การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าสร้างความเสียหายไปทุกภาคส่วนทั่วทั้งโลก แทบไม่มีใครที่ไม่ได้รับผลกระทบ รวมทั้ง 'มาลัมจับบา' แหล่งท่องเที่ยวเล่นสกีของปากีสถานก็เช่นเดียวกัน
ที่นี่เพิ่งปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานหวังอวดสายตาชาวโลก แต่ฤดูสกีปีนี้ต้องสิ้นสุดลงกะทันหันเมื่อเดือนที่ผ่านมา เนื่องจากวิกฤติไวรัสโคโรนารุนแรงขึ้นทุกที หลายพื้นที่ของประเทศถูกล็อกดาวน์ สกีรีสอร์ตจึงต้องปิดให้บริการ
“เราหวังว่าสถานการณ์จะดีขึ้นใน 2 เดือน โชคไม่ดีเลย นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่คนที่นี่ต้องเจอกับความยากลำบาก ตอนแรกเลยเจอตาลีบัน จากนั้นก็น้ำท่วม ตอนนี้ชีวิตผู้คนถูกไวรัสโคโรนาทำลายล้าง” ไฮอิด อัดนัน โฆษกรีสอร์ตมาลัมจับบา ที่กำลังร้างไร้ผู้คนเผยกับสำนักข่าวเอเอฟพี
ก่อนปิดตัวในเดือนที่ผ่านมา มาลัมจับบาภาคภูมิใจในยุคฟื้นฟูของตน โดยตั้งเป้าว่าจะดึงนักสกีต่างชาติเข้ามาปากีสถาน ประเทศแถบเทือกเขาหิมาลัยที่มียอดเขาสูงติดอันดับโลกมากมาย ตอนนี้รัฐบาลพยายามส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างหนัก
“เราต้องการเป็นศูนย์กลางของผู้คนทั่วโลก”จาลัล บาชา หัวหน้าช่างเทคนิคของมาลัมจับบา กล่าวไว้ตอนมาที่นี่รอบล่าสุดก่อนถูกล็อกดาวน์เพราะไวรัสได้ไม่นาน
ทางการหวังว่า มาลัมจับบาจะเป็นตัวอย่างแสดงเจตจำนงของประเทศ ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงการรับรู้ของประชาคมโลกที่มีต่อปากีสถาน “จากประเทศแห่งการก่อการร้ายมาเป็นประเทศปลายทางการท่องเที่ยว” หรือจาก Terrorism สู่ Tourism นโยบายที่พรรคการเมืองของนายกรัฐมนตรีอิมราน ข่าน ประกาศชัด
ด้วยทิวสนเรียงราย นักสกีวาดลีลาฉวัดเฉวียนตัดทุ่งหิมะ ยอดเขาสูงตระหง่านปรากฏอยู่แค่เอื้อม ใครเลยจะคิดว่า ระหว่างปี 2550-2552 มาลัมจับบาและหุบเขาโดยรอบตกอยู่ในเงื้อมมือตาลีบันปากีสถาน
พื้นที่นี้อยู่ในหุบเขาสวัตทางตะวันตกเฉียงเหนือของปากีสถาน ใกล้กับชายแดนอัฟกานิสถาน หากจะย้อนอดีต การพัฒนามาลัมจับบาเริ่่มต้นขึ้นในทศวรรษ 80 รัฐบาลออสเตรียออกค่าใช้จ่ายทำเก้าอี้เลื่อนสำหรับขึ้นไปเล่นสกี ครั้นถึงต้นทศวรรษ 2000 รีสอร์ทแห่งนี้และธุรกิจที่เกี่ยวข้องก็ว่าจ้างแรงงานหลายคน
แต่ทุกสิ่งทุกอย่างหยุดนิ่ง เมื่อกลุ่มเตห์ริกอีตาลีบัน ปากีสถาน (ทีทีพี) เข้าควบคุมพื้นที่ กลุ่มแข็งแกร่งขึ้นในช่วงแรกๆ ที่สหรัฐทำสงครามต่อต้านการก่อการร้ายเริ่มต้นในปี 2544 นักรบของกลุ่มรวมตัวกันแถบพื้นที่ชายแดนอัฟกานิสถาน-ปากีสถาน
