วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กบอ.อุบตัวเลขต่อรองราคา อ้างความลับ

กบอ.อุบตัวเลขต่อรองราคาอ้างเป็นความลับทางราชการ ชงแผนกู้ทำโปรเจคน้ำ3.04แสนล.เข้าครม.18มิ.ย.

นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย(กบอ.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมกบอ.ว่า การประชุมของกบอ.ในวันนี้ หลักๆมีอยู่สองเรื่องคือ1.การอนุมัติจัดซื้อจัดจ้างโครงการที่ได้มีการประมูลไป 291,000 ล้านบาท ซึ่งได้ผ่านการคัดเลือก เปิดซองและได้มีการต่อรองราคากับกลุ่มบริษัทเอกชนเรียบร้อยแล้ว ซึ่งไม่ใช่การนำราคาที่ต่อรองได้เข้าให้ครม.พิจารณา โดยการชี้แจงต่อครม.จะมีนายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกฯเป็นผู้รายงาน ซึ่งกบอ.ก็ได้อนุมัติตามที่เสนอ ซึ่งขั้นตอนต่อไปต้องส่งให้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติ ในการประชุมครม.วันที่ 18มิ.ย. โดยคณะกรรมการ กบอ. ได้ขอให้นายธงทองได้ไปรายงานต่อ ครม.ด้วย

"ในเรื่องของตัวเลขในการต่อรองราคาประหยัดงบประมาณลงไปได้ แต่ตัวเลขยังบอกไม่ได้ เพราะเป็นข้อมูลลับทางราชการ ต้องรอให้ ครม. อนุมัติก่อนแล้วจะได้มีการแถลงต่อไป โดยเงินส่วนต่างที่ต่อรองได้นั้นยังอยู่ในโครงการนี้ ซึ่งมีโครงการรองรับไว้อยู่แล้ว เพราะเมื่อได้เงินเพิ่ม ก็จะเอาไปทำเพิ่มเติมให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ซึ่งจะไม่ซ้ำซ้อนกับโครงการฟื้นฟูหลังน้ำท่วมงบกลาง 120,000 ล้านบาท เพราะได้มีการตรวจสอบไม่ให้ซ้ำซ้อนกับโครงการนี้แล้ว"รองประธานกบอ. กล่าว

นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวอีกว่า 2.กบอ.อนุมัติเป็นเรื่องของแผนการกู้เงิน ซึ่งครม.ได้อนุมัติไปบ้างแล้ว ประมาณ 30,000 กว่าล้านบาท แต่ครั้งนี้เพื่อขอให้ครม. อนุมัติเงินที่เหลือประมาณ 304,000 ล้านบาท เพื่อทำแผนการใช้เงินและทำแผนการกู้ต่อไป อย่างไรก็ตามสำหรับยอดเงิน 304,000 ล้านบาท จะประกอบด้วยวงเงินการจัดซื้อจัดจ้างตามกรอบทีโออาร์บริหารจัดการน้ำ 291,000 ล้านบาท และการจัดซื้อจัดจ้างบริษัทที่ปรึกษาวงเงิน 8,730 ล้านบาท และที่เหลืออีกประมาณ 4,600 ล้านบาทเป็นการปรับเปลี่ยนการใช้งบประมาณจากเดิมที่เคยอนุมัติให้กรมเจ้าท่า นำไปดำเนินโครงการขุดลอกลำน้ำ 3,200 ล้านบาทแล้วยุบโครงการไปและยังมีอีกหลายหน่วยงานที่ไม่ได้ใช้เงิน จึงนำวงเงินที่เหลือมาจัดให้สำหรับโครงการปรับปรุงบูรณะฟื้นฟูแหล่งน้ำขนาดใหญ่ 4 แห่ง ประกอบด้วยบึงบอระเพ็ด บึงสีไฟ กว๊านพะเยา และทะเลสาบหนองหาน ซึ่งรวมการจ้างที่ปรึกษาทางกฎหมายวงเงิน 20 ล้านบาท และการทำโปรแกรมติดตามโครงการวงเงิน 83 ล้านบาท อยู่ในวงเงิน 4,600 ล้านบาทดังกล่าวด้วย

ส่วนแผนการกู้เงิน นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า กระทรวงการคลังโดยสำนักบริหารหนี้ กระทรวงการคลัง เป็นผู้กู้ ซึ่งมีการคุยกับสถาบันการเงินมาแล้ว เพราะเรามีเป้าว่าจะกู้ประมาณ 350,000 ล้านบาท ซึ่งรวมกับโครงการของคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.)จำนวน 10,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตามสำนักบริหารหนี้ฯได้ติดต่อสถาบันการเงินแล้ว แต่ยังไม่ได้ลงนามสัญญา

"พอเราส่งแผนการกู้เงินไปให้ครม.วันที่ 18 มิ.ย. ข้อมูลเหล่านี้ สำนักงบประมาณก็จะเอาไปทำ เพื่อที่จะส่งต่อให้สำนักบริหารหนี้ ในการที่จะไปยื่น ซึ่งตอนนี้จะชัดเจนเลย ว่าธนาคารไหน เท่าไร อย่างไร ตามที่อนุมัติ และก็ภายในวันที่ 30 มิ.ย. เขาก็จะมีการลงนามสัญญากู้เงินหลายสถาบันการเงิน ส่วนอัตราดอกเบี้ยที่ทราบมาว่าดี ดีในอัตราที่ต่ำทีเดียว และจะมีการแถลงข่าวเพื่อจะบอกรายละเอียดว่ากู้สถาบันใด เท่าไร ซึ่งเป็นการกู้เงินในประเทศทั้งหมด"นายนิวัฒน์ธำรง กล่าว

สำหรับกรณีที่ศาลปกครองจะพิจารณาข้อร้องเรียนของสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนที่ศาลจะพิพากษาในวันที่ 27 มิ.ย. นั้น รมต. สำนักนายกฯ กล่าวว่า ต้องรอคำตัดสิน ว่าตัดสินเป็นอย่างไร เนื้อหาเป็นอย่างไร ถ้าตัดสินว่าเดินต่อได้ ก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่หากตัดสินว่า ต้องหยุด ก็ต้องไปพิจารณาตำพิพากษา และก็จะต้องปรึกษาฝ่ายกฎหมาย ว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร แต่แน่นอนที่สุด เราต้องยอมรับคำตัดสินของศาล

ทั้งนี้ในวันเดียวกันในช่วงเช้านายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานประธานกบอ. ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมว่าจะเปิดเผยตัวเลขภายหลังการประชุมว่าสรุปแล้วเอกชนลดราคากี่บาท แต่ปรากฏว่าภายหลังการประชุมนายปลอดประสพกลับไม่ยอมให้สัมภาษณ์ใดใด รวมทั้งนายนิวัฒน์ธำรงก็แถลงยืนยันว่ายังไม่สามารถเปิดเผยได้