วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

สลายต้อกระจกด้วยเลเซอร์

ต้อกระจก ที่บดบัดทัศนียภาพ ถึงคราวโดนสลาย เมื่อจักษุแพทย์ศิริราชพยาบาลพบเทคนิคการใช้แสงเลเซอร์เสริมประสิทธิภาพการสลายต้อ

ต้อกระจก ที่บดบัดทัศนียภาพ ถึงคราวโดนสลาย เมื่อจักษุแพทย์ศิริราชพยาบาลพบเทคนิคการใช้แสงเลเซอร์เสริมประสิทธิภาพการสลายต้อ

รศ.พญ.จุฑาไล ตันฑเทอดธรรม หัวหน้าภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ต้อกระจก เป็นโรคของเลนส์ตาที่มีความขุ่น โดยปกติเลนส์ตาจะใสและนิ่ม แต่เมื่อคนเราอายุมากขึ้น เลนส์ตาจะแข็งและขุ่นปิดกั้นไม่ให้แสงผ่านเข้าไปในตา ทำให้การมองเห็นลดลง

ต้อกระจกส่วนใหญ่พบในผู้สูงอายุ สาเหตุจากเลนส์ตาที่เสื่อมตามอายุ แต่ก็อาจเกิดจากโรคทางตาอื่น ๆ เช่น ม่านตาอักเสบ ตาติดเชื้อ การได้รับอุบัติเหตุทางตา และการใช้ยากลุ่มสเตียรอยด์

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ส่งเสริมให้เกิดต้อกระจก ได้แก่ โรคเบาหวาน การสูบบุหรี่ โรคขาดสารอาหาร การได้รับแสงแดดเข้าตาเป็นเวลานาน ๆ ต้อกระจกยังพบได้ในเด็กแรกเกิด ซึ่งอาจเป็นผลจากการติดเชื้อระหว่างอยู่ในครรภ์มารดาได้

“การรักษาเริ่มตั้งแต่การใส่แว่น การหยอดตา และถ้าไม่ดีขึ้นก็ต้องรักษาโดยการผ่าตัด ซึ่งการผ่าตัดต้อกระจกในปัจจุบันได้รับการพัฒนาจนเป็นที่ยอมรับว่าปลอดภัย ทันสมัย สะดวก รวดเร็ว และให้ผลดีที่นิยมคือ การผ่าตัดนำเลนส์ตาที่ขุ่นออกแล้วใส่เลนส์แก้วตาเทียม ซึ่งการผ่าตัดสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การสลายต้อกระจกด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasound) เป็นวิธีผ่าตัดที่ได้รับความนิยมมาก”

ปัจจุบัน มีการนำแสงเลเซอร์มาช่วยในการสลายต้อกระจก ซึ่งจะทำให้การผ่าตัดแม่นยำมากขึ้น และการมองเห็นกลับมาเป็นปกติได้อย่างรวดเร็ว ศ.นพ.สบง ศรีวรรณบูรณ์ ผู้อำนวยการศูนย์รักษาสายตา SiLASIK (เอส ไอ เลสิก) กล่าวว่า แสงเลเซอร์ที่นำมาใช้คือ เฟมโตเซคเคิลเลเซอร์ ซึ่งเป็นแสงเลเซอร์ชนิดเดียวกับที่ศูนย์เลสิกศิริราชใช้ในการรักษาผู้ที่มีภาวะสายตาผิดปกติ สั้น ยาว เอียง รวมถึงการผ่าตัดปลูกถ่ายกระจกตา

“จักษุแพทย์จะแสกนดวงตา เพื่อดูตำแหน่ง ขนาดและลักษณะของต้อกระจก จากนั้นให้เฟมโตเซคเคิลเลเซอร์ ทำหน้าที่แทนใบมีดในการเปิดแผลที่กระจกตาและเปิดถุงหุ้มเลนส์ตา ซึ่งแสงเลเซอร์สามารถกำหนดขนาดและรูปแบบที่ต้องการได้แม่นยำกว่าการใช้ใบมีดแบบเดิม แผลเรียบและสมานตัวได้ดีกว่า ทำให้เนื้อเยื่อฟื้นตัวเร็ว” จักษุแพทย์อธิบาย พร้อมเสริมว่า จากนั้นจะใช้เลเซอร์สลายต้อ แล้วดูดเอาต้อกระจกที่สลายแล้วออก และทำการใส่เลนส์แก้วตาเทียมให้ผู้ป่วย

