‘โคโรน่า’ ทำ ‘เจมส์ บอนด์’ งดฉายรอบปฐมทัศน์ในจีน

‘โคโรน่า’ ทำ ‘เจมส์ บอนด์’ งดฉายรอบปฐมทัศน์ในจีน

ฮอลลีวูดเริ่มได้รับผลกระทบจากไวรัส ‘โคโรน่า’ หลังภาพยนตร์ ‘เจมส์ บอนด์’ ตอนใหม่ล่าสุดที่ชื่อ No Time to Die ต้องยกเลิกการฉายรอบปฐมทัศน์ในจีนเพราะการแพร่ระบาดของไวรัสชนิดนี้

ก่อนหน้านี้การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 ได้ส่งผลกระทบต่อภาพยนตร์จีนเป็นหลัก โดยภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ 6 เรื่องที่มีกำหนดเข้าฉายช่วงตรุษจีน ซึ่งเป็นช่วงที่โกยเงินได้มากที่สุดในรอบปี ต้องถูกยกเลิกไปอย่างไม่มีกำหนด ตามมาด้วยการสั่งปิดโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ

หลังจากที่สถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น หนังที่มีกำหนดเข้าฉายในจีนช่วงวาเลนไทน์ที่ผ่านมา รวมไปถึงหนังที่จ่อคิวเข้าฉายในเดือนกุมภาพันธ์ก็ถูกยกเลิกทั้งหมดแล้ว และยังไม่มีวี่แววว่าโรงหนังในจีนจะกลับมาเปิดให้บริการแต่อย่างใด เพราะตอนนี้ทางการจีนยังมีคำสั่งให้ประชาชนทั่วประเทศอยู่แต่ในเคหะสถาน ไม่ออกนอกบ้านถ้าไม่จำเป็น พร้อมงดกิจกรรมกลางแจ้งทั้งหมด

ล่าสุด การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 ก็เริ่มส่งผลกระทบมาถึงภาพยนตร์ต่างชาติในแดนมังกรกันบ้างแล้ว นั่นคือ หนังสายลับฟอร์มยักษ์อย่าง พยัคฆ์ร้าย 007 หรือ เจมส์ บอนด์ ตอน No Time to Die ซึ่งตอนแรกทีมนักแสดง นำโดย แดเนียล เครก มีกำหนดเดินทางไปร่วมงานเปิดฉายหนังรอบปฐมทัศน์ ณ กรุงปักกิ่ง ในเดือนเมษายน หลังจากหนังเปิดตัวที่อเมริกาเหนือในวันที่ 10 เมษายน

แต่ปัจจุบันแผนการนี้ได้ถูกยกเลิกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และยังไม่แน่ใจว่ากำหนดการฉายของ No Time to Die ในจีนก็อาจจะต้องถูกเลื่อนออกไปด้วยเช่นกัน ถ้าหากว่าโรงภาพยนตร์ต่าง ๆ ในแดนมังกรยังไม่กลับมาเปิดให้บริการตามปรกติในเดือนหน้า

24779786-8007587-image-a-17_1581786108369

24779982-8007587-image-a-25_1581786675712

ทั้งนี้ โรงภาพยนตร์ส่วนใหญ่ในจีนปิดตัวลงมาตั้งแต่ช่วงตรุษจีนซึ่งสร้างความเสียหายให้กับอุตสาหกรรมหนังแดนมังกรเป็นอย่างมาก โดยฮอลลีวูด รีพอร์ทเทอร์รายงานว่าตัวเลขบ็อกซ์ ออฟฟิศของจีนในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นช่วงตรุษจีน อยู่ที่ 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น ซึ่งลดลงไปกว่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งกวาดรายได้ไปถึงกว่า 507 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

นอกจากนี้ การที่โรงภาพยนตร์ในจีน ซึ่งเป็นตลาดหนังที่ใหญ่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก ต้องปิดตัวลงอย่างไม่มีกำหนด ยังสร้างความเสียหายไปถึงผู้สร้างหนังต่างชาติด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจมส์ บอนด์ เพราะจีนเป็นตลาดต่างประเทศที่สำคัญที่สุดของแฟรนไชส์สายลับเรื่องนี้

โดยหนังเจมส์ บอนด์ภาคก่อนที่ชื่อว่า Spectre นั้น จีนเป็นประเทศที่ทำรายได้ในต่างประเทศสูงที่สุด ด้วยสถิติรายได้ทั่วโลก 881 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในจำนวนนี้มาจากจีนมากถึง 84 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ส่วนหนังเรื่องล่าสุดของ แดเนียล เครก ที่เพิ่งเข้าโรงไปคือหนังปริศนาฆาตกรรมเรื่อง Knives Out ที่เข้าฉายในแดนมังกรเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมานั้นก็ทำรายได้ในจีนไปสูงถึง 28 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เรียกว่าสูงกว่าทุกประเทศ แม้แต่ในประเทศแม่อย่างสหราชอาณาจักรที่ทำเงินไป 17 ล้านดอลลาร์สหรัฐ น้อยกว่าจีนถึง 11 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

No Time To Die เป็นหนังเจมส์ บอนด์ ตอนที่ 25 และเป็นภาคสุดท้ายที่ แดเนียล เครก รับบทสายลับ 007 โดยเขาเล่นภาคนี้เป็นภาคที่ 5 แล้ว (ภาคก่อนหน้านี้ได้แก่ Casino Royale, Quantum of Solace, Skyfall, Spectre) สำหรับเนื้อเรื่องพูดถึงบอนด์ที่หลบไปใช้ชีวิตแบบสงบ ๆ ที่จาไมกา แต่ก็ถูกเพื่อนจากซีไอเอที่ชื่อ เฟลิกซ์ เลเตอร์ ตามตัวกลับมาปฏิบัติหน้าที่สายลับเหมือนเดิม

‘บิลลี่ ไอลิช’ ร้องเพลงธีม ‘เจมส์ บอนด์’

 

007-daniel-craig

ร่วมด้วยสาวบอนด์คนใหม่ Ana de Armas และนักแสดงชั้นนำมากมาย ทั้ง ราล์ฟ ไฟน์ส, เลอา เซย์ดูซ์ และ รามี มาเล็ก ที่มารับบทตัวร้ายที่ชื่อ ซาฟิน

007-lea-seydoux

007-rami-malek

24779914-8007587-image-a-33_1581787623792