วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

เจแอลแอลปิดดีลอโศก–พร้อมพงษ์เปิดทางให้เอราวัณปักธงโรงแรมใหม่

เจแอลแอลปิดดีลอโศก–พร้อมพงษ์เปิดทางให้เอราวัณปักธงโรงแรมใหม่

เจแอลแอลประกาศปิดดีลที่ดินกลางอโศก–พร้อมพงษ์ เปิดทางกลุ่ม ‘เอราวัณ กรุ๊ป’ ลงทุนขยายอาณาจักรโรงแรมครั้งใหญ่

ในช่วงที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยกำลังเผชิญจุดเปลี่ยนสำคัญ ทั้งจากเศรษฐกิจโลก การแข่งขันของเมืองท่องเที่ยว และพฤติกรรมผู้บริโภคที่พลิกผันอย่างรวดเร็ว ดีล “เช่าที่ดินระยะยาว” ใจกลางอโศก–พร้อมพงษ์  กลุ่มดิ เอราวัณ กลับฉายภาพอีกมุมของเกมการลงทุนมุมที่ยังเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของกรุงเทพฯ ในฐานะเมืองท่องเที่ยวระดับหัวแถวของเอเชีย

ดีลนี้ไม่ใช่แค่ธุรกรรมปล่อยเช่าที่ดิน หากเป็นการ “ปักหมุดเชิงยุทธศาสตร์” บนทำเลที่หายากขึ้นทุกวัน และยังเป็นการต่อยอดโมเดลธุรกิจที่ผู้พัฒนาโรงแรมชั้นนำเริ่มหันมาให้ความสำคัญมากขึ้น นั่นคือ การสร้างมูลค่าสินทรัพย์ผ่านสัญญาเช่าระยะยาว (Long Leasehold) เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นด้านเงินลงทุนและปลดล็อกศักยภาพแปลงที่ดินในเขตเมืองชั้นในที่เริ่มขาดแคลน

ดีลที่สะท้อน “ความเชื่อมั่น” 

นายกฤช ปิ่มหทัยวุฒิ กรรมการผู้จัดการและหัวหน้าหน่วยธุรกิจบริการด้านการลงทุน กล่าวว่า รู้สึกยินดีและภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันให้ดีลสำคัญนี้เกิดขึ้น เจแอลแอลเชื่อมั่นว่าด้วยศักยภาพของทำเล ประกอบกับวิสัยทัศน์และประสบการณ์ที่มีความชำนาญในการพัฒนาและบริหารโรงแรมของ ดิ เอราวัณ กรุ๊ป โครงการที่จะเกิดขึ้นนี้จะประสบความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยม และไม่เพียงแต่จะเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางธุรกิจให้แก่ ดิ เอราวัณ กรุ๊ป เท่านั้น แต่ยังสร้างประโยชน์เชิงบวกต่อเศรษฐกิจและสังคมโดยรวม พร้อมทั้งส่งมอบผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้น นักลงทุน และเจ้าของที่ดิน

"ในยุคที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจและพฤติกรรมผู้บริโภค ผู้พัฒนาโครงการที่สามารถปรับตัวและมองเห็นโอกาสใหม่ๆจะสามาถเติบโตอย่างต่อเนื่องได้ "

 

ดีลนี้เป็นอีกดีลหนึ่งจากหลากหลายดีลที่เราปิดในช่วงกว่า10ปีที่ผ่านมาที่ตอกย้ำความสำคัญของ การเช่าที่ดินระยะยาว ซึ่งเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับผู้พัฒนาโครงการที่ต้องการความยืดหยุ่นและต้องการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินทรัพย์ในระยะยาว ถือเป็นโมเดลธุรกิจที่ตอบโจทย์และสร้างมูลค่าให้กับทุกฝ่าย

นางสาวยุวดี สหพรพิทักษ์กุล ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการลงทุน เจแอลแอล ประเทศไทย กล่าวว่า ทำเลยุทธศาสตร์ของที่ดินแปลงนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนชั้นนำ ด้วยความหลากลายของตัวเลือกการเดินทาง สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ และโอกาสในการเติบโตระยะยาว

ทำให้ทำเลศักยภาพนี้เป็นหนึ่งในทำเลที่ได้รับการจับตามองมากที่สุดในกรุงเทพฯ การจัดหานักลงทุนด้วยกระบวนการประมูล (Expression of Interest Process) อย่างโปร่งใสของเจแอลแอล ทำให้เจ้าของที่ดินได้รับผลตอบแทนที่เหมาะสมกับศักยภาพของที่ดินแปลงนี้ได้อย่างเต็มที่ พร้อมสร้างผลลัพธ์ที่เป็นธรรมและโปร่งใสให้กับทุกฝ่าย

นายยูเซฟ อิล คัมริ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับสิทธิการเช่าที่ดินระยะยาวบนทำเลใจกลางกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นทำเลที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของบริษัท โดยการรับได้สิทธิการเช่าที่ดินแปลงนี้สอดคล้องกับกลยุทธ์การพัฒนาในระยะยาวของเรา ที่มุ่งเน้นการพัฒนาโรงแรมที่มีเอกลักษณ์บนทำเลที่มีศักยภาพสูงของกรุงเทพฯ

เนื่องด้วยที่ดินศักยภาพในเขตใจกลางเมืองเริ่มมีจำนวนจำกัด การได้ที่ดินแปลงนี้จะช่วยเสริมความแข็งแกร่ง และเป็นรากฐานสำคัญต่อการขยายธุรกิจในอนาคต โดยวิสัยทัศน์ของเราคือการพัฒนาโรงแรมที่จะช่วยยกระดับอุตสาหกรรมบริการของกรุงเทพฯ และเพิ่มความมีชีวิตชีวาให้กับย่านอโศกและพร้อมพงษ์

กรุงเทพฯ ยังคงเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญของตลาดโรงแรมที่มีความคึกคักและมีความสามารถในการปรับตัวต่อสภาวการณ์ต่างๆ อยู่ในอันดับต้นๆ ของเอเชีย และโครงการใหม่นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นอย่างต่อเนื่องของเราต่อศักยภาพในระยะยาวของตลาด เราขอขอบคุณเจ้าของที่ดินที่มอบความไว้วางใจให้เราเป็นพันธมิตรในโครงการนี้ รวมถึงทีมงานเจแอลแอลที่ดำเนินงานอย่างมืออาชีพและมีประสิทธิภาพตลอดกระบวนการ

การปิดดีลในครั้งนี้สะท้อนถึงความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของเจแอลแอลในการให้คำปรึกษาด้านการเช่าที่ดินระยะยาว โดยในช่วงกว่าสิบปีที่ผ่านมา ทางเจแอลแอลได้เป็นตัวแทนเจ้าของที่ดินมากมาย ในการให้คำปรึกษาและดำเนินการปล่อยเช่าที่ดินระยะยาวสำเร็จลุล่วงรวมมูลค่าการเช่ารวมถึงกว่า 60,000 ล้านบาท ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดการให้คำปรึกษาการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทนี้ของเจแอลแอล รวมไปถึงความสามารถในการสร้างคุณค่าให้กับลูกค้าที่ได้ให้ความไว้วางใจแก่เจแอลแอล