ด่วนที่สุด! รับมือสถานการณ์น้ำ "เจ้าพระยา" หนุนสูง เตือน 40 ชุมชนริมน้ำ

ด่วนที่สุด ผู้ว่าฯนนทบุรี ลงสำรวจชุมชนริมแม่น้ำ สั่งท้องถิ่นเตรียมรับมือสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา น้ำทะเลหนุนสูง หลังกรมชลฯ เร่งระบายน้ำเหนือต่อเนื่อง เตือน 40 ชุมชนริมน้ำได้รับผลกระทบ

หลังจากที่กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนนทบุรี มี ประกาศด่วนที่สุด เลขที่ นบ (กอปกจ) .021/ว2749 ลงวันที่ 27 กรกฎาคม 2565 แจ้งหน่วยงานราชการ หน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอำเภอ หน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เตรียมความพร้อมเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น ที่อาจส่งผลต่อพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ ตั้งแต่วันที่ 27 กรกฏาคม 2565 เป็นต้นไป

พร้อมแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงให้เตรียมพร้อมรับมือ หลังได้รับการแจ้งเตือนจากกรมชลประทานว่า ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2565 สถานี C.2 อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสรรค์ จะมีปริมาณน้ำไหลผ่านประมาณ 1,200-1,300 ลูกบาศก์เมตร ต่อวินาที และคาดการณ์ปริมาณน้ำจากแม่น้ำสะแกกรัง ที่สถานี ct.19 มีปริมาณ 100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

และปริมาณน้ำท่าจากลำน้ำสาขาประมาณ 150 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจะทำให้ปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา มีปริมาณระหว่าง 1,45-1,550 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ประกอบกับสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูงในแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงระหว่างวันที่ 28 กรกฎาคม -1 สิงหาคม 2565 ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่างมีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้น โดยระดับน้ำอาจสูงขึ้นประมาณ 1.90 - 2.10 เมตรจากระดับทะเลปานกลาง ส่งผลกระทบโดยต่อบริเวณพื้นที่ชุมชนนอกแนวคันกั้นน้ำและแนวเขื่อนชั่วคราวบริเวณที่ไม่มีแนวป้องกันน้ำถาวร หรือแนวฟันหลอในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี

ด่วนที่สุด! รับมือสถานการณ์น้ำ "เจ้าพระยา" หนุนสูง เตือน 40 ชุมชนริมน้ำ

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 28 ก.ค. 65 นายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี นางสาวอโรชา  นันทมนตรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี แพทย์หญิงสุวรรณา ไชยชุมศักดิ์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนนทบุรี นายสมยศ วิชากร นายอำเภอปากเกร็ด นายปรีดา เชื้อผู้ดี นายก อบต.ท่าอิฐ  และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่บริเวณมัสยิดท่าอิฐ ต.ท่าอิฐ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ตรวจสถานการ์น้ำบ้านเรือนประชาชนริมสองฝั่งแม่น้ำ และติดตามการก่อสร้างแนวเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำในแม่น้ำที่จะเพิ่มสูงขึ้น

โดยนายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี ได้วางแผนเตรียมรับมือเป็น 2 ระยะ คือระยะสั้นและระยะยาว โดยระยะยาว ได้ 3 หน่วยงานเข้ามาประสานงานทำงานร่วมกันคือกรมชลประทาน กรมโยธาธิการและผังเมือง และองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ในเรื่องของการก่อสร้างแนวเขื่อนริมตลิ่งทั้งสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งมีระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร โดยได้ดำเนินการก่อสร้างไปแล้วบางส่วน ส่วนแผนระยะสั้น มีการตรวจสอบพื้นที่ลุ่มต่ำที่อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำประมาณ 1-2 เมตร ทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละพื้นที่ ทราบเรื่องผลกระทบอยู่แล้ว จึงได้สั่งกำชับให้มีการเตรียมทำคันกระสอบทรายกั้นน้ำให้แข็งแรง เนื่องจากปีที่ผ่านมามีแนวคันกั้นกระสอบทรายบางจุดต้านน้ำไม่ไหวพังทลายลงมา ทำให้น้ำเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในบางจุดจนได้รับความเดือดร้อน ทั้งนี้จังหวัดนนทบุรีมีพื้นที่ชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยาประมาณ 40 ชุมชน ที่ต้องเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด