โครงการ SMEs ‘ต้นกล้า ทู โกล’ ปี 2564

โครงการ SMEs ‘ต้นกล้า ทู โกล’ ปี 2564

ผู้ชนะรางวัลการเขียนแผนธุรกิจเชิงสร้างสรรค์จากโครงการ SMEs ‘ต้นกล้า ทู โกล’ ปี 2564

สืบเนื่องจากการที่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ได้จัดให้มีโครงการ ‘สร้าง SMEs ไทยสู่เวทีการค้าสากล’ หรือโครงการ ‘ต้นกล้า ทู โกล’ ที่จัดต่อเนื่องมากว่า 10 ปี ล่าสุดปี 2564 นี้ DITP ได้ขานรับนโยบาย จากนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ได้สั่งการให้ช่วยเหลือ SMEs ให้มีโอกาสทางการค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ จึงมีการจัดเวทีให้ SMEs โครงการต้นกล้า ทู โกล จำนวน 75 ราย ได้พบปะเจรจาจับคู่ธุรกิจกับห้างค้าปลีกรายใหญ่ ทั้งเซ็นทรัล, เดอะมอลล์, คิง เพาเวอร์ และแพลตฟอร์มออนไลน์จากต่างประเทศ การจัดกิจกรรมครั้งนี้ประสบความ สำเร็จเกินคาด มีการเจรจาจับคู่ธุรกิจรวม 150 คู่ ตั้งเป้ารับออเดอร์ภายใน 1 ปี อย่างน้อย 100 ล้านบาท

และในพิธีปิดโครงการ ‘ต้นกล้า ทู โกล’ 2564 ยังได้มีการมอบโล่รางวัลผ่านระบบ Zoom meeting ให้แก่ผู้ชนะรางวัลการเขียนแผนธุรกิจเชิงสร้าง สรรค์ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้ SMEs ไทยในการพัฒนาสินค้าและบริการในอนาคตอีกด้วย

รางวัลการเขียนแผนธุรกิจเชิงสร้างสรรค์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : คุณกลยุทธ ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ บริษัท ปฐพี เคลย์ มาสก์ จำกัด เจ้าของสินค้าโคลนมาส์กหน้าจากเถ้าภูเขาไฟบริสุทธิ์ธรรมชาติแบรนด์ PATAPEE (ปฐพี) กล่าวว่า

“ที่ผมเลือกทำโคลนมาส์กหน้า เพราะเดิมทีครอบครัวผมทำธุรกิจเหมืองเบนโทไนต์ซึ่งเป็นแร่ที่เกิดจากเถ้าภูเขาไฟที่ อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี อยู่แล้ว ซึ่งโดยปกติจะใช้แร่นี้ในอุตสาหกรรมขุดเจาะ ดักจับตะกอนในบ่อกุ้ง และในเครื่องสำอาง ผมจึงต่อยอดไปสู่ธุรกิจผลิตภัณฑ์โคนมาส์กหน้า ซึ่งก่อนทำเราได้ทำการวิจัยและพัฒนาวัตถุดิบร่วมกับสถาบัน T Cell มาก่อนหน้านั้นอยู่แล้ว เมื่อ T Cell ส่งงานวิจัยนี้ไปประกวดที่ต่างประเทศ แบรนด์หลุยส์วิตตองและชาแนลก็ได้นัดหมายให้เราเข้าไปเจรจาเพื่อจะขอซื้อวัตถุดิบแร่ภูเขาไฟธรรมชาติจากเรา รวมทั้งร่วมวิจัยและพัฒนาวัตถุดิบร่วมกับเราไปด้วย เราจึงได้ลูกค้าจากตรงนี้

