วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

10 ปี ลิสบอน...เธอสวยกว่าเดิม (1)

แม้เคยไป ‘ลิสบอน’ แต่ก็ผ่านไปแล้วถึง 10 ปี... จึงต้องไปเยือนอีกครั้ง โชคดีที่ได้ไปก่อนเกิดสถานการณ์โควิด-19 และคาดว่าเมื่อเหตุโรคระบาดคลี่คลาย นักท่องเที่ยวคงไปเยือนเมืองที่สวยงามแห่งนี้...แน่นอน

เพราะ ลิสบอน สวยกว่าเดิม จากสิบปีก่อนที่เคยมาเที่ยวครั้งแรก ความเปลี่ยนแปลงเห็นชัด ตั้งแต่ความใหม่สดใสของบ้านเมือง ในแดดจัดจ้านของทะเล ผู้คนที่หนาตาขึ้น ตรอกซอกซอยที่เคยมีแผงผักแผงผลไม้ก็ไม่มีแล้ว ตึกเก่าที่เคยเป็นที่อยู่อาศัยของคนเมืองของแท้ก็กลายเป็นบูทีคโฮเทล และนอกจากรถรางที่เป็นยานพาหนะประจำเมืองของลิสบอนแล้ว ที่นี่เขายังนำเข้าตุ๊กตุ๊ก ที่หน้าตาเหมือนรถตุ๊กตุ๊กบ้านเราแต่ไม่ใช่ ส่วนใหญ่เป็นรถที่มาจากอินเดีย จนกลายเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของเมืองด้านการท่องเที่ยวที่กำลังบูม (ก่อนโควิด-19)

Rua de Prata คืนแรกที่ถึงลิสบอน ถ่ายจากหน้าต่างห้อง re

   ถนน Rua de Prata คืนแรกที่ถึงลิสบอน ถ่ายจากหน้าต่างห้องนอน

ด้านหน้าโรงแรม re

   ด้านหน้าโรงแรม

เนินสูงชันเป็นเรื่องปรกติของเมืองนี้ re

  เนินสูงชันเป็นเรื่องปรกติของเมืองนี้

สำหรับนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ ลิสบอนหรือประเทศโปรตุเกส มักไม่ใช่เมืองแรกที่คนอยากไปเมื่อได้ไปทวีปยุโรป ก็ที่นี่ไม่ใช่มิลาน, ปารีส หรือลอนดอน เมืองเก๋เต็มไปด้วยสัญลักษณ์ความหรูหราแบรนด์เนม แต่จะบอกว่าโปรตุเกส เป็นประเทศที่เราสองคนอยากมามากที่สุด เมื่อวางแผนออกเดินทางท่องเที่ยวอีกครั้งเมื่อปลายปีก่อน จากที่เมื่อสิบปีที่แล้วที่มีหมุดหมายหลักอยู่ที่ประเทศสเปน แล้วแวะโปรตุเกสนิดหน่อย ก่อนนั่งเรือเฟอร์รี่ข้ามช่องแคบยิบรอลต้าไปโมร็อคโค โดยบรรดาเมืองที่ไปเยือนครั้งนั้น เราชอบโปรตุเกสมากที่สุด

 

ไม่เคยเบื่อ...ลิสบอน

ทริปนี้ตั้งใจเที่ยวโปรตุเกสแบบจริงจัง คือบินเข้าลิสบอนจากลอนดอนเลย ซึ่งตอนนี้ (ก่อนโควิด) มีสายการบินบินตรงเข้าลิสบอนจากเมืองใหญ่ ๆ ของยุโรปมากมาย และยังบินตรงสู่เมืองปอร์โต้ (Porto) และเมืองเกาะน้อยใหญ่กลางมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ ที่ถือเป็นอาณาเขตของโปรตุเกสด้วย

Praca do Municipio re

   Praca do Municipio re

โปรตุเกสกำลังเป็นประเทศยอดนิยมของการท่องเที่ยว เพราะอากาศดีตลอดปี ผู้คนน่ารักมาก (เท่าที่พบเจอ) และอาหารอร่อย ไม่เลี่ยน และทุกอย่างก็ไม่แพง โดยเฉพาะช่วงที่ไป เงินบาทแข็งมาก ไปยุโรปคราวนี้ผันจากเงินยูโรเป็นเงินบาท กินไปหลายมื้อถูกกว่าไปทานตามร้านเก๋ ๆ ในบ้านเราเสียอีก

