงบสุขหรือวุ่นวายสร้างปัญหาเดือดร้อนต่อประชาชนได้

เมื่อวิเคราะห์ถึงหน้าที่สำคัญของสื่อสาธารณะที่ประชาชนอยากเห็นในสถานการณ์ปัญหาบ้านเมืองขณะนี้ พบว่า ส่วนใหญ่หรือ 91.8% อยากเห็นการทำหน้าที่สื่อสารเพื่อลดความขัดแย้ง สร้างความสงบสุขของบ้านเมือง ไม่วุ่นวาย รองลงมาคือ 87.5% อยากเห็นการสื่อสารเพื่อความปลอดภัยแก่เด็ก เยาวชนและประชาชนทุกหมู่เหล่า 84.6% อยากเห็นการสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ บนความเป็นจริง ใช้เหตุใช้ผล ลดถ้อยคำปั่นอารมณ์ความเครียดแค้นต่อกันในหมู่ประชาชน 83.3% อยากเห็นการสื่อสารเพื่อรักษาวัฒนธรรมอันดีงามในหมู่ประชาชน และ 80.1% อยากเห็นการสื่อสารเพื่อช่วยขจัดคนโกง รักษาคนทำดีได้ดีมีที่ยืนในชุมชนและสังคม

ขณะที่ 51.2% ระบุว่าทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านยังทำได้ไม่ดีในการสื่อสารลดความขัดแย้งในหมู่ประชาชน ในขณะที่ 23.9% ระบุทำได้ดีทั้งสองฝ่าย โดย 15.7% ระบุพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาลทำได้ดีกว่า และ 9.2% ระบุฝ่ายค้านทำได้ดีกว่า

อย่างไรก็ตาม 68.7% ระบุนักการเมืองยังคงมีความสำคัญมากถึงมากที่สุดในระบอบประชาธิปไตย ในขณะที่ 31.3% ระบุมีความสำคัญน้อยถึงไม่สำคัญเลย ที่น่าสนใจคือ 82.1% ยังคงเชื่อมั่นมากถึงมากที่สุดต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยถึงแม้บ้านเมืองจะมีปัญหาวุ่นวายเพียงไร ในขณะที่7.9% เชื่อมั่นน้อยถึงไม่เชื่อมั่นเลย และ 73.4% ยังคงให้โอกาสรัฐบาลทำงานต่อไป