วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กฟผ.แจงพม่าจ่ายก๊าซสู่ระบบผลิตไฟ12เม.ย.

กฟผ.แจงพม่าจ่ายก๊าซสู่ระบบผลิตไฟ 12 เม.ย. เผยผลจากมาตรการเฝ้าระวัง 8 วันที่ผ่านมา ไม่มีปัญหาไฟตก-ไฟดับ ทุกฝ่ายร่วมใจประหยัด

นายสุทัศน์ ปัทมสิริวัฒน์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า จากสถานการณ์แหล่งยาดานา ประเทศพม่า หยุดส่งก๊าซธรรมชาติเพื่อซ่อมบำรุง ตั้งแต่วันที่ 5-12 เม.ย. นั้น เมื่อวันที่ 12 เม.ย. ที่ผ่านมา แหล่งยาดานาได้ทำการเปิดจ่ายก๊าซธรรมชาติ ตั้งแต่เวลา 20.35 น. กฟผ. จึงได้ปรับการเดินเครื่องโรงไฟฟ้า 2 ระบบ ที่ใช้น้ำมันเตาหรือดีเซลเป็นเชื้อเพลิงให้กลับมาใช้ก๊าซธรรมชาติ ได้แก่ โรงไฟฟ้าพลังความร้อนราชบุรี โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมราชบุรี โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมไตรเอ็นเนอร์ยี ส่วนโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมพระนครเหนือ และ โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมพระนครใต้ ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเพียงอย่างเดียว หลังจากก๊าซได้เดินทางถึงโรงไฟฟ้าในวันที่ 13 เม.ย. จึงได้เริ่มทำการเดินเครื่อง จากการหยุดจ่ายก๊าซฯ ดังกล่าวทำให้ กฟผ. เดินเครื่องโรงไฟฟ้า โดยใช้น้ำมันเตาและดีเซล ทดแทน 86.22 ล้านลิตร และ 38.80 ล้านลิตร ตามลำดับ

ผลของการบริหารจัดการ และมาตรการเฝ้าระวังทั้ง 8 วันที่ผ่านมา สามารถบริหารจัดการจ่ายไฟฟ้าสนองความต้องการใช้ไฟฟ้าได้ตลอด อีกทั้ง ระบบไฟฟ้ามีความมั่นคง ไม่มีปัญหาไฟตก ไฟดับ ทั้งนี้ เป็นเพราะความตระหนักและความร่วมมือในการประหยัดไฟฟ้าจากทุกภาคส่วน ประกอบกับอุณหภูมิอากาศที่ไม่สูงตามการคาดการณ์ ทำให้การใช้ไฟฟ้าสูงสุดที่เกิดขึ้นในช่วงวันดังกล่าวไม่สูงตามที่คาดไว้เดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันที่มีกำลังผลิตสำรองต่ำ 3 วัน คือ วันที่ 5 เม.ย. ที่ผ่านมา มีปริมาณการใช้ไฟฟ้าสูงสุด 24,955.30 เมกะวัตต์ อุณหภูมิ 37.5 องศาเซลเซียส วันที่ 9 เม.ย. มีปริมาณการใช้ไฟฟ้าสูงสุด 25,226.30 เมกะวัตต์ อุณหภูมิ 38.0 องศาเซลเซียส วันที่ 10 เม.ย. มีปริมาณการใช้ไฟฟ้าสูงสุด 24,688.38 เมกะวัตต์ อุณหภูมิ 36.0 องศาเซลเซียส

"กฟผ. ต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วน ที่ทำให้ผ่านพ้นวิกฤติพลังงานไปได้ ซึ่งเกิดจากความร่วมมือร่วมใจ ทั้ง ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคอุตสาหกรรม ประชาชน ที่ช่วยกันลดการใช้พลังงาน และรณรงค์การประหยัดพลังงานลง ถึงแม้ว่าวันนี้จะพ้นวิกฤติ แต่การประหยัดพลังงาน ยังคงต้องมีการรณรงค์และปลูกฝังจิตสำนึกกันต่อไป"