รถราง รถประจำถิ่นลิสบอน re       รถรางในลิสบอน   

ชาวยุโรปเมืองหนาวชอบนักที่จะหนีมาพักร้อนตามเมืองต่าง ๆ ของโปรตุเกส หากดูในแผนที่เราจะรู้เลยทันทีว่าเป็นเพราะอะไร โปรตุเกสถือเป็นประเทศยุโรปใต้ แถมยังมีชายฝั่งทางตะวันออกแนบติดไปกับมหาสมุทรแอตแลนติกจากเหนือจรดใต้ นี่คือแผ่นดินทอง ทั้งความสวยงามของธรรมชาติและแสงแดดอุ่น ๆ ตามสไตล์ซีกโลกเหนือที่มีมากกว่าประเทศอื่น ที่นี่ไม่เคยขาดแสงแดด แม้ว่าจะเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง (ปลายกันยายน-ต้นตุลาคม) ที่หลายประเทศทางยุโรปท้องฟ้าอึมครึม อากาศเริ่มหนาว ขณะที่โปรตุเกสกลับมีแสงแดดสดใส สวยงาม เดินเล่นได้เย็นสบาย เพราะไม่ใช่พีคของหน้าร้อน แถมนักท่องเที่ยวยังน้อยลง และนี่คือช่วงที่อยากแนะนำค่ะ คืออย่าไปเลยตอนร้อน ๆ คนทะลัก เพราะความร้อนของที่นี่คือร้อนจริง ๆ และโรงแรมส่วนใหญ่ไม่มีแอร์อีกต่างหาก ร้อนขนาดนั้นเราอยู่ที่บ้านเราน่าจะสบายกว่า

ถ่ายรูปเล่นขณะรอคิวเข้า โบสถ์ Jeronimos Monastery re

   ถ่ายรูปเล่นขณะรอคิวเข้าชมบสถ์ Jeronimos Monastery 

คิวยาวยืดของหอเบเล่ม re

   คิวยาวเหยียดของผู้รอชมหอยคอยเบเล่ม

เมื่อมาครั้งที่สอง เราเลยมาอยู่หลายวันให้คุ้มค่า แถมยังเลือกที่พักกลางใจเมืองเก่า ค่าห้องแพงหน่อยแต่ก็ได้ทุกอย่างจริง ๆ ทั้งเดินเล่นสะดวก บรรยากาศเมือง ร้านอาหาร แถมไม่ต้องกังวลเรื่องการใช้รถรางหรือรถใต้ดิน ที่ลิสบอนมีสิ่งที่เรียกว่า Viva card  เป็นบัตรเติมเงินสำหรับใช้กับทั้งรถรางและรถใต้ดิน รถรางขึ้นเขา (funicular) รวมทั้งเรือเฟอร์รี่ เราอยู่กัน 5 วัน เติมคนละ 10 ยูโร กำลังดีค่ะ ไม่ต้องควักเงินสด จะขึ้นอะไรก็ใช้บัตรอันนี้แนบไปกับเครื่องเก็บเงินด้านหน้า เค้าก็จะตัดเงินเราไป

ด้านหน้าโบสถ์ Jeronimos Monastery 1 rer

  ด้านหน้าโบสถ์ Jeronimos Monastery 

ยิ่งอ่านยิ่งเข้าใจว่าความเก่าแก่ของโปรตุเกส ที่ก่อเกิดหลายสิ่งหลายอย่างที่เราเห็นทุกวันนี้ ในช่วงเวลาที่ชาวโปรตุเกสออกเดินเรือไปล่าอาณานิคม สมัย 500 กว่าปีก่อน สิ่งที่ชาวโปรตุเกสทำไว้ไม่ว่าจะไปแลนดิ้งที่ไหนก็ตามคือการผสมผสานกับคนท้องถิ่น นี่คือสิ่งที่ทำให้โปรตุเกสแตกต่างจากนักล่าอาณานิคมประเทศอื่น ๆ โปรตุเกสไม่ส่งผู้หญิงของตนขึ้นเรือไปกับผู้ชาย แถมผู้ชายชาวโปรตุเกสได้รับการสนับสนุนให้ตั้งรกรากกับผู้หญิงท้องถิ่นผ่านการลดภาษี  และนโยบายอื่น ๆ ในขณะที่ประเทศอื่น เช่นอังกฤษ ไม่สนับสนุนการกระทำเช่นนั้น เพราะถือว่าจะทำให้ความบริสุทธิ์ของเชื้อชาติตนมัวหมอง

