วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'พลังงาน-เกษตร'แจงครม.เสม็ดเข้าสู่ภาวะปกติ

"พลังงาน-เกษตร"หอบรายงานแจงครม.เสม็ดเข้าสู่ภาวะปกติ เผยมีผู้ร้องเรียน 1,250 ราย เยียวยาประมงแล้วรายละ 30,000 บาท นอกนั้นอยู่ระหว่างเจรจา

นายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า กระทรวงพลังงานได้รายงานเรื่องการแก้ไขปัญหาการรั่วไหลของน้ำมันดิบลงทะเลอ่าวมาบตาพุด และการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งได้มีการดำเนินการใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว โดยความคืบหน้าล่าสุดนั้น ทั้งชายหาดและทะเลเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว แต่ยังเหลือคาบน้ำมันบริเวณซอกหินอยู่ ซึ่งพีทีที โกลบอล เคมิคอล ได้แต่งตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และอยู่ระหว่างตรวจสอบ และจะรายงานกลับมายังกระทรวงพลังงานภายใน 3 สัปดาห์

สำหรับการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวนั้น มีผู้ร้องเรียนทั้งหมด 1,250 ราย โดยแยกเป็นกลุ่มอาชีพประมง 400 กว่าราย จ่ายเงินชดเชยแล้วเมื่อวันที 10 ส.ค.ที่ผ่านมา เป็นเงินชดเชยรายละ 30,000 บาท โดยคิดในอัตรา 1,000 บาทต่อวัน ส่วนกลุ่มผู้ประกอบการโรงแรมและร้านอาหารมีผู้ร้องเรียนจำนวน 600 กว่าราย , กลุ่มผู้ได้รับผลกระทบทางด้านสุขภาพ 1 ราย และกลุ่มอื่น ๆ ทั้งอาชีพรับจ้าง ค้าขาย เรือเช่า ก่อสร้าง นวดแผนโบราณ อยู่ในระหว่างการเจรจาและหารายละเอียด

นอกจากนี้ พีทีที โกลบอล เคมิคอล ได้ร่วมกับจังหวัดระยอง จัดทำแผนบูรณาการฟื้นฟู โดยได้ว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญระบบนิเวศ สิ่งแวดล้อมจากทางทะเล จากประเทศออสเตรเลีย เข้าร่วมประกอบด้วยแผนระยะสั้น 1 ปี และแผนระยะยาว ซึ่งจะมีการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อผลกระทบต่อไปในอนาคต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในประเด็นเกี่ยวกับความคืบหน้าในการจัดการปัญหาคราบน้ำมันในวันนี้ มี 2 หน่วยงานที่เสนอรายงานเข้ามาแจ้งต่อที่ประชุมครม. โดยหน่วยงานแรกคือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มอบหมายให้กรมประมงดำเนินการ โดยในส่วนของการตรวจสอบนั้นกรมประมงรายงานว่า 1.การตวจสอบคุณภาพสัตว์น้ำทั่วไปในบริเวณที่คราบน้ำมันเคลื่อนผ่านน้ำทะเลอยู่ในเกฑ์ปกติ ตามประกาศของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเรื่องมาตรฐานคุณภาพน้ำทะเล 2.การตรวจสอบปริมาณโลหะหนักในน้ำทะเล 5 ชนิด คือปรอท แคดเมียม ตะกั่ว ทองแดงและสังกะสี ในน้ำทะเลที่คราบน้ำมันเคลื่อนผ่านพบว่ามีค่าไม่เกินค่ามาตรฐานคุณภาพน้ำทะเลตามประกาศของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ

3.การตรวจสอบปริมาณโลหะหนักในเนื้อสัตว์น้ำ โดยสำรวจและเก็บตัวอย่างสัตว์น้ำที่จับจากแหล่งประมงพื้นที่บ้านบริเวณรอบเกาะเสม็ด พบว่าปริมาณโลหะหนักในเนื้อสัตว์น้ำมีค่าไม่เกินค่ามาตรฐาน 4.การตรวจสอบปริมาณสารปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนในสัตว์น้ำยังไม่พบความผิดปกติของการปนเปื้อนและ5.การตรวจสอบระบบนิเวศน์ในแนวประการังเทียมพบว่าคุณภาพน้ำทั่วไปและลักษณะความขุ่นใสของน้ำมีคุณภาพปกติ สภาวะทรัพยากรประมงในแนวประการังเทียมอยู่ในสภาพปกติ มีความหลากหลายชนิดพันธุ์ปลาสูง สัตว์น้ำมีลักษณะแข็งแรงว่ายน้ำปกติ สภาพสัตว์น้ำเกาะติดในปะการังเทียมมีภสพาสมบูรณ์ ไม่พบคราบน้ำมันและระบบนิเวศน์โดยรวมอยู่ในสภาพปกติ

"นอกจากนี้กระทรวงเกษตรฯมีแผนปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำในบริเวณที่ได้รับผลกระทบจำนวน 11.35ล้านตัว คือ ปล่อยกุ้งแชบ๊วย 5ล้านตัว กุ้งกุลาดำ 5ล้านตัว ปูม้า 1ล้านตัว ปลากระพงขาว 2แสนตัว หอยหวาน 1แสนตัวและหมึก 5หมื่นตัว โดยจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 2 ก.ย.เป็นต้นไป"

ขณะที่กระทรวงพลังงานส่งเอกสารรายงานเข้ามาในที่ประชุมครม.ด้วยเช่นกันและระบุผลตรวจสอบจากหน่วยงานต่างอาทิ อาทิ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งบอกว่าพื้นที่รอบเกาะเสม็ดไม่พบคราบน้ำมันบนพื้นทะเลและไม่พบการตายของสัตว์ในแนวปะการัง ส่วนกรมควบคุมมลพิษ ระบุว่าการใช้สารเคมีเพื่อขจัดคราบน้ำมันเป็นไปตามระเบียบของกรมควบคุมมลพิษ สารเคมีที่ใช้ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน์น้อยเมื่อเทียบกับสารเคมีขององค์กรน้ำมันชั้นนำของโลก

นอกจากนี้รายงานของกระทรวงพลังงานยังระบุผลตรวจจาก สำนักวิจัยและพัฒนาประมงทะเล กรมประมง ที่ระบุผลตรวจวัดและวิเคราะห์ค่าความเค็ม อุณหภูมิ ค่าความเป็นกรด-ด่าง(pH) ปริมาณสารแขวนลอย(TSS)ปริมาณสารอาหารและโลหะหนักในน้ำอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ฯ