ถึงปี 2551 ทีทีพีทำลายโรงแรมและรื้อถอนเก้าอี้เลื่อนทิ้ง
“พวกเขาตัดเสาเอาเหล็กไปขาย” ไซอิด ลิอากัต อาลี คนขับรถวัย 28 ปีเล่าเหตุการณ์แต่หนหลัง ที่ป้าของเขา 2 คน ถูกตาลีบันฆ่าเพราะ “กลับบ้านหลังเคอร์ฟิวพวกเขาเลยยิงป้าทิ้ง”
เท่านั้นยังไม่พอ ปี 2553 มาลัมจับบาถูกน้ำท่วม ราวกับเคราะห์ซ้ำกรรมซัด จนกระทั่งผ่านไปสิบกว่าปีหลังยุคตาลีบัน ทางการได้ฟื้นฟูมาลัมจับบาขึ้นมาใหม่ รวมถึงการบูรณะโรงแรมและเก้าอี้เลื่อนสำหรับขึ้นไปเล่นสกี
นอกจากจุดเด่นเรื่องสกี ในอดีตปากีสถานเคยโดดเด่นในฐานะเป็นจุดแวะพักบน “เส้นทางฮิปปี้” ที่เหล่าบุปผาชนผู้แสวงหาเดินทางทางบกจากยุโรปไปอินเดียช่วงทศวรรษ 60
ปัจจุบันนายกฯ อิมราน ข่าน พยายามฟื้นฟูการท่องเที่ยวที่ถูกละเลยไปนานกลับคืนมา ปีที่แล้วมีการใช้ระบบวีซาอิเล็กทรอนิกส์ อำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวเข้าประเทศง่ายขึ้น ก่อนมีอีวีซ่าตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีหลัง ปี 2557 ชาวต่างชาติเดินทางมาด้วยวีซ่าท่องเที่ยว 5,575 คน ปี 2561 เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 17,823 คน
อย่างไรก็ตาม จุดอ่อนของปากีสถานยังมีอยู่บ้างตรงที่เป็นสังคมชายเป็นใหญ่อย่างเคร่งครัด ห้ามดื่มแอลกอฮอล์ วัฒนธรรมอนุรักษนิยมฝังรากลึก แต่แหล่งท่องเที่ยวอันงดงาม เช่น ภูมิทัศน์เทือกเขาตระการตาทางภาคเหนือ ทำให้มองข้ามจุดอ่อนไปได้
“ศักยภาพยังมีอีกมหาศาล นักปีนเขาทุกคนเห็นพ้องกันว่า ปากีสถานคือเพชรที่รอการเจียระนัย” เจอโรเม ทาน็อง ผู้กำกับภาพยนตร์ชาวฝรั่งเศสที่เคยมาถ่ายทำภาพยนตร์เกี่ยวกับสกีสุดระทึกแถบเทือกเขาคาราโครัมยืนยันถึงความเป็นไปได้ของประเทศนี้
ปัจจุบันปากีสถานมีพื้นที่เล่นสกีอย่างเป็นทางการเพียง 3 แห่ง โดย 2 แห่งเป็นของกองทัพและไม่อนุญาตให้ใช้ ทางการอยากสร้างใหม่อีก 4 แห่ง ที่จะเปิดให้ผู้คนได้เห็นศักยภาพที่ซ่อนอยู่อีกมากของปากีสถาน
อย่างที่หมู่บ้านมาดากลัชต์ขับรถจากกรุงอิสลามาบัดไปราว 1 วัน เนื่องจากถนนค่อนข้างเป็นหลุมเป็นบ่อ หมู่บ้านแห่งนี้อยู่ปลายเครือข่ายเส้นทางสกี ที่บางสายทอดยาวราว 5 กิโลเมตร
ที่นี่ไม่มีโรงแรม ที่พักแห่งเดียวที่หาได้คือบ้านชาวบ้าน คนเล่นสกีส่วนใหญ่คือพวกเด็กๆทำสกีไม้ง่ายๆ มาเล่นกัน แต่ฮาชาม อัลมัลค์ ผู้เพิ่งจัดเทศกาลแข่งขันกีฬาฤดูหนาวในมาดากลัชต์ยืนยันว่า แค่ปรับปรุงอีกนิดหน่อยและมีโครงสร้างพื้นฐาน “ที่นี่ก็แข่งขันกับรีสอร์ททุกแห่งทั่วโลกได้”