นั่นคือสาเหตุที่ว่า ทำไมไม่ว่าเราจะไปไหนมาไหน เราจะเห็นการผสมผสานของชาวโปรตุเกสกับท้องถิ่นนั้น ๆ เสมอ นี่คือต้นกำเนิดของสรรพสิ่งฟิวชั่นทั้งหลาย ตั้งแต่อาหาร วัฒนธรรม สถาปัตยกรรมและสังคม ที่เก่าแก่และมีเอกลักษณ์ที่สุดล้วนมีต้นกำเนิดมาจากโปรตุเกสแทบทั้งนั้น

 

เมืองภูเขา...กับหอคอยเบเล่ม

อย่างที่ทราบนะคะว่าลิสบอนเป็นเมืองภูเขา 7 ลูก ใจกลางเมืองมีขนาดไม่ใหญ่มาก สามารถเดินเที่ยวเล่นได้ทั่ว โรงแรมที่เราอยู่ตั้งอยู่บนถนน Prata (Rua da Prata) วันแรกที่ไปถึง กว่าจะเข้าที่พักได้ก็เที่ยงคืน ตื่นมาเช้ามืดทานอาหารที่โรงแรม ที่ไม่ได้ดีอะไรนัก เดินออกมาแปปเดียวก็ถึงศูนย์กลางทุกอย่างของเมือง ที่เรียกว่า Praca de Comercio เป็นพลาซ่าขนาดใหญ่ ที่เป็นศูนย์รวมของสรรพสิ่ง ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวก็อยู่ตรงนี้ ร้านอาหารที่เก่าแก่ที่สุดของเมือง  ป้ายรถรางสายหลัก ใต้ดินของพลาซ่าเป็นสถานีรถไฟใต้ดินอีกด้วย พื้นที่ตรงนี้ติดแม่น้ำทาร์กัส สามารถมองเห็นสะพานหลักของลิสบอน ซึ่งก็คือ Ponte 25 de Abril  หรือโกลเด้นท์เกทของลิสบอนได้เลย สวยมาก โดยเฉพาะตอนเย็น ๆ พระอาทิตย์ตก โรแมนติกมาก...

หอคอยเบเล่ม re

   หอคอยเบเล่ม

รายละเอียดของ facade อันสวยงามของ โบสถ์ Jeronimos Monastery re       รายละเอียดของ facade อันสวยงามของ โบสถ์ Jeronimos Monastery 

หากจะเช็คอินสถานที่ท่องเที่ยวของลิสบอน เช่น Belem Tower และ  Jeronimos Monastery อันนี้อยู่ไกลจากที่พัก แนะนำให้ขึ้นรถรางหรือรถเมล์ไปได้เลยค่ะ Belem Tower เป็นสิ่งที่สถาปัตยกรรมเก่าแก่ที่หลงเหลือมาตั้งแต่ยุคล่าอาณานิคม เป็นป้อมปราการปากแม่น้ำ ต่อมาถูกผันเป็นประภาคาร และหลังจากนั้นก็ยังเป็นที่ว่าการศุลกากรของเมือง ว่ากันว่าตรงนี้ยังเป็นจุดขึ้นลงเรือสมัยล่าอาณานิคมอีกด้วย ปัจจุบัน Belem Tower เป็น UNESCO World Heritage Site (ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1983) สถาปัตยกรรมแบบนี้ ถือเป็นสถาปัตยกรรมหลักของโปรตุเกส มีชื่อเรียกว่า Manueline Style (มานูแอลสไตล์) หรือ Portuguese Late Gothic ที่เต็มไปด้วยรายละเอียดยุบยิบวิจิตรตระการตา เพราะสถาปัตยกรรมอู้ฟู่แบบนี้ สะท้อนถึงความร่ำรวยในอดีตของโปรตุเกส สมัย Age of Discoveries ที่ประเทศนี้เป็นเจ้าพ่อการค้าทางทะเล และมีอาณานิคมอยู่ไปทั่วทุกมุมโลกนั่นเอง สมัยนั้นกษัตริย์ของโปรตุเกสชื่อว่า King Manuel I สถาปัตยกรรมช่วงนั้นเลยตั้งชื่อตามยุคของพระองค์นั่นเอง

