วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เปิดประเทศ ‘ปรับโหมด' ฟื้นศก.

หลายประเทศเริ่ม "เปิดประเทศ" เดินหน้าอยู่ร่วมกับโควิด-19 แล้ว ถึงเวลาที่รัฐบาลต้องหารือ เพื่อเดินหน้าเศรษฐกิจ ก่อนที่ทุกภาคส่วนของประเทศไทยจะอยุ่ในภาวะวิกฤตไปมากกว่านี้

หลายประเทศทั่วโลก เดินหน้าอยู่ร่วมโควิด-19 กันแล้วอย่างจริงจัง บางประเทศยกเลิกใส่หน้ากากอนามัยในที่สาธารณะ พร้อมเดินหน้าอยู่ร่วมกับโควิด-19 กันอย่างเต็มรูปแบบมากขึ้น ประเทศไทยจะมีการประกาศให้โรคโควิด-19 กลายเป็นโรคประจำถิ่นช่วงเดือน ก.ค.ท่ามกลางเสียงเรียกร้องที่ดังขึ้นจากหลายภาคส่วน ขอให้มีการผ่อนคลายมาตรการ โดยเฉพาะการยกเลิก Test & Go และ ไทยแลนด์พาส เปิดให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศได้ ฟื้นการจับจ่ายภาคการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจตัวหลักช่วยพลิกฟื้นประเทศได้อย่างเป็นเรื่องเป็นราว

เราเห็นว่า รัฐบาลเองก็ไม่ควรนิ่งเฉยต่อข้อเสนอนี้ เพราะเอาเข้าจริงๆ เศรษฐกิจประเทศกำลังอยู่ในสภาพคนป่วยห้องไอซียู ต้องอาศัยเครื่องช่วยหายใจ ท่ามกลางเครื่องยนต์เศรษฐกิจที่ยังสตาร์ทไม่ติด ทั้งเรื่องของการส่งออก และการท่องเที่ยว วันนี้ (22 เม.ย.) ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด หรือศบค.จะเสนอมาตรการผ่อนคลายการเข้าประเทศในระบบ Test & Go จากเดิมที่ให้ตรวจ RT-PCR จำนวน 1 ครั้งในทันทีที่มาถึง ก็จะหารือกันว่า จะเสนอให้ปรับเป็นการตรวจด้วย ATK หรือไม่ต้องมีการตรวจหาเชื้อก็เดินทางเข้าประเทศไทยได้ รวมถึงอาจมีการปรับโซนสีพื้นต่างๆ ให้ดูมีความผ่อนคลายเพิ่มมากขึ้นด้วย

หากดูสถานการณ์ในช่วงนี้ แม้ตัวเลขการติดเชื้อในประเทศยังอยู่สูง คนเสียชีวิตยังมี แต่หากเรายัง “ติดล็อก” อยู่กับมาตรการคุมโควิด-19 แบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ การขยับขยายหรือการจะ “ปรับโหมด” เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างที่รัฐบาลอยากให้เป็น คงจะขลุกขลักน่าดู แต่หากรัฐตัดสินใจ “เปิดประเทศ” อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมดำเนินนโยบาย หรือยุทธศาสตร์คู่ขนาน ควบคุมการติดเชื้อในประเทศ เร่งสปีด การฉีดวัคซีน โดยเฉพาะเข็มกระตุ้นในทุกกลุ่ม ทุกพื้นที่ให้เพิ่มขึ้น เตรียมมาตรการสาธารณสุขรองรับให้เต็มสรรพกำลัง เราเชื่อว่า เปิดประเทศให้เต็มรูปแบบ ก็ถือเป็นความเสี่ยงที่ควรต้องลอง บทเรียนกว่า 2 ปีที่อยู่ร่วมกับโควิด-19 ควรงัดออกมาใช้ประโยชน์ในห้วงเวลาแบบนี้

 

เราเห็นด้วยที่ รัฐบาลนำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เตรียมเปิดเวทีหารือภาคเอกชน ช่วงเดือน พ.ค. เพื่อปรับโหมดประเทศสู่การฟื้นฟูเศรษฐกิจ เป็นการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นของทุกภาคส่วนทั้งประชาชน เยาวชน นักธุรกิจ รูปแบบอาจจะเป็นเวทีสาธารณะ 1 ครั้ง จากนั้นจะมีเวทีย่อยในแต่ละเรื่อง เพื่อไปรับฟังความคิดเห็นแล้วรวบรวมเพื่อเป็นข้อมูลแนวทางให้มีการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ และเอกชน เราคาดหวังว่า เวทีครั้งนี้ จะเป็นการผนึกกำลังของทุกฝ่าย เพื่อผลักดันให้ประเทศเข้าสู่วาระของการฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างจริงจังท่ามกลางข้อจำกัดอีกหลายเรื่อง โดยเฉพาะเงินงบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัดจำเขี่ย และเสถียรภาพของรัฐบาล และพรรคร่วมฯ ที่อยู่ในภาวะอ่อนแรงและเปราะบางลง