โลกที่เท่าเทียมคือโลกที่ได้รับการพัฒนาให้ก้าวหน้า โดยเฉพาะ 'สตรีภาคใต้' ที่ต้องเอาชนะทัศนคติและอุปสรรคต่างๆ เพื่อสร้างหนทางสู่โลกที่มีความเท่าเทียมทางเพศให้มากขึ้น
สถานการณ์ความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนใต้ ที่ดำเนินมา 15 ปี ส่งผลกระทบมากมายต่อคนในพื้นที่ หนึ่งในกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบคือผู้หญิง ซึ่งต้องปรับตัวอย่างมากกับบทบาทที่เปลี่ยนแปลงไป สถานภาพจากแม่บ้านมาเป็นหัวเรือใหญ่แบกรับภาระหารายได้เพื่อใช้จ่ายในบ้าน วิสาหกิจชุมชนเพื่อสังคม ‘วานีตา’ จึงเกิดขึ้นมา
วิสาหกิจชุมชนเพื่อสังคมวานีตา มีสมาชิก 1,000 คน จากผู้หญิง 58 กลุ่มในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และใน 4 อำเภอชายแดนสงขลาซึ่งเป็นพื้นที่สีแดง ได้แก่ อำเภอจะนะ นาทวี สะบ้าย้อย และเทพา ร่วมกันสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ 4 ประเภท ได้แก่ อาหาร เครื่องแต่งกาย เครื่องจักสาน และงานหัตถกรรม
“เราภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการที่ช่วยสร้างพื้นที่ให้คนในชุมชนขายผลิตภัณฑ์ของตัวเองได้จริง หน่วยงานรัฐรู้สึกทึ่งที่พวกเราสามารถทำได้สำเร็จ และเราสามารถเปลี่ยนวิธีคิดของพวกเขาได้ จากตอนแรกที่มีความกังวลว่ากลุ่มของเรายังเด็กเกินกว่าที่จะทำงานร่วมกันได้ แต่เราได้พิสูจน์ตัวเราเองและแสดงให้พวกเขาเห็นว่าเราสามารถทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดี” อามีเนาะห์ หะยิมะแซ ประธานวิสาหกิจชุมชนเพื่อสังคมวานีตา กล่าว
- โซเชียลมีเดียเพิ่มโอกาส
วิสาหกิจชุมชนเพื่อสังคม ‘วานีตา’ ใช้แพลทฟอร์มโซเชียลมีเดียเข้าถึงผู้บริโภคชาวไทยทั่วประเทศ ใช้ Facebook เป็นช่องทางหลัก สะท้อนความรู้สึกความเป็นชุมชนของกลุ่มและใช้เนื้อหารูปภาพเต็มไปด้วยพลังความคิดสร้างสรรค์เพื่อแสดงผลงานที่ประดิษฐ์ขึ้นโดยสมาชิกของกลุ่ม และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ่านช่องทางออนไลน์ เปิดโอกาสให้ตนเองขยายธุรกิจให้เติบโต แทนที่ลูกค้าต้องเดินทางไปร้านค้าในตัวเมืองปัตตานีหรือตามตลาดต่างๆ พวกเขาใช้ฟีเจอร์ Shop ของ Facebook สร้างรายการสินค้าทั้งหมด และนำรายได้กลับคืนสู่กลุ่มวิสาหกิจ รวมถึงสมาชิกในชุมชนและกลุ่มผู้หญิงที่พวกเขาดูแล
นี่คือหนึ่งในธุรกิจจำนวนมากมายในประเทศไทยที่ขับเคลื่อนการเติบโตของการซื้อขายสินค้าผ่านการแช็ทออนไลน์ (Conversational Commerce) ในภูมิภาค ด้วยการตั้งค่าปุ่มกด Click-to-Messenger ที่ช่วยตอบคำถามที่พบบ่อยให้กับผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชม และให้คำแนะนำกับพวกเขาตลอดประสบการณ์การซื้อสินค้า
- ‘วินนี่’ เจ้าของร้านวัยเด็กอายุ 7 ปี
เด็กหญิงเคสิยาห์ ชุมพวง หรือ ‘วินนี่’ อายุ 7 ปี เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการที่มีอายุน้อยที่สุดในประเทศไทย ผลงานศิลปะแนวภาพวาด abstract (นามธรรม) ของวินนี่ มีแรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติในจังหวัดตรัง ซึ่งอยู่ห่างไกลความเร่งรีบและวุ่นวายของชีวิตสังคมเมือง
วินนี่สนใจศิลปะตอนอายุ 3 ปี ได้รับแรงบันดาลใจมาจากพี่ชาย‘ฮีโร่’ วัย 8 ปี เด็กชายวจนะ ชุมพวง ครอบครัวของวินนี่ค้นพบพรสวรรค์ของเธอระหว่างจัดงานศิลปินแห่งชาติสัญจร ณ หอศิลป์อันดามัน ในจังหวัดกระบี่ เมื่อเธอสร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่มีสีสันสดใสอย่างสนุกสาน และได้รับรางวัลเหรียญเงินจากการแข่งขัน (ในขณะที่ฮีโร่ชนะรางวัลเหรียญทอง) จากนั้นไม่นาน วินนี่ก็มีความคิดว่า อยากสวมใส่ผลงานศิลปะที่เธอสร้างสรรค์ขึ้น จึงเกิดการพัฒนาไปสู่การสร้างสรรค์เสื้อผ้าแฟชั่นภายใต้แบรนด์ Keziah
ผลิตภัณฑ์ของ Keziah สะท้อนให้เห็นหลักปรัชญาที่มาจากจินตนาการ ที่ไม่ถูกจำกัดด้วยอายุ สถานะทางสังคม เพศ เชื้อชาติ หรือสถานที่ พวกเขาใช้ Facebook เป็นช่องทางออนไลน์แสดงวิสัยทัศน์ของพวกเขาสู่โลกภายนอก
ในปัจจุบัน เพจ Facebook ของ Keziah มีผู้ติดตามกว่า 2,900 คน และเติบโตอย่างต่อเนื่อง Facebook เปิดให้โอกาสให้แบรนด์สามารถสื่อสารกับลูกค้าจากทั่วโลกได้โดยตรงผ่าน Messenger ในขณะที่เครื่องมืออื่นๆ อย่างฟีดข่าวและ Stories ช่วยถ่ายทอดเรื่องราวในชีวิตประจำวันของครอบครัวเพื่อสร้างความรู้สึกถึงการเป็นชุมชนมากขึ้น
วิสาหกิจชุมชนเพื่อสังคมวานีตาและแบรนด์ Keziah คือตัวอย่างกลุ่มผู้หญิงและเจ้าของธุรกิจยุคใหม่ในภาคใต้ของประเทศไทยที่กำลังเติบโตด้วยพลังของชุมชนและการสนทนา