ด้านในส่วนของโบสถ์ของ โบสถ์ Jeronimos Monastery re

   ด้านในโบสถ์  

คิวเข้าชม Belem Tower ถือว่าเป็นการท้าทายความอดทน นี่คืออีกสิ่งที่แตกต่างไปมากหลังจากสิบปีก่อน ครั้งนั้นไม่มีคนเดินเลยแถวนี้ ตอนนี้คือแถวยาวยืดไปจนเกือบอีกฝั่งถนน ค่าเข้าชม Belem Tower คนละ 6 ยูโร วันอาทิตย์ให้เข้าชมฟรี แต่คงไม่แนะนำ เพราะขนาดวันธรรมดาคนยังเยอะมาก (นี่คือขนาดผ่านช่วงพีคของซัมเมอร์มาแล้ว) วันอาทิตย์ที่ฟรีจะคือยังไง คือหอคอยนี่มีขนาดเล็กค่ะ เข้าได้เป็นรอบ ๆ ละไม่กี่คน คิวเลยยาว จะบอกว่าเราสองคนไปยืนรอคิวอยู่พักใหญ่ จนเมื่อย เลยเดินคอตกไปถ่ายรูปข้าง ๆ บริเวณรอบ ๆ จนหนำใจแล้วไปต่อค่ะ ป.ล. หอคอยเบเล่มปิดวันจันทร์ ซึ่งก็อาจจะดีสำหรับมาถ่ายรูปบรรยากาศด้านนอกซึ่งก็สวยมากแบบคนน้อยนะคะ

ด้านหน้า แท่นประกอบพิธีของ โบสถ์ Jeronimos Monastery rere          

     ด้านหน้าแท่นประกอบพิธีของโบสถ์ Jeronimos Monastery 

ฝั่งตรงข้ามหอเบเล่มคืออีกหนึ่งโบสถ์ที่สวยงามมาก เป็นอีกเอกลักษณ์หนึ่งของลิสบอน มาครั้งก่อนคือสิบปีก่อนเจอวันจันทร์ ซึ่งปิด คราวนี้เลยหมายมั่นมากว่าต้องมาให้ได้ โบสถ์นี้คือ Jeronimos Monastery เป็นอีกสถาปัตยกรรมแบบมานูแอล สร้างช่วงโปรตุเกสอู้ฟู่ ช่วงเดียวกันกับหอเบเล่มข้างต้น จะบอกว่าแค่ด้านนอกที่นี่ก็สวยขาดใจแล้ว และที่สำคัญคนก็เยอะมากเหมือนเดิม จะบอกว่าเราสองคนผู้ไม่ได้ชื่นชอบการเข้าคิวมากนัก เลยได้แต่หลบไปต่อคิวส่วนที่สั้นกว่า ซึ่งก็ปรากฏว่าเป็นส่วนของโบสถ์ที่ใช้ในการประกอบพิธีมิซซาประจำสัปดาห์ ส่วนนี้หากเทียบกับบ้านเรา ก็คืออุโบสถ เป็นส่วนพิธีกรรมสาธารณะ ใคร ๆ ก็เข้าได้ เลยจัดให้เข้าฟรี (ประหยัดไปได้อีก 10 ยูโร และประหยัดเวลาไปได้อีกโข)  ตอนไปนี่คือเขากำลังบูรณะครั้งใหญ่ ภายในโบสถ์จึงมีแต่นั่งร้าน ช่างกำลังลุยตอกทุบทุกสิ่งอย่างเสียงดังอื้ออึง แต่กระนั้นก็ยังพอมีส่วนที่ไม่ได้ทำ คือด้านหน้าแท่นพีธี สามารถเดินดูได้ แหงนหน้าดูความสวยงามของปูนปั้นที่มีละเอียดยิบย่อยเต็มพื้นที่ เดินเรื่อยมาด้านหลังเจอห้องสารภาพบาปที่ลึกลับน่ารักมาก และด้านหลังสุดคือสุสานของ Luis Vas de Camoes กวีและนักประพันธ์คนเก่งคนดังชาวโปรตุเกส ที่แต่งกวีและเรื่องราวของการล่าอาณานิคมของโปรตุเกสไว้เยอะแยะมากมาย

ห้องสารภาพบาปในโบสถ์ Jeronimos Monastery re

 ห้องสารภาพบาปในโบสถ์ Jeronimos Monastery 

สุสานของ Luis Vas de Camoes ใน โบสถ์ Jeronimos Monastery re

  สุสานของ Luis Vas de Camoes ใน โบสถ์ Jeronimos Monastery 

ลิสบอนยังมีที่เที่ยวและอาหารต้องกินอีกมากมาย โปรดติดตามตอนต่อไป (อ่านเพิ่มเติมได้ที่บล็อก www.ohhappybear.com)