รัฐบาลถ่ายทอดสดโครงการน้ำ2.91แสนล้าน เผยเค วอเตอร์ได้มูลค่า1.63แสนล้าน ด้านอิตาเลี่ยนไทย/จีนได้วงเงิน1.1แสนล้าน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย(กบอ.) และนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงชี้แจงโครงการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาล ผ่านการถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 11กรมประชาสัมพันธ์ จากนั้นได้เข้าการถ่ายทอดสดกระบวนการคัดเลือก บริษัทที่ชนะการประมูลข้อเสนอทางเทคนิค โครงการบริหารจัดการน้ำวงเงิน 291,000 ล้านบาท โดยแสดงวิธีการให้คะแนนตัดสินด้านเทคนิค และได้เปิดซองราคาหลังได้ผู้ชนะด้านข้อเสนอเทคนิคแล้ว
นายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกโครงการเพื่อออกแบบและก่อสร้าง ระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนและระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศไทย แถลงว่า คณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกฯได้ตัดสิน การประมูลโครงการบริหารจัดการน้ำวงเงิน 291,000ล้านบาท ในส่วนของข้อเสนอด้านเทคนิคเรียบร้อยแล้วทั้ง 9โมดูล โดยโมดูล A1 การสร้างอ่างเก็บน้ำอย่างเหมาะสมและยั่งยืน ในพื้นที่ลุ่มน้ำปิง ยม น่าน สะแกกรัง และป่าสัก วงเงิน 50,000 ล้านบาท ซึ่งกลุ่มบริษัทไอทีดี พาวเวอร์ ไชน่า จอยต์เวนเจอร์ เป็นผู้ชนะโดยได้คะแนนด้านเทคนิค 96.43 คะแนน หลังจากนั้นได้เปิดซองราคา กลุ่มบริษัทไอทีดี พาวเวอร์ ไชน่า จอยต์เวนเจอร์ เสนอราคาที่ 49,999.894 ล้านบาท ขณะที่อันดับ 2 ได้แก่บริษัท เค วอเตอร์ ได้ 90.60 คะแนน
ประธานคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกฯ กล่าวว่า สำหรับโมดูล A 2 การจัดทำผังการใช้ที่ดิน/การใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ลุ่มน้ำ รวมทั้งการจัดทำพื้นที่ปิดล้อมชุมชนและเศรษฐกิจหลัก สำหรับพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา วงเงิน 26,000 ล้านบาท ผู้ชนะได้แก่กลุ่มบริษัท ไอทีดี พาวเวอร์ ไชน่า จอยต์เวนเจอร์ได้ 88.78 คะแนน เสนอราคาที่ 26,000 ล้านบาท อันดับ 2 บริษัท เค วอเตอร์ ได้ 85.96 คะแนนส่วนโมดูล A3 การปรับปรุงพื้นที่เกษตรชลประทาน ในพื้นที่โครงการชลประทานเหนือ จ.นครสวรรค์ เพื่อเก็บกักน้ำหลากชั่วคราว วงเงิน 10,000 ล้านบาท ผู้ชนะได้แก่ บริษัท เค วอเตอร์ ได้ 90.32 คะแนน เสนอราคาที่ 9,999.99 ล้านบาท อันดับ2 กลุ่มบริษัทไอทีดี พาวเวอร์ ไชน่า จอยต์เวนเจอร์ได้ 87.72 คะแนน
นายธงทอง กล่าวอีกว่า โมดูล A 4 การปรับปรุงสภาพลำน้ำสายหลัก และการป้องกันการกัดเซาะตลิ่งริมแม่น้ำในพื้นที่แม่น้ำยม น่าน และเจ้าพระยา จำนวน 17,000 ล้านบาท ผู้ชนะได้แก่กลุ่มบริษัทไอทีดี พาวเวอร์ ไชน่า จอยต์เวนเจอร์บริษัท ได้ 90.09คะแนน เสนอราคาที่ 17,000 ล้านบาท อันดับที่ 2 บริษัท เค วอเตอร์ ได้ 89.87 คะแนน ในขณะที่โมดูล A5 การจัดทำทางผันน้ำ (Flood Diversion Channel) ขนาดประมาณ 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที รวมทั้งการก่อสร้างถนนเพื่อรองรับคมนาคม ซึ่งเป็นโมดูลที่มีวงเงินสูงสุด 153,000 ล้านบาท ผู้ชนะคือบริษัท เค วอเตอร์ ได้ 89.84คะแนน เสนอราคาที่ 153,000 ล้านบาท อันดับที่ 2 กลุ่มบริษัท ไอทีดี พาวเวอร์ ไชน่า จอยต์เวนเจอร์ได้88.26 คะแนน
ประธานคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกฯ กล่าวว่า โมดูลA6และB 4 ระบบคลังข้อมูลเพื่อการพยากรณ์และเตือนภัย รวมทั้งการบริหารจัดการน้ำ วงเงินรวม 4,000 ล้านบาท ผู้ชนะได้แก่บริษัทค้าร่วม ล็อกซเล่ย์ ได้ 91,02คะแนน เสนอราคาที่ 3,997.52 ล้านบาท ส่วนอันดับ 2 บริษัท เค วอเตอร์ ได้ 90.07 คะแนน และอันดับ 3 กลุ่มบริษัทไอทีดี พาวเวอร์ ไชน่า จอยต์เวนเจอร์ได้ 89.63 คะแนน ส่วนกลุ่มโมดูล B1 การสร้างอ่างเก็บน้ำอย่างเหมาะสมและยั่งยืนในพื้นที่17 ลุ่มน้ำ วงเงิน 12,000 ล้านบาท ผู้ชนะได้แก่กลุ่มบริษัทไอทีดี พาวเวอร์ ไชน่า จอยต์เวนเจอร์ ได้ 94.60 คะแนนเสนอราคาที่11,999.733 ล้านบาท อันดับ 2 บริษัท เค วอเตอร์ได้ 90.49 คะแนน
นายธงทอง กล่าวด้วยว่า ขณะที่โมดูล B2 การจัดทำผังการใช้ที่ดิน/การใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ลุ่มน้ำ รวมทั้งการจัดทำพื้นที่ปิดล้อมชุมชนและเศรษฐกิจหลัก สำหรับพื้นที่ 17 ลุ่มน้ำ จำนวน 14,000ล้านบาท ผู้ชนะได้แก่ กิจการร่วมค้า ซัมมิท เอสยูที ได้ 91.96 คะแนน เสนอราคาที่ 13,933.744804 ล้านบาท ทั้งนี้อันดับ2 บริษัท เค วอเตอร์ ได้ 89.42 คะแนน และอันดับ 3 กลุ่มบริษัทไอทีดี พาวเวอร์ ไชน่า จอยต์เวนเจอร์ได้ 88.26 คะแนน และโมดูล B 3 การปรับปรุงสภาพลำน้ำสายหลัก และการป้องกันการกัดเซาะตลิ่งริมแม่น้ำ ในพื้นที่17 ลุ่มน้ำ จำนวน 5,000 ล้านบาท ผู้ชนะได้แก่กลุ่มบริษัทไอทีดี พาวเวอร์ ไชน่า จอยต์เวนเจอร์ได้ 91.38 คะแนน เสนอราคาที่ 5,000 ล้านบาท อันดับ 2 บริษัท เค วอเตอร์ได้ 89.38 คะแนน
ประธานคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกฯ กล่าวว่า ภาพรวมทั้ง 9 โมดูลวงเงิน 291,000 ล้านบาทกลุ่มบริษัทต่างๆรวมแล้วเสนอราคามาที่ 290,930.882 ล้านบาท ต่ำกว่าวงเงินที่กำหนดไว้ 69.118 ล้านบาท โดยพบว่า บริษัท เค วอเตอร์ ชนะข้อเสนอเทคนิก 2 โมดูลคือ A3 การทำแก้มลิงและเอ 5 การทำทางผันน้ำ วงเงินรวม 2โครงการ 163,000 ล้านบาทคิดเป็น 56.01% ของวงเงินทั้งหมด โดยเสนอรวม 2 โมดูลที่ราคา 162,999.99ล้านบาท ต่ำกว่าวงเงินที่กำหนดไว้ 10,000 บาท ขณะที่กลุ่มบริษัทไอทีดี พาวเวอร์ ไชน่า จอยต์เวนเจอร์ ชนะข้อเสนอด้านเทคนิก 5 โมดูลคือA1, A2, A4, B1และ B3 รวมวงเงิน 110,000ล้านบาท คิดเป็น 37.80%ของวงเงินรวม โดยเสนอราคารวมทั้ง 5 โมดูลที่ 109,999.627 ล้านบาท ต่ำกว่าวงเงินที่กำหนดไว้373,000 บาท ส่วนกิจการร่วมค้า ซัมมิท เอสยูทีชนะในโมดูลB 2 พื้นที่ปิดล้อมวงเงิน 14,000 ล้านบาท เสนอราคาที่ 13,933.744804 ล้านบาท ต่ำกว่าวงเงินที่กำหนดไว้ 66,255,196 บาท และ บริษัทค้าร่วม ล็อกซเล่ย์ ชนะข้อเสนอเทคนิคในโมดูล A6/ B4 ด้านคลังข้อมูลวงเงิน 4,000 ล้านบาท โดยเสนอราคาที่3,997.52 ล้านบาท ต่ำว่าวงเงินที่กำหนดไว้ 2.48 ล้านบาท
"หลังจากได้ผู้ชนะข้อเสนอเทคนิคในแต่ละโมดูลแล้ว ในระหว่างวันที่11-13 มิ.ย.นี้ คณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกฯ จะเรียกบริษัทมาเจรจาต่อรองราคาเพื่อให้ได้ราคาต่ำสุด โดยแต่ละงานจะนำไปเทียบกับงานในลักษณะเดียวกันที่สำนักงบประมาณมีข้อมูลอยู่ เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อรัฐมากที่สุด ถ้าต่อรองราคาไม่ได้ จะเรียกบริษัทอันดับถัดไปมาเจรจา ซึ่งทางสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีแจ้งว่า ให้ส่งวาระเพื่อบรรจุเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี(ครม.)ภายในวันที่14 มิ.ย.นี้ เพื่อให้ครม.พิจารณาในวันที่ 18 มิ.ย.2556 หลังจากนั้นทางกระทรวงการคลัง จะดำเนินการตามขั้นตอนการกู้เงิน ตามพ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 มิ.ย.นี้"นายธงทอง กล่าว









