ดีเอสไอลงพื้นที่เก็บข้อมูลเหตุน้ำมันรั่ว รอผลตรวจทางวิทยาศาสตร์ก่อนตัดสินใจรับเป็นคดีพิเศษ
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)กล่าวถึงการส่งชุดเจ้าหน้าที่นำโดยนายภูวิช ยมหา ผู้อำนวยการส่วนบริหารระบบงานคดีพิเศษ ศูนย์บริหารคดีพิเศษ เข้าไปตรวจสอบกรณีเกิดเหตุท่อรับส่งน้ำมันของบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด(มหาชน) หรือพีทีทีจีซี รั่วไหลจนทำให้มีคราบน้ำมันกระจายลงทะเลโดยเฉพาะบริเวณอ่าวพร้าว ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า หมู่เกาะเสม็ดว่า จากการเข้าไปติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดคาดว่าเร็ว ๆนี้จะได้ข้อสรุปเกี่ยวกับรายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดซึ่งเบื้องต้นหากพบว่าเป็นอุบัติเหตุดีเอสไอคงไม่เข้าไปดำเนินการใด ๆ แต่หากข้อสรุปพบว่าเกิดจากความประมาทเลินเล่อของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะถือว่าเข้าข่ายรับเป็นคดีพิเศษได้ทันทีเพราะกรณีดังกล่าวถือเป็นความผิดตามพ.ร.บ.แนบท้ายการสอบสวนคดีพิเศษเกี่ยวกับความผิดว่าด้วยวัตถุอันตราย
ด้านนายภูวิช กล่าวว่า เจ้าหน้าที่พยายามเข้าไปเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดทั้งการตรวจสอบพยานหลักฐานจากสถานที่เกิดเหตุด้วยการใช้เฮลิคอปเตอร์บินสำรวจพื้นที่โดยรอบที่ได้รับความเสียหายและการสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องตลอดจนการรวบรวมรายงานของหน่วยงานต่าง ๆที่เข้าไปสำรวจในพื้นที่ทั้งกรมเจ้าท่า กรมทรัพยากรชายฝั่งและตำรวจท้องที่เพื่อรวบรวมข้อมูลเหล่านี้สรุปเป็นรายงานเสนอต่ออธิบดีดีเอสไอพิจารณาว่าเข้าข่ายเป็นคดีพิเศษหรือไม่โดยข้อมูลที่จะนำมาวิเคราะห์สรุปเป็นรายงานจะประกอบด้วยข้อมูลหลายด้านทั้งข้อมูลตามหลักวิศวกรรมและการสืบสวนที่ต้องทำควบคู่กับหลักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและนิติวิทยาศาสตร์อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ยังไม่มีหน่วยงานใดที่ออกมาชี้ชัดถึงสาเหตุที่แน่นอน ดังนั้น ดีเอสไอจะพยายามหาสาเหตุเพื่อให้ได้ข้อสรุปว่าเกิดจากอุบัติเหตุหรือความประมาททั้งนี้คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 10 วันในการประมวลผลข้อมูลทั้งหมด








