วันอาทิตย์ ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

"ฝีดาษลิง" เปิดแนวทางปฏิบัติวินิจฉัยดูแลรักษาป้องกัน ฉบับล่าสุด

"ฝีดาษลิง" เปิดแนวทางปฏิบัติวินิจฉัยดูแลรักษาป้องกัน ฉบับล่าสุด

แนวทางปฏิบัติการวินิจฉัย การดูแลรักษาและการป้องกันการติดเชื้อโรค "ฝีดาษลิง" หรือ ฝีดาษวานร (Monkeypox) จาก กรมการแพทย์ ฉบับล่าสุด

กรมการแพทย์ ออกประกาศฉบับล่าสุด (31 ก.ค.2565) แนวทางปฏิบัติการวินิจฉัย การดูแลรักษาและการป้องกันการติดเชื้อโรค "ฝีดาษลิง" หรือ ฝีดาษวานร (Monkeypox)

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

- ไทยพบผู้ป่วยยืนยัน "ฝีดาษลิง"รายที่ 3 ชายต่างชาติ เตรียมวัคซีนฉีด 2 กลุ่ม

- เปิดแนวทางรักษา "ฝีดาษลิง" และ 6 กลุ่มเสี่ยงอาการรุนแรง

 

โรค "ฝีดาษลิง" เป็นโรคที่อาการไม่รุนแรง หายเองได้ แต่จะมีอาการรุนแรงได้ในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำและเด็กเล็กโดยมีอัตราการตายต่ำกว่าร้อยละ 5 โดยระยะเวลามีอาการของโรคประมาณ 2-4 สัปดาห์ โรคนี้เพิ่งมีรายงานในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ดังนั้น จึงจําเป็นต้องรับผู้ป่วยไว้รักษาเป็นผู้ป่วยในทุกราย ซึ่งระยะฟักตัวของโรคอยู่ที่ 7-21 วัน 

อาการและอาการแสดง

ผู้ป่วยมักเริ่มด้วยอาการไข้และผื่น จะเริ่มจากตุ่มแดงประมาณ 5-7 วันหลังรับเชื้อและตุ่มจะเปลี่ยนเป็นตุ่มน้ำ ตุ่มหนอง และแห้งเป็นสะเก็ด ตุ่มมีจำนวนมากน้อยตามความรุนแรงของโรค และการตอบสนองของผู้ป่วย รวมระยะเวลาประมาณ 2-4 สัปดาห์

การแพร่กระจายเชื้อและการติดต่อส่วนใหญ่โดยการสัมผัสผื่นผู้ป่วยโดยตรงในระยะแพร่เชื้อ หรือสารคัดหลั่งจากผู้ป่วยยืนยัน อาจมีการติดต่อทางละอองฝอยได้ โดยเฉพาะหากมีการทําหัตถการที่ทําให้เกิดละอองฝอยขนาดเล็ก

 

ผู้ป่วยต้องสงสัยเข้าข่ายติดเชื้อ ฝีดาษลิง มีลักษณะดังต่อไปนี้

1.ไข้ (อุณหภูมิร่างกายตั้งแต่ 38 องศาเซลเซียส) หรือ ให้ประวัติมีไข้ร่วมกับอาการอย่างน้อย 1 อย่างต่อไปนี้ ได้แก่ เจ็บคอ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดหลัง ต่อมน้ำเหลืองบวมโต

2.มีผื่นหรือตุ่มที่ผิวหนัง หรือเคยมีผื่นหรือตุ่มกระจายตามใบหน้า ศีรษะ ลําตัว อวัยวะเพศและรอบทวารหนัก แขน ขา หรือฝ่ามือฝ่าเท้า เป็นผื่นหรือตุ่มลักษณะเป็นตุ่มนูน ตุ่มน้ำใส ตุ่มหนอง หรือตุ่มตกสะเก็ด โดยเป็นผื่นระยะเดียวกันพร้อมกันทั้งตัว หรือ เป็นผื่นที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาปกติ

 

รวมถึง การมีประวัติเชื่อมโยงทางระบาดวิทยา ภายในเวลา 21 วันที่ผ่านมา 1 ข้อดังต่อไปนี้

  • มีประวัติการสัมผัสที่ทําให้แพทย์วินิจฉัยสงสัยโรคฝีดาษวานร
  • มีประวัติเดินทางจากต่างประเทศ / เข้าร่วมงานหรือกิจกรรมที่เคยมีการรายงานผู้ป่วยโรคฝีดาษวานร หรือมีอาชีพที่ต้องสัมผัสคลุกคลีกับผู้เดินทางจากต่างประเทศ
  • มีประวัติสัมผัสสัตว์ฟันแทะ หรือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กที่นําเข้ามาจากถิ่นระบาด เช่น ทวีปแอฟริกา

 

ผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อ ฝีดาษลิง

คือ ผู้ป่วยสงสัยที่มีผลตรวจทางห้องปฏิบัติการยืนยันอย่างน้อย 2 ห้องปฏิบัติการ จากเทคนิคการตรวจข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้

  • พบสารพันธุกรรม monkeypox virus (MPXV) ด้วยวิธี Real-time PCR จําเพาะต่อ MPXV
  • พบสารพันธุกรรม monkeypox virus (MPXV) ด้วยวิธี DNA sequencing เพื่อหายีนที่จําเพาะต่อ MPXV
  • พบเชื้อ monkeypox virus (MPXV) ด้วยวิธีเพาะเชื้อไวรัส

โดยผู้ป่วยยืนยัน จะมีการพิจารณาเพิ่มเติมเพื่อจําแนกว่าเป็นผู้ป่วยนําเข้า หรือ ผู้ป่วยติดเชื้อภายในประเทศ โดยพิจารณาตามนิยามผู้ป่วยนําเข้า

 

การรักษา

สำหรับการรักษาตามอาการ เป็นการรักษาแบบประคับประคองตามอาการของผู้ป่วย เช่น ลดไข้ ลดอาการไม่สบายจากตุ่มหนอง และดูแลไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อน, การรักษาจำเพาะ ยาต้านไวรัสจำเพาะเป็นยาที่ใช้ในการรักษาอยู่ในระหว่างการศึกษาวิจัยในต่างประเทศ ทั้งนี้ ยาที่มีรายงานให้รายผู้ป่วยที่อาการรุนแรง คือ tecovirimat (TPOXX)

ผู้ป่วยที่มีโอกาสเสี่ยงต่อโรครุนแรง ได้แก่ กลุ่ม ผู้ป่วยที่มีภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น ผู้ติดเชื้อเอชไอวี , มะเร็งเม็ดเลือด ได้แก่ leukemia, lymphoma, โรคมะเร็งอวัยวะต่างๆ , ผู้ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะ , ผู้ได้รับการรักษาด้วย alkylating agents, antimetabolites, radiation, tumor necrosis factor inhibitors , high-dose corticosteroids , ผู้ได้รับการปลูกถ่ายไขกระดูกมาภายใน 2 ปี หรือตั้งแต่2 ปีขึ้นไป แต่มีภาวะ graft-versus-host disease หรือโรคเดิมกำเริบ , โรค autoimmune disease ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ โดยเฉพาะเด็ก , เด็กที่มีอายุน้อยกว่า 8 ปี