เพียงแค่สูดดมควันบุหรี่ของคนข้างๆ ก็เสี่ยงโรคมะเร็งปอดแล้ว แพทย์แนะนำกลุ่มเสี่ยงตรวจแต่เนิ่น พบเร็ว รีบรักษาเพิ่มโอกาสรอด
สถานการณ์ของโรคมะเร็งปอดอยู่ในข่ายน่าเป็นห่วง เพราะพบมากเป็นอันดับต้นและมีอัตราเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งสาเหตุหลักมาจากการสูบบุหรี่ โดยปัจจุบันพบว่า 1 ใน 6 คนที่สูบติดต่อกันจะพบเป็นมะเร็งปอด และ 85% ของผู้ป่วยโรคมะเร็งปอดเกิดจากสารพิษในบุหรี่ คือ “ทาร์” โดยเฉพาะผู้ที่สูบบุหรี่จัดเป็นเวลานาน
นอกจากนี้ยังพบปัจจัยอื่นที่ทำให้เกิดโรคได้แม้ไม่สูบบุหรี่ เช่น การได้รับควันบุหรี่จากคนรอบตัว มลพิษทางอากาศรวมทั้งสารบางชนิดอย่างแร่ใยหิน สารหนู โครเมียม นิกเกิล น้ำมันดิน สารไฮโดรคาร์บอน ฯลฯ
ศ.เกียรติคุณ นพ.สว่าง แสงหิรัญวัฒนา ผู้อำนวยการอาวุโส ศูนย์ปอดและระบบทางเดินหายใจกรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า การตรวจคัดกรองมะเร็งปอดที่ผ่านมานิยมใช้การเอกซเรย์ เพื่อตรวจดูสิ่งผิดปกติในช่องปอดของผู้ป่วย ทำได้เร็ว เหมาะกับการตรวจคัดกรองคนจำนวนมาก
ส่วนการตรวจคัดกรองอย่างละเอียดเป็นรายบุคคล อาจใช้เทคนิค CT Low Dose ซึ่งใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการถ่ายภาพแบบ 3 มิติของช่องทรวงอก สามารถเห็นสิ่งผิดปกติได้ชัดเจนกว่าการเอกซเรย์แบบเดิม โดยข้อดีของ CT Low Dose คือ ช่วยให้แพทย์สามารถตรวจพบจุดหรือก้อนเนื้อที่อยู่ในปอดได้ เนื่องจากบางครั้งจุดในปอดอาจเล็กเกินกว่าที่จะมองเห็นด้วยวิธีเอกซเรย์ปอดธรรมดา เหมาะกับการตรวจคัดกรองมะเร็งปอดในระยะเริ่มแรก จะช่วยให้สามารถรักษาได้ทันท่วงทีก่อนที่มะเร็งจะกระจายไปทั่วร่างกาย ช่วยลดอัตราการเสียชีวิตได้
นพ.ประเสริฐ เลิศสงวนสินชัย แพทย์รังสีรักษา โรงพยาบาลวัฒโนสถ อธิบายว่า เมื่อตรวจพบร่องรอยของโรค แพทย์อาจตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม อาทิ ตรวจเลือดเพื่อดูสุขภาพโดยรวม ส่องกล้องที่หลอดลม และช่องอกด้านหน้า ตรวจเซลล์เพื่อหาชนิดของมะเร็งปอด ตลอดจนตรวจส่วนอื่นๆ ของร่างกายเพื่อดูว่ามีการแพร่กระจายของโรคหรือไม่ ฯลฯ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่แน่ชัดก่อนวางแนวทางรักษา ตามชนิดของเซลล์มะเร็งและระยะของโรค
“การรักษามีหลายแนวทาง ทั้งการผ่าตัดเอาก้อนมะเร็งออก อาจผ่าตัดบางส่วนของปอดหรือปอดข้างใดข้างหนึ่ง ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของก้อนมะเร็งในปอด รังสีรักษาเพื่อให้ก้อนมะเร็งมีขนาดเล็กลง หรือฉายรังสีหลังผ่าตัดร่วมกับวิธีอื่น เคมีบำบัดโดยให้ยาต้านมะเร็งที่มีฤทธิ์ในการทำลายมะเร็งทั่วร่างกาย และการรักษาแบบมุ่งเป้า ที่สามารถออกฤทธิ์ตรงเป้าหมายที่เซลล์มะเร็งโดยเฉพาะ” คุณหมอกล่าว
มะเร็งปอดระยะที่ 1 จะพบมะเร็งที่เนื้อปอด ระยะที่ 2 จะลุกลามไปที่ช่องทรวงอก ทั้งสองระยะนี้ สามารถผ่าตัดมะเร็งออกไปโดยที่เนื้อปอดเสียหายน้อย คุณภาพชีวิตดีใกล้เคียงคนปกติ แต่เมื่ออาการเข้าสู่ระยะที่ 3 มีการลุกลามไปยังต่อมน้ำเหลือง และระยะ 4 ที่แพร่ไปยังอวัยวะอื่นๆ อาจต้องผ่าตัดเนื้อปอดออกไปมาก หรืออาจต้องตัดปอดออกไป 1 ข้าง หากหายก็จะส่งผลต่อคุณภาพชีวิตที่เหลือ เพราะมีปอดเพียงข้างเดียว
หากตรวจพบมะเร็งปอด นพ.ประเสริฐแนะว่า อย่ามัวตกใจหรือเครียดจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ เพราะมีแต่จะซ้ำเติมอาการให้แย่ลง ควรศึกษาหาข้อมูลและปรึกษาแพทย์ถึงแนวทางการรักษาที่เหมาะสม
“ผู้ที่สูบบุหรี่จัด ผู้ที่สูดควันบุหรี่ หรือมีสมาชิกในครอบครัวเป็นมะเร็ง หรือผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ควรได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปอดอย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้ง หรือหากรู้สึกว่ามีอาการที่น่าสงสัยหรือมีความเสี่ยง ควรพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดโดยเร็ว เพราะการตรวจพบมะเร็งปอดในระยะเริ่มแรก มีโอกาสรักษาหายสูงกว่าการตรวจพบเมื่อมีอาการหรือเป็นมากแล้ว ยิ่งพบเร็ว โอกาสรักษาหายก็จะมีมากขึ้นตามไปด้วย” ศ.เกียรติคุณ นพ.สว่างทิ้งท้าย









