วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

สปส.เคาะปล่อยกู้ทำงานตปท.วงเงิน5พันล้าน

บอร์ดสปส.อนุมัติโครงการสินเชื่อเพื่อไปทำงานต่างประเทศ กรอบวงเงิน5พันล้าน ตั้งเป้า1หมื่นคน ปล่อยกู้รายละ1.5แสนบาทส.ค.นี้

นพ.สมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์ ปลั ดกระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการประกันสังคม(สปส.)เปิดเผยว่าเมื่อเร็วๆนี้ที่ประชุมบอร์ดสปส.ได้พิจารณาโครงการสินเชื่อเพื่อไปทำงานต่างประเทศโดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้มีหนังสือแจ้งกลับมายังสปส.แล้วว่าผู้ที่เป็นหรือเคยเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33และมาตรา 40 สามารถกู้เงินกองทุนสปส.ในโครงการนี้ได้ ดังนั้น ที่ประชุมจึงมีมติเห็นชอบอนุมัติให้ดำเนินโครงการสินเชื่อเพื่อไปทำงานต่างประเทศโดยสปส.กำหนดกรอบวงเงินไว้ทั้งหมด 5,000 ล้านบาท และคาดว่าจะมีผู้กู้ทั้งสิ้นประมาณ 10,000 คน อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นจะมีการนำร่องโครงการก่อนโดยใช้วงเงิน 500 ล้านบาทและธนาคารกรุงไทยจะเป็นผู้ปล่อยกู้คิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 6 คงที่ 2 ปี

นพ.สมเกียรติ กล่าวว่า สำหรับเงื่อนไขการกู้เงินโครงการนี้ผู้กู้ต้องเป็นหรือเคยเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 หรือ มาตรา 40โดยกรณีมาตรา 40 นั้นต้องส่งเงินสมทบติดต่อกันไม่น้อยกว่า 6 เดือน นอกจากนี้ ผู้ยื่นกู้ต้องหลักฐานประกอบด้วยหนังสือรับรองจากสปส.ว่า เป็นผู้ประกันตนหรือเคยเป็นผู้ประกันมาตรา 33 หรือ มาตรา 40 และมีหนังสือรับรองจากกรมการจัดหางาน(กกจ.)ว่าทำงานต่างประเทศและมีนายจ้างจริง ซึ่งสามารถยื่นกู้ได้รายละ 150,000 บาทโดยไม่ต้องใช้บุคคลหรือหลักทรัพย์ค้ำประกัน แต่จะต้องทำสัญญากับธนาคารกรุงไทยยินยอมให้หักเงินเดือนเพื่อผ่อนชำระหนี้สปส.ผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทยสาขาต่างประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้มีปัญหาหนี้เสีย

"สปส.จะทำลงนามความร่วมมือ(เอ็มโอยู)กับธนาคารกรุงไทยซึ่งจะเป็นผู้บริหารจัดการเงินกู้ของโครงการในช่วงเดือนกรกฎาคมนี้หลังจากนั้นคาดว่าเดือนสิงหาคมนี้โครงการจะเริ่มปล่อยกู้ได้ เมื่อสปส.ทำเอ็มโอยูกับธนาคารกรุงไทยแล้ว สปส.จะนำเงินกองทุนประกันสังคมก้อนแรก 10 ล้านบาทไปฝากไว้กับธนาคารกรุงไทยโดยเงินฝากของสปส.นั้นธนาคารให้อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1คงที่ 2ปี และแรงงานไทยซึ่งเป็นผู้ประกันตนสามารถไปยื่นกู้ได้ที่ธนาคารกรุงไทยสาขาต่างจังหวัด"ประธานบอร์ดสปส. กล่าว

นพ.สมเกียรติ กล่าวด้วยว่า ที่ประชุมยังได้มีมติเห็นชอบให้สปส.ปรับระบบการจ่ายค่ารักษาพยาบาลตามกลุ่มวินิจฉัยโรคร่วม(ดีอาร์จี)เช่นโรคมะเร็งโรคไต โรคปอดโดยจ่ายค่ารักษาตามระดับความรุนแรงของโรค(RW)หากมีค่า RW ตั้งแต่ระดับเกินกว่า2ขึ้นไปให้จ่ายอยู่ที่ระดับละ 15,000 บาทจากปัจจุบันในกรณีโรงพยาบาลระบบประกันสังคมซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่ผู้ประกันตนมีบัตรรับรองสิทธิส่งต่อผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลที่มีศักยภาพสูงซึ่งเป็นคู่สัญญาทางโรงพยาบาลคู่สัญญาจะมายื่นเรื่องเบิกเงินจากสปส.โดยตรง ก็เปลี่ยนเป็นให้โรงพยาบาลคู่สัญญามาเบิกเงินค่ารักษาจากโรงพยาบาลระบบประกันสังคมซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่ผู้ประกันตนมีบัตรรับรองสิทธิหลังจากนั้นให้โรงพยาบาลที่ผู้ประกันตนมีบัตรรับรองสิทธิมายื่นเรื่องเบิกเงินค่ารักษาพยาบาลจากสปส.โดยกรณีระดับความรุนแรงเกินกว่า2ขึ้นไปให้จ่ายอยู่ที่ระดับละ15,000 บาท