วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ดูแลกระดูกคอไม่ให้เสื่อมก่อนวัย กันเถอะ (Advertorial)

โรคคอเสื่อม จัดเป็นโรคกระดูกที่เป็นกันมากขึ้นในปัจจุบัน โดยเฉพาะคนที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป

นาวาอากาศตรีนายแพทย์ชัยพฤกษ์ ปั้นดี ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์อาหรับ ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญกระดูกสันหลัง ข้อสะโพกและข้อเข่าเทียม โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ กล่าวว่า โดยปกติแล้วความเสื่อมของโรคกระดูกและข้อ มักจะเกิดได้ที่เนื้อกระดูกและข้อต่อ หากเกิดความเสื่อมที่เนื้อกระดูกจะทำให้เป็นภาวะกระดูกบาง และพรุน แต่ถ้าเกิดที่ข้อต่อจะเรียกว่า "ข้อเสื่อม" ซึ่งในส่วนของความเสื่อมที่กระดูกคอ มักจะเกิดขึ้นบริเวณหมอนรองกระดูกคอและข้อต่อคอที่อยู่ที่ด้านหลัง เพราะทั้งสองส่วนทำหน้าที่ช่วยให้คอสามารถเคลื่อนไหวได้แบบ 3 ทิศทาง ทั้งก้ม -เงย เอียงคอ และหมุนคอ หากเราใช้ผิดวิธี เช่น ก้ม หรือ เงย นานเกินไป โดยไม่เปลี่ยนอิริยาบถบาง ก็จะทำให้เกิดความเสื่อมเร็วขึ้น ดังนั้น เพื่อไม่ให้หมอนรองกระดูกและข้อต้อกระดูกคอเกิดการเสื่อมวัยก่อนอันควร นาวาอากาศตรีนายแพทย์ชัยพฤกษ์ แนะนำว่า อย่างแรกเลย คนทำงานนั่งโต๊ะโดยเฉพาะคนทำงานออฟฟิศ ควรจะเปลี่ยนอริยาบททุกๆ 1 ชั่วโมง เช่น นั่งทำงาน 1 ชั่วโมง ให้ลุกขึ้นเดิน 1 นาที แล้วค่อยมาทำงานต่อ

ต่อมา..ควรหาเวลาออกกำลังการเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามบริเวณรอบๆ คอ ซึ่งมีท่าการออกกำลังกาย ทั้งท่าก้ม -เงย เอียงคอ หมุนคอซ้าย-ขวา โดยใช้วิธีการออกแรงต้าน เรียกการออกกำลังกายแบบนี้ว่า "แบบเพิ่มกำลังกล้ามเนื้อ" (Isometric Exercise) และการออกกำลังกายแบบเหยียดกล้ามเนื้อ 3 ทิศทาง เช่น หมุน ก้มเงย เรียกว่า "การออกกำลังกายแบบเหยียดกล้ามเนื้อ" (Stretching Exercise) แต่หากมีอาการปวดคอมากๆ แนะนำให้ใส่อุปกรณ์พยุงคอระยะเวลาไม่เกิน 1 สัปดาห์ รวมทั้ง การทำกายภาพบำบัด เช่น ประคบร้อนบริเวณที่มีกล้ามเนื้อหดเกร็ง การเหยียดกล้ามเนื้อโดยนักกายภาพบำบัด นอกจากนั้น แนะนำให้ออกกำลังกายอื่นๆ เพิ่ม เช่น การว่ายน้ำ การทำโยคะ เพื่อช่วยยืดกล้ามเนื้อและสร้างสมดุลของคอ (Neck Balance) เพื่อเพิ่มความสามารถในการทำงานของกล้ามเนื้อรอบๆ คอ และไหล่ รวมถึงเพิ่มระดับความทนต่อความเจ็บปวดได้ดีขึ้น

นาวาอากาศตรีนายแพทย์ชัยพฤกษ์ กล่าวต่ออีกว่า สำหรับในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการปวดเรื้อรัง มีปวดร้าวลงหัวไหล่ แขนและมือ หรือมีอาการชา อ่อนแรงร่วมด้วย โดยไม่ทราบสาเหตุมาก่อน แนะนำให้มาปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง เพื่อให้ได้รับการวินิจฉัยและรับการรักษาที่เหมาะสม ไม่ว่า จะเป็นการทานยา การทำกายภาพบำบัด ฉีดยาต้านการอักเสบเหนือเส้นประสาท (Selective Nerve Root Black-SNRB) หรือ ฉีดยาต้านการอักเสบเข้าไปที่โพรงประสาท ( Epidural Spinal Injection -ESI) หรือการผ่าตัดในรายที่มีข้อบ่งชี้ ซึ่งปัจจุบันมีวิวัฒนาการไปมากแล้ว ทำให้เนื้อเยื่อรอบแผลผ่าตัดบอบช้ำน้อย ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้เป็นปกติเร็วขึ้น

ถึงเวลาที่ทุกท่านควรหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพ "คอ-บ่า-ไหล่"ของตัวเองกันได้แล้ว เพื่อให้ห่างไกลโรคกระดูกคอเสื่อม