"ประชา"เผย 17 ส.ค.นี้ นัดคุยแกนนำวาดะห์-ผู้นำศาสนา-เอกชน แลกเปลี่ยนความเห็นแก้ไฟใต้ โต้ฝ่ายค้านใช้งบตามกรอบ
พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายยุทธศาสตร์และการแก้ไขปัญหาความไม่สงบจังหวัดชายแดนภาคใต้(ศปก.กปต.) เมื่อวันที่ 15 ส.ค.ที่ผ่านมา ว่า สภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(กอ.รมน.) ได้รายงานความคืบหน้าในการดำเนินงานในเรื่องต่าง ๆ โดยนายกรัฐมนตรีได้สอบถามเรื่องการบรรจุบุคคลลงไปในกลุ่มงานที่รับผิดชอบ ทั้ง 6 กลุ่มงาน และมอบให้สมช.หารือกับกอ.รมน.รวมทั้งผบ.ทบ.ในฐานะรองผอ.รมน.ร่วมพิจารณาด้วย
เมื่อถามว่าในการประชุมกปต.ในสัปดาห์หน้านั้น จะได้ข้อสรุปเกี่ยวข้อง 5 ข้อเสนอของกลุ่มบีอาร์เอ็นหรือไม่ พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า คงจะพูดคุยกัน และนายกรัฐมนตรีให้การบ้านว่าให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องไปหารือกันให้ตกผลึกและรายงานในนายกฯทราบก่อนว่ามีประเด็นเรื่องใดบ้าง และคาดว่าในการประชุมจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนขึ้น
ต่อข้อถามว่าใน 5 ข้อเสนอมีเรื่องใดที่สามารถจะทำได้ตามที่มีการเสนอ พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า มีหลายประเด็นที่แตกต่าง บางข้อเรารับได้ บางข้อก็ต้องมาหารือกันก่อนเพราะมีผลกระทบอย่างกว้างขวางแต่ไม่ขอพูดลงลึกในรายละเอียด
ส่วนข้อเสนอที่บีอาร์เอ็นขอให้รัฐบาลไทยปล่อยตัวนักโทษทางการเมืองที่ต่อสู้สำหรับมลายูปัตตานีนั้น พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า กระบวนการยุติธรรมของเราได้ดำเนินการอย่างละเอียดรอบคอบครบถ้วนและชัดเจน บางเรื่องยังอยู่ในการดำเนินการของตำรวจ บางเรื่องอยู่ในชั้นของอัยการ บางเรื่องอยู่ในชั้นศาล ซึ่งกระบวนการยุติธรรมก็ต้องว่ากันไป ส่วนจะปล่อยได้ทุกคนทุกกลุ่มหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับการพิจารณา ทั้งนี้ยืนยันว่าเราจะพิจารณาด้วยความยุติธรรม ซึ่งมีจำนวนอยู่พอสมควร เพราะบุคคลเหล่านี้มีทั้งหมายจับตามพ.ร.ก.และพ.ร.บ.
ผู้สื่อข่าวถามว่าฝ่ายไทยได้ยื่นข้อเสนอของไทยไปยังฝ่ายบีอาร์เอ็น ให้เขาได้พิจารณาบ้างหรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ต้องแลกเปลี่ยนกัน ซึ่งเราจะต้องพูดคุยกันให้ได้ข้อยุติเกี่ยวกับข้อเสนอทั้ง 5 ข้อของเขาก่อน คาดว่าสัปดาห์หน้าจะได้ข้อสรุป
ต่อข้อถามว่าหากฝ่ายไทยไม่สามารถดำเนินการตาม 5 ข้อเสนอ และบีอาร์เอ็นไม่เจรจาด้วยจะดำเนินการอย่างไรต่อไป พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า ไม่น่าจะเป็นอย่างนั้น เพราะนายฮัสซัน ตอยิบ แกนนำบีอาร์เอ็น และฝ่ายผู้อำนวยความสะดวก แสดงเจตนารมย์และยืนยันในหลักการว่าไม่มีปัญหาใดที่จะสรุปได้ดีเท่ากับการพูดคุย เพราะเป็นหลักการที่พูดต้องและเป็นที่ยอมรับของสากล ซึ่งเราต้องเจรจากับเขาว่ามีข้อใดที่รับได้ หรือข้อใดที่เราไม่เห็นด้วย ยืนยันว่าการพูดคุยยังคงมีอยู่