ต่อมาเราก็ได้พัฒนาแบรนด์ผลิตภัณฑ์โคลนมาส์กหน้าของตัวเองที่ชื่อ ‘PATAPEE’ (ปฐพี) ขึ้นมาบ้าง จุดเด่นของผลิตภัณฑ์คือ ช่วยลดสิว ฝ้า กระ และช่วยให้ผิวหน้าชุ่มชื่นขึ้น โดยไม่มีส่วนผสมของสารเคมีในผลิตภัณฑ์ จากจุดเริ่ม ต้นของแบรนด์มาถึงปัจจุบันนี้ก็เกือบ 2 ปีแล้ว และในปี 2564 นี้ ก็ได้เข้าร่วมกับโครงการ ต้นกล้า ทู โกล นี่แหละครับ”

กลยุทธ์ บอกว่า รู้สึกดีใจที่ได้รับรางวัลการนำเสนอแผนธุรกิจเชิงสร้าง สรรค์ เจ้าตัวคิดว่าสาเหตุที่ได้รางวัลก็เนื่องมาจาก SMEs ของเขาเป็นธุรกิจที่สามารถพัฒนาด้านเทคโนโลยีควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อม โดยโรงงานโคลน ควอลิตี้ ของเขาจัดอยู่ในกลุ่มกรีนโปรดักชั่น ตั้งแต่การทำเหมืองแร่ไปจนถึงน้ำทิ้งในโรงงาน ที่จะไม่ใช้สารเคมีใดๆ เลยตั้งแต่กระบวนการเริ่มต้นนั่นเอง ที่สำคัญพื้นที่บริเวณเหมืองยังได้รับการบริหารจัดการให้เป็นพื้นที่แหล่งกักเก็บน้ำเพื่อให้ชาวบ้านในพื้นที่ข้างเคียงที่ไม่มีน้ำใช้เพราะภัยแล้ง สามารถมาใช้แหล่งน้ำของเหมืองในฤดูแล้งได้อีกด้วย

“สิ่งที่ได้จากการเข้าร่วมโครงการ ต้นกล้า ทู โกล สำหรับธุรกิจ SMEs อย่างเราก็คือ การได้เข้ามาเรียนรู้วิธีวางแผนธุรกิจในการส่งออก ซึ่งสิ่งนี้ตรงใจผมเลย โดยโครงการจะมีการอบรม สัมมนา พร้อมทั้งสนับสนุนและช่วยวางแผนให้ธุรกิจของเรา ว่าจะต้องทำอย่างไรถึงจะสามารถส่งออกไปยังต่างประเทศได้ ซึ่งประเทศที่ผมมองไว้จะเป็นประเทศที่มีกำลังซื้อ เช่น ญี่ปุ่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และฝรั่งเศสในส่วนของวัตถุดิบครับ” อัพเดตที่ FB : Patapee Clay Mask

รางวัลการเขียนแผนธุรกิจเชิงสร้างสรรค์ ภาคใต้ : คุณมาเรียม ดายี ห้างหุ้นส่วนจำกัด ดีอาลี เจ้าของสินค้าปลาส้มไฮ-โซ ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ ต้นกล้า ทู โกล รายนี้ เริ่มต้นสร้างแบรนด์มาได้ 3 ปี โดยเน้นช่องทางการขายผ่านออนไลน์ถึง 80% ทั้ง [email protected], Facebook, Shopee และ Lazada

“จุดเด่นของปลาส้มไฮ-โซ อยู่ที่กระบวนการผลิตที่ไม่มีผงชูรสและสารกันบูดใดๆ ที่พิเศษกว่าปลาส้มทั่วไปก็คือการหมักปลาส้ม ที่จะใช้น้ำข้าวซึ่งได้จากการหุงข้าวแบบเช็ดน้ำ นำมาหมักปลาส้มจนได้รสชาติที่พอดี ปลาส้มเปรี้ยวเร็วโดยใช้เวลา 3 วัน ซึ่งต่างจากปลาส้มทั่วไปที่จะหมักกับข้าวเหนียว แล้วต้องทิ้งไว้เป็นเดือน กว่าปลาส้มจะเกิดรสเปรี้ยว

