วันพุธ ที่ 4 พฤศจิกายน 2569

Login
Login

สำนักพระราชวังโมร็อกโก แถลงการณ์ กรณีข้อพิพาทโมร็อกโกซาฮารา

ราชอาณาจักรโมร็อกโก บรรลุถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ ในกระบวนการเรื่องโมร็อกโกซาฮาราตามมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2569 ซึ่งมีผลยุติภารกิจของสหประชาชาติที่เรียกว่า MINURSO

3 พฤศจิกายน 2569 สำนักพระราชวังโมร็อกโก แถลงการณ์ว่า การยุติภารกิจของสหประชาชาติที่เรียกว่า MINURSO ถือเป็นพัฒนาการสำคัญสู่การปิดฉากข้อพิพาทกรณี โมร็อกโกซาฮารา ภายในกรอบของสหประชาชาติ และมตินี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกันกับการเฉลิมฉลองวันเอกภาพแห่งชาติ (National Unity Day) ซึ่งกำหนดขึ้นโดยสมเด็จพระราชาธิบดีโมฮัมเหม็ดที่ 6 และเป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนผ่านขั้นพื้นฐานจากสิ่งที่เป็นเหตุเป็นผลที่สามารถจัดการข้อพิพาทได้อย่างลึกซึ้ง 

สำนักพระราชวังโมร็อกโก ยังระบุด้วยว่า การสิ้นสุดลงของภารกิจ MINURSO หลังจากดำเนินงานมาเป็นเวลากว่า 35 ปี เป็นพัฒนาการด้านการต่างประเทศ และความสนับสนุนที่มีมากขึ้นต่อการหาทางออกทางการเมือง นั่นคือ แผนการปกครองตนเองของโมร็อกโก (Autonomy Plan) ภายใต้อธิปไตยของโมร็อกโก ซึ่งชี้ให้เห็นว่า แนวทางการปกครองตนเอง ภายใต้อธิปไตยของโมร็อกโก ที่เป็นพระวิสัยทัศน์ของสมเด็จพระราชาธิบดีโมฮัมเหม็ดที่ 6 จะยังคงอยู่และได้รับการสนัสนุนทั้งในระดับทวิภาคี และพหุภาคี  

ทั้งนี้ พัฒนาการดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์สำคัญครั้งประวัติศาสตร์ในการรับรองมติ 2797 ในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2025 ซึ่งให้การยอมรับแผนการปกครองตนเองของโมร็อกโก (Autonomy Plan) ภายใต้อธิปไตยของ โมร็อกโก ซึ่งเสนอไปเมื่อปี ค.ศ. 2007 ว่าเป็นหนทางที่การเจรจาจะมีความยุติธรรม ยั่งยืน และสามารถได้รัยการยอมรับจากทั้งสองฝ่าย โดยการลงมติในคณะมนตรีความมั่งคงแห่งสหประชาชาติครั้งล่าสุด แผนการดังกล่าวที่ได้สหรัฐอเมริกาเป็นผู้เสนอ ได้รับการสนับสนุนจาก 11 ประเทศ หากแต่ประเทศรัสเซียลงคะแนนคัดค้านแผนการดังกล่าว 

โมร็อกโก ยังคงย้ำถึงความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ต่อการรักษาข้อตกลงหยุดยิง, การปกป้องบูรณภาพแห่งดินแดน และความมั่นคงของชาติ รวมถึงเคารพต่อการข้อตกลงนานาชาติ โมร็อกโกยังคงจะใช้ความพยายามทางการทูต และกระชับความสัมพันธ์กับนานาประเทศ ในการขอการสนับสนุนให้กับข้อตกลงทางการเมืองที่ยั่งยืนนี้

เป็นที่น่าสังเกตว่า ประเทศสมาชิกของ สหประชาชาติ มากกว่า 2 ใน 3 รวมถึงสมาชิกถาวรในคณะมนตรีความมั่นคง และประเทศมหาอำนาจในเวทีนานาชาติ ต่างให้การสนับสนุนแผนการปกครองตนเอง ภายใต้อธิปไตยของโมร็อกโก ว่าเป็นรูปแบบเดียวที่จะสามารถยุติข้อพิพาทในภูมิภาคนี้ได้ 

แนวทางของ โมร็อกโก ยังคงดำเนินไปภายใต้วิสัยทัศน์ที่รวมเอาความยึดมั่นในอธิปไตยของชาติ ด้วยการเปิดรับความจริง, การเจรจาทางการเมือง ซึ่งหนทางนี้จะทำให้โมร็อกโกสามารถทำงานได้กับนานาประเทศ เพื่อให้จุดยืนนี้แข็งแกร่งขึ้น และสามารถข้ามผ่านสถานการณ์ที่เป็นอยู่ และมีพัฒนาการที่ก้าวหน้า ที่จะนำไปสู่บทใหม่ของสันติภาพ, ความมั่นคง และความร่วมมือในระดับภูมิภาค