เมเจอร์ฯเผยแผนปี66ผุด7โครงการมูลค่า1.4หมื่นล้านสูงสุดในรอบ24ปี

เมเจอร์ฯเผยแผนปี66ผุด7โครงการมูลค่า1.4หมื่นล้านสูงสุดในรอบ24ปี

เมเจอร์ฯเผยแผนปี66ผุด7โครงการมูลค่า1.4หมื่นล้านสูงสุดในรอบ24ปี ผ่าน3 กลยุทธ์ขยายไลน์โครงการอสังหาฯแนวราบ -แตกแบรนด์และธุรกิจใหม่ร่วมสตาร์ทอัพ ลดความเสี่ยงในอนาคตตั้งเป้ายอดขาย 7,000 ล้าน และรายได้รวม 5,000 ล้าน

นางสาวเพชรลดา พูลวรลักษณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าบริษัทยังคงมุ่งมั่นขับเคลื่อนองค์กรให้เปลี่ยนสถานะจากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์สู่การเป็นผู้พัฒนารูปแบบการใช้ชีวิต หรือ LifeScape Developerเพื่อยกระดับการใช้ชีวิตของผู้บริโภคทุกมิติ

ล่าสุดในปี 2566 บริษัทจะเดินหน้าแผนธุรกิจเพื่อการเติบโต ให้กลุ่มธุรกิจหลักในหลากหลายมิติด้วยการ เปิดตัวโครงการใหม่มากที่สุดในประวัติศาสตร์การก่อตั้ง 24 ปี จำนวน 7 โครงการ มูลค่าโครงการรวมกว่า 14,700 ล้านบาท แบ่งเป็น คอนโดมิเนียมSuper Luxury High-rise 2 โครงการ มูลค่าโครงการรวมกว่า 8,800 ล้านบาท

 

บ้านจัดสรร 5 โครงการ มูลค่าโครงการรวมกว่า 5,900 ล้านบาทเพื่อให้พร้อมรองรับความต้องการผู้บริโภค ในภาวะความต้องการและเศรษฐกิจฟื้นตัวหลังโควิด-19 New Brand and Segment เปิดตัว 5 แบรนด์ใหม่ เจาะหลากเซ็กเมนท์เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลายขึ้น

อาทิ แบรนด์ Marquis(มาร์ควิส)แบรนด์คอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักซูรีที่มีฟังก์ชันตอบโจทย์ด้านการมีชีวิตที่ดี  แบรนด์ เมย์ฟิลด์)พรีเมียมทาวน์โฮมระดับไฮเอนด์ที่ออกแบบให้ใช้ชีวิตท่ามกลางธรรมชาติ แบรนด์เมย์ฟิลด์ เลน แบรนด์บ้านเดี่ยวระดับลักชูรีทำเลใจกลางเมืองแบรนด์มิลฟอร์ดแบรนด์ทาวน์โฮมระดับไฮเอนด์และยังมีแบรนด์ใหม่อีก 1 แบรนด์ เป็น Super Luxury Limited Editionที่จะเปิดเผยชื่อแบรนด์ในอนาคต 

พร้อมขยายอาณาจักรที่อยู่อาศัยสะสมของบริษัทให้ครอบคลุมตั้งแต่พื้นที่ใจกลางย่านธุรกิจ ไปจนถึงพื้นที่ใจกลางธุรกิจส่วนต่อขยาย และพื้นที่กรุงเทพฯรอบนอก โดยโครงการใหม่ในปีนี้จะเกาะทำเลที่มีความต้องการสูง ตั้งแต่ สุขุมวิท-พร้อมพงษ์ พญาไท พัฒนาการ ลาดพร้าว และรามคำแหง


“แม้ในช่วงที่ผ่านมา เราจะชะลอการเปิดตัวโครงการใหม่ลงไปแต่เราไม่ได้อยู่เฉยๆ เราผ่าตัดองค์กรหลายๆ ด้านเพื่อให้พร้อมรองรับการพลิกโฉมการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง"

ขณะที่ด้าน Diversify Revenue คือการปรับสัดส่วนโดยเพิ่มการพัฒนาโครงการแนวราบมากขึ้น และขยายธุรกิจใหม่ครอบคลุมทุกมิติการใช้ชีวิตและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคอีก 2 ธุรกิจคือHealthScape และ TechScape ร่วมกับสตาร์อัพ 2-3  ราย 
นางสาวเพชรลดา กล่าวอีกว่า สถานการณ์เศรษฐกิจไทยและภาพรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้มีแนวโน้มฟื้นตัวที่ดี โดยเฉพาะจากภาคการท่องเที่ยว ที่จะช่วยสร้างเม็ดเงินสะพัด
เพิ่มบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอย กำลังซื้อให้แก่ตลาด

ขณะเดียวกันกลุ่มธุรกิจโรงแรมและอาคารสำนักงานมาช่วยสร้างรายได้ประจำ(Recurring Income) ตลอดจนการเดินหน้าลุยธุรกิจใหม่ บริษัทมั่นใจว่า  จะเติบโตได้อย่างมั่นคงและแข็งแกร่งสร้างยอดขายจากโครงการที่อยู่อาศัยตลอดปีนี้ที่ 7,000 ล้านบาทและสร้างรายได้รวมที่ 5,000 ล้านบาท