ที่ดิฉันเลือกทำปลาส้มเนื่องจากใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ที่อาศัยอยู่นั้นเป็นแหล่งของปลาน้ำจืดธรรมชาติที่หาได้ง่าย ซึ่งดิฉันอาศัยอยู่ที่ อ.ธารโต จ.ยะลา และเติบโตมาก็เห็นปลาส้มที่ใส่ถุงพลาสติกขายทั่วไปในท้องตลาดจนชินตา พอเรียนจบดิฉันจึงอยากจะพัฒนาสินค้าปลาส้มของท้องถิ่นให้สามารถส่งขายไปทั่วประเทศและส่งออกไปต่างประเทศได้ด้วย อย่างปัจจุบันนี้นอกจากลูกค้าในประเทศแล้ว เรายังส่งปลาส้มไปขายให้กับลูกค้าคนไทยที่เป็นชาวมุสลิมที่อยู่ในต่างประเทศอย่าง จอร์แดน ซาอุดิอาระเบีย ตุรกี และมาเลเซีย อีกด้วย”

มาเรียม บอกว่า ก่อนเข้าร่วมกับโครงการต้นกล้า ทู โกล แบรนด์ปลาส้มไฮ-โซได้ร่วมมือกับสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (NEA) ในการช่วยหาโรงงานที่มีเครื่องจักรที่มีกำลังผลิตสูง ทำให้สามารถผลิตสินค้าได้มากกว่าเดิมหลายสิบเท่า ดังนั้น ทุกๆ ปีจะมีตัวแทนจำหน่ายจากประเทศตะวันออกกลางที่กล่าวไป บินกลับมานำสินค้าปลาส้มไฮ-โซไปจำหน่ายทุกไตรมาส แต่จะขายดีสุดๆ ก็คือช่วงที่มีพิธีฮัจญ์

“สิ่งที่ได้จากโครงการต้นกล้า ทู โกล ก็คือองค์ความรู้เกี่ยวกับการนำสินค้าไปขายในโมเดิร์นเทรดต่างๆ นอกเหนือจากการขายออนไลน์ที่เราทำอยู่ เมื่อเข้ามาสัมมนาก็จะได้ไอเดีย ความรู้ และคำแนะนำดีๆ จากวิทยากร จากแค่ทำผลิตภัณฑ์ปลาส้มแบบเป็นตัว ก็ได้ไอเดียในการต่อยอดไปสู่ผลิตภัณฑ์ไข่ปลาส้ม ซึ่งถือว่าได้แจ้งเกิดในงานนี้เลยละ แล้วทางทีมงานยังช่วยออกแบบแพกเกจจิ้งให้อีกด้วย

สำหรับรางวัลการนำเสนอแผนธุรกิจเชิงสร้างสรรค์ที่ได้มา ดิฉันคิดว่าเป็นเพราะธุรกิจของเรามีการวางแผนเป็นขั้นตอนที่ชัดเจนในการดำเนินธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ จึงอาจจะโดนใจคณะกรรมการตรงจุดนี้ โดยเราโฟกัสว่า เราเริ่มต้นจากอะไร ตอนนี้เรากำลังทำอะไรอยู่ และในอนาคตเราจะทำอะไรบ้าง ที่สำคัญเรามีเป้าหมายในการต่อยอดสินค้าเราอย่างไร นอกจากนี้ยังเป็นการช่วยสร้างรายได้ให้กับชุมชนที่เราอยู่และชุมชนใกล้เคียง ทั้งการซื้อปลา มาสู่กระบวนการผลิต จนกระทั่งปลาส้มไปสู่มือลูกค้าเลยค่ะ” อัพเดตได้ที่ FB : โรงงานปลาส้มไฮโซ

รางวัลการเขียนแผนธุรกิจเชิงสร้างสรรค์ ภาคตะวันออก : คุณสุจิตรา เดชะชาติ บริษัท ที ไทย แสน็ค ฟู้ดส์ จำกัด เจ้าของสินค้าถั่วพลัสโต้ บอกว่า แบรนด์ของเธอจะเน้นไปที่ตลาดพรีเมียม โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายหลักของแบรนด์ซึ่งเป็นกลุ่มคนรักสุขภาพ ที่อยากจะเสริมในเรื่องของภูมิคุ้มกันควบคู่ไปกับการทาน สแน็คที่มีประโยชน์