ผู้สื่อข่าวถามว่าประเด็นที่บีอาร์เอ็นเรียกร้องให้มีการปลดปล่อยเขาโดยไม่ใช่การแบ่งแยกดินแดง หมายถึงเรื่องใด รองนายกฯ กล่าวว่า อาจหมายถึงการพูดถึงเรื่องสิทธิและความเป็นเจ้าของ ซึ่งมองได้หลายแง่มุม โดยอาจเป็นสิทธิที่รัฐบาลไทยให้การรับรองความเป็นเจ้าของ เช่นเรื่องของวัฒนธรรม ประเพณีและความเป็นอัตลักษณ์ของชาวมลายู เขาไม่ได้หมายความว่าเราไปครอบครองแผ่นดินของเขา เรื่องนี้สมช.ได้ประสานไปทางบีอาร์เอ็นว่าข้อเสนอให้รับรองความเป็นสิทธิหมายถึงสิทธิอะไรบ้าง และอยู่ระหว่างรอฟังคำตอบ ซึ่งรายละเอียดต่าง ๆ ที่เขาเสนอมานั้นสมช.ได้สอบถามไปแล้ว เพราะอยากทราบในบางเรื่องที่เขาต้องการ เช่น เรื่องสิทธิต่างๆนั้น หมายความว่าอะไร และอยู่ระหว่างรอฟังคำตอบจากเขาอยู่
เมื่อถามว่าหากเราปล่อยผู้ต้องหาตามข้อเรียกร้องของเขาแล้วเหตุความไม่สงบยังไม่ลดลง จะทำอย่างไรต่อ พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า เจตนารมย์การพูดคุยเพื่อนำไปสู่สันติวิธี ซึ่งเราต้องยอมรับจุดยืนตรงนี้ร่วมกันให้ได้ก่อน ซึ่งเขาและรัฐบาลก็ยอมรับเพราะต้องการให้เกิดสันติขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของเรา จึงต้องพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน เพราะปัญหาในพื้นที่ภาคใต้เกิดมาเรื้อรังนับสิบปีและยังไม่ได้ข้อยุติ
ส่วนที่ฝ่ายบีอาร์เอ็นต้องเสนอให้ฝ่ายไทยถอนกำลังทหารและยกเลิกกฎหมายพิเศษนั้น พล.ต.อ.ประชาอยู่ในการพูดคุยซึ่งผ่านพ้นไปแล้ว และมีการผ่อนปรนกันไปบ้างแล้ว
ต่อข้อถามที่ว่าเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นช่วงเดือนรอมฎอนนั้น ทราบหรือยังว่าเป็นฝีมือใคร พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า ก็ผสมกัน บางเรื่องเขาตอบมาว่าเป็นการกระทำของเขา แต่บางเรื่องก็เป็นเรื่องส่วนตัวก็ได้
ผู้สื่อข่าวถามว่าประเมินหรือไม่ว่าในระยะนี้ผู้ก่อเหตุมีเป้าหมายที่บุคคลระดับผู้นำศาสนาหรือผู้นำหมู่บ้าน รองนายกฯ กล่าวว่า ยอมรับว่าเป็นความเห็นต่างและมีมุมมองที่ต่างกัน และเหตุจะสงบได้ต้องมีความเห็นที่ตรงกันก่อน แต่ใครจะคิดอย่างไรก็เป็นสิ่งที่เขาคิดได้
ส่วนที่มีข่าวว่ามีการเตรียมกลุ่มประท้วงกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ รองนายกฯกล่าวว่า ก็เป็นข่าว ซึ่งเราเตรียมอยู่ตลอดเวลา และจะยึดกันพูดคุยด้วยสันติวิธีเป็นหลักไม่มีอะไรดีกว่าการพูดคุย อย่างไรก็ตามเราประสานงานกับฝ่ายต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องและพยายามอย่างถึงที่สุดที่จะแก้ปัญหา โดยในวันที่ 17 ส.ค.นี้ เวลา 10.00 น.จะได้นัดพูดคุยกับแกนนำกลุ่มวาดะห์ ผู้นำศาสนา และภาคเอกชน เพื่อรับฟังความเห็นที่หลากหลายจากบุคคลหลายกลุ่มทั้งพุทธและมุสลิม
เมื่อถามถึงสถานการณ์ทางการเมืองที่ฝ่ายค้านหยิบยกเรื่องการใช้งบประมาณจำนวนมากในการดูแลความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ภาคใต้ ขึ้นมาพาดพิงรัฐบาล รองนายกฯ กล่าวว่า การใช้เงินเป็นงบประมาณแผ่นดินซึ่งเรามีกรอบกติกาอยู่









