ช่วงนี้หน้าฝน ต้องระวังยุงเป็นพิเศษไม่ชะล่าใจ เพราะบางโรคก็ยังไม่มียารักษา เหมือนอย่างไข้เลือดออก
เภสัชกรเชิดเกียรติ แกล้วกสิกิจ หัวหน้ากลุ่มสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 พิษณุโลก กรมควบคุมโรค เผยถึงสถานการณ์โรคไข้เลือดออกในเขตภาคเหนือตอนล่าง 5 จังหวัด จากข้อมูลของกลุ่มระบาดวิทยาและข่าวกรองของหน่วยงาน ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 20 เมษายน 2556 มีผู้ป่วยสะสมรวมมากถึง 2,862 ราย เสียชีวิตจำนวน 4 ราย กลุ่มอายุที่พบสูงสุด คือ 10 - 14 ปี รองลงมาคือ 5 - 9 ปี และ 15 - 24 ปีตามลำดับ เมื่อเปรียบเทียบอัตราป่วยไข้เลือดออกในช่วงเดือน มกราคม ถึง เมษายน พบว่าปี 2556 มากกว่าปี 2555 ถึงเป็น 3.1 เท่าตัว เนื่องจากโรคไข้เลือดออกยังไม่มียารักษา และไม่มีวัคซีนป้องกันไข้เลือดออก ยุงตัวเมีย 1 ตัวจะไข่ครั้งละ 50-150 ฟอง ใน 4-6 ครั้งในช่วงชีวิต 60 วันของยุงตัวเมียหนึ่งตัวจึงมีลูกได้ราว 500 ตัว ดังนั้นการป้องกันโรคโดยการตัดตอนวงจรชีวิตของยุงจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด โดยการป้องกันไม่ให้ยุงวางไข่ได้ หรือไข่แล้วก็ไม่ให้กลายเป็นยุง เน้นที่การควบคุมลูกน้ำด้วยการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำ เนื่องจากสามารถทำลาย ได้ง่ายและไม่สิ้นเปลือง จากข้อมูลของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข พบว่า ยุงลายชอบกัดคน 6 ประเภทด้วยกันคือ เด็กมากกว่าผู้ใหญ่เพราะกลิ่นและลักษณะผิวหนัง ผู้หญิงมากกว่าผู้ชายเพราะฮอร์โมนแตกต่างกัน คนที่หายใจแรงเพราะคาร์บอนไดออกไซด์จากลมหายใจจะเป็นตัวดึงดูดยุง คนที่ตัวร้อนเพราะอุณหภูมิบริเวณผิวหนังจะสูง คนที่มีเหงื่อออกมาก คนที่ใส่เสื้อผ้าสีเข้ม คำแนะนำการป้องกันไม่ให้ยุงกัด คือ การใช้ผลิตภัณฑ์ฉีดไล่ยุง เครื่องไล่ยุงไฟฟ้า ใช้ยาจุดกันยุง ยาทากันยุงกัด หรือใช้กลิ่นของสมุนไพรไล่ยุง เช่น ตะไคร้หอม เป็นต้น และนอนในมุ้ง ติดมุ้งลวด หรือเปิดพัดลมไล่ยุง เภสัชกรเชิดเกียรติ กล่าวทิ้งท้ายถึงกลยุทธ์การปฏิบัติเมื่อมีคนในบ้านหรือข้างบ้านเป็นไข้เลือดออก คือ ควรจะบอกคนในบ้านหรือข้างบ้านว่ามีไข้เลือดออก เนื่องจากไข้เลือดออกระบาดโดยมียุงเป็นตัวแพร่เชื้อ เพื่อเตรียมการป้องกัน ตนเองและคนในบ้าน แจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเพื่อมาดำเนินการสอบสวนและควบคุมโรคทันที ให้สมาชิกในครอบครัว ป้องกันการถูกยุงกัดตามคำแนะนำเบื้องต้น สำรวจภายในบ้าน รอบบ้าน รวมทั้งเพื่อนบ้านว่ามีแหล่งแพร่พันธุ์ยุงหรือไม่ หากมีให้จัดการเสีย เฝ้าดูอาการของสมาชิกในบ้านหรือข้างบ้านว่ามีไข้หรือไม่ หากมีไข้ให้ระวังว่าอาจจะเป็น ไข้เลือดออก ให้ผู้ป่วยนอนในมุ้งเพื่อป้องกันยุงกัด อย่างไรก็ตามอย่าชะล่าใจเพราะทุกคนก็มีโอกาสโดนยุงกัดได้หมด ควรระวังและป้องกันตัวไม่ให้ถูกยุงกัดจะดีที่สุด หากสงสัยบุคคลในครอบครัวป่วยเป็นโรคไข้เลือดออก โดยมีอาการไข้สูงลอยนานเกิน 2 วัน ร่วมกับอาการคลื่นไส้ อาเจียน ซึม เบื่ออาหาร หน้าแดง คอแดง ปวดศีรษะหรือปวดกระบอกตา อาจพบจุดเลือด ที่ผิวหนัง กดเจ็บชายโครงด้านขวา มักไม่ไอ ไม่มีน้ำมูก ให้สงสัยเป็นไข้เลือดออก และรีบไปรับการตรวจรักษาที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน ให้ระลึกเสมอว่าฤดูฝนนี้เป็นช่วงของการระบาดของโรคไข้เลือดออก อย่านิ่งนอนใจจนไปพบแพทย์ช้าซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้อาการหนัก รักษายากและอาจเสียชีวิตได้ และหากประชาชนมีข้อสงสัยสอบถามได้ที่สายด่วน กรมควบคุมโรค โทร 1422