ทั้งนี้การผ่าตัดจะใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที โดยที่ระยะเวลาในการผ่าตัดและการพักฟื้นนั้น ไม่ต่างจากการผ่าตัดต้อกระจกแบบเดิม ทั้งยังคงห้ามยกของหนักและห้ามให้น้ำเข้าตาภายในระยะ 1 เดือนหลังผ่าตัดเพื่อป้องกันการติดเชื้อ แต่สิ่งที่ดีกว่า ศ.นพ.สบง ชี้ว่าเป็นประสิทธิภาพในการผ่าตัดที่ดีขึ้น แผลเรียบสวย และเนื้อเยื่อฟื้นตัวเร็ว

อย่างไรก็ดี การใช้แสงเลเซอร์สลายต้อกระจกมีข้อจำกัดในกลุ่มผู้ป่วยที่มีต้อกระจกสุกมากจนต้อขึ้นเป็นฝ้าขาว ที่แสงเลเซอร์จะยิงไม่เข้า ผู้ป่วยที่กระจกตาขุ่นหรือตาอักเสบ นอกจากนี้ ยังไม่เหมาะกับผู้ป่วยเด็กหรือผู้ป่วยที่ไม่ให้ความร่วมมือ เพราะไม่มีการรมยา เพียงแค่ฉีดยาชาก่อนผ่าตัดเท่านั้น ที่สำคัญ ค่าใช้จ่ายยังสูงอยู่ โดยมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม 28000 บาทจากการผ่าตัดต้อกระจกปกติ

“ต้อกระจกเป็นโรคที่พบได้บ่อย สามารถรักษาให้การมองเห็นกลับมาปกติได้ หากได้รับการตรวจวินิจฉัยและได้รับการรักษาในระยะที่เหมาะสม การผ่าตัดรักษาต้อกระจกในปัจจุบันมีประสิทธิภาพสูง ปลอดภัยและได้ผลดี การรู้จักดูแลถนอมดวงตา อาจช่วยชะลอการเกิดต้อกระจกได้” หัวหน้าภาควิชาจักษุวิทยากล่าว

ผักใบเขียว ผักหรือผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระและมีวิตามินเอสูง เช่น ฟักทอง แครอท มะเขือเทศ มะละกอสุก กล้วย หรือรับประทานอาหารที่มีโปรตีนคุณภาพสูง เช่น ปลา ตับสัตว์ นม และเนย งดสูบบุหรี่และงดดื่มแอลกอฮอล์ เป็นตัวช่วยในการบำรุงสายตา

ทั้งนี้ จักษุแพทย์แนะให้หลีกเลี่ยงแสงแดดหรือรังสีอัลตราไวโอเลต โดยสวมแว่นกันแดดเมื่ออยู่กลางแจ้งหรือหลีกเลี่ยงการจ้องมองดวงอาทิตย์โดยตรง นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ พักสายตาเป็นระยะเมื่อต้องใช้สายตาติดต่อกันนาน ผู้ที่ทำงานเสี่ยงต่ออุบัติเหตุของดวงตา ควรสวมอุปกรณ์ป้องกันระหว่างทำงาน รวมถึงการใช้ยาหยอดตาทุกชนิด ต้องมั่นใจว่าจะไม่ก่อให้เกิดผลเสียกับดวงตา หากไม่แน่ใจควรปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง

“สำหรับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปี ขึ้นไป โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวานหรือผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคตา ควรได้รับการตรวจสุขภาพตาโดยจักษุแพทย์อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หากพบความผิดปกติจะได้รีบรักษาได้ทันท่วงที” จักษุแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลทิ้งท้าย