“ที่เราตัดสินใจทำผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับถั่วขึ้นมา ก็เพราะว่าเมืองไทยเป็นแหล่งที่มีพืชตระกูลถั่วและพืชที่สามารถใช้เป็นเครื่องปรุงอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมาก ประกอบกับเราได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในการวิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับรสชาติของเครื่องปรุงมาแต่เดิมอยู่แล้ว จึงทำให้แบรนด์ถั่วพลัสโต้มีหลายรสชาติ ทั้งรสวาซาบิ รสบาร์บีคิว และรสกาแฟ เป็นต้น โดยผลิตภัณฑ์ของเรามีทั้ง ถั่วลิสง เมล็ดมะม่วงหิมพานต์ และถั่วดาวอินคา ซึ่งมีจุดเด่นทั้งในเรื่องของโปรตีนและโอเมก้า 3 6 9 อยู่ด้วย

กลุ่มเป้าหมายหลักลูกค้าของเราจะเน้นไปที่ตลาดฝั่งยุโรปค่ะ เนื่องจากเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อค่อนข้างสูง แถมลูกค้ายังมีความชื่นชอบและสนใจผลิตภัณฑ์ สแน็คที่ทำมาจากถั่วต่างๆ อยู่แล้ว ทำให้เรามีความมั่นใจในตลาดยุโรปมากยิ่งขึ้น

จากเดิมทีแล้วโรงงานของเราเป็นธุรกิจ SMEs ขนาดกลาง ที่เริ่มจากการทำสินค้าประเภทปลาหมึกกรอบอบแห้งปรุงรส ที่ส่งวัตถุดิบให้กับลูกค้าที่จะไปติดแบรนด์ของตัวเองอีกทีมาก่อน โดยทำธุรกิจนี้มานานกว่า 10 ปีแล้ว จากนั้นเราก็ได้ต่อยอดผลิตสินค้าถั่วพลัสโต้แบรนด์ของเราขึ้นมา โดยเน้นการส่งออกไปในตลาดยุโรปเป็นหลักอย่างในปัจจุบัน นอกจากนี้เรายังมีปลาหมึกกรอบแบรนด์ของเราเองอย่าง ‘มิสเตอร์ สควิด’ ซึ่งจะเน้นส่งออกไปที่ออสเตรเลีย จีน และสหรัฐฯ ด้วย

สิ่งที่ได้จากการมาร่วมโครงการต้นกล้า ทู โกล ก็คือ ได้พัฒนาแผนทางด้านธุรกิจ เพราะกรมส่งเสริมการส่งออก จะมีวิทยากรมาแนะนำและให้ความรู้กับผู้เข้าอบรม ทำให้สามารถต่อยอดไอเดียและแผนธุรกิจในการส่งออกได้เห็นภาพชัดเจนมากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยพัฒนาในเรื่องแพกเกจจิ้งของแบรนด์ให้ด้วย ทำให้แพ็กเกจจิ้งดูสวยงาม ทันสมัย ดูพรีเมียม เข้ากันสินค้าของเรามากยิ่งขึ้น”

สุจิตรา ทิ้งท้ายว่า การที่แบรนด์ของเธอได้รับรางวัลการนำเสนอแผนธุรกิจเชิงสร้างสรรค์ ปี 2564 น่าจะมาจากการมีแผนงานที่ค่อนข้างชัดเจน และมีเป้าหมายคือตลาดยุโรปที่ยังดูมีอนาคตสดใสอยู่ รวมทั้งการมีมาตรฐานสากลจากโรงงานที่ได้รับการยอมรับจากประเทศต่างๆ ในยุโรปการันตีอีกด้วย อัพเดตข้อมูลได้ที่ www.tthai.co.th

 

ผู้สนใจสามารถชมสินค้าของผู้ประกอบการโครงการ ‘ต้นกล้า ทู โกล’ 2564 ได้ที่ www.tonklatogoal.com