วันจันทร์ ที่ 5 ตุลาคม 2569

Login
Login

AIS ดัน 5G Advanced 3CC เนรมิตโครงข่ายอนาคตรับยุค AI Economy ปักหมุด ASEAN Hub

AIS ยกระดับ 5G Advanced สู่ 3CC รวมคลื่น 2600-700-2100 MHz ตั้งเป้าครบทุกเขตกรุงเทพฯ ปี 2026 รับ AI Economy วางโครงข่ายไทยสู่ ASEAN AI Connectivity Hub

บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (AIS) ยกระดับเครือข่าย 5G Advanced อีกขั้น เตรียมขยายการรวมคลื่นแบบ 3CC ได้แก่ 2600 MHz, 700 MHz และ 2100 MHz ในกรุงเทพมหานคร ตั้งเป้าครอบคลุมทุกเขตภายในปี 2026 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่ายรองรับพฤติกรรมผู้ใช้ที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะยุค AI ที่การส่งข้อมูลจากอุปกรณ์ขึ้นสู่ระบบ หรือ “อัปลิงก์” มีบทบาทมากขึ้น พร้อมวางโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะเป็นฐานสำหรับเศรษฐกิจ AI และผลักดันไทยสู่ ASEAN AI Connectivity Hub 

ปัจจุบัน AIS ระบุว่า เครือข่าย 5G SA บนคลื่น 2600 MHz, 2100 MHz และ 700 MHz เปิดใช้งานแล้วใน 77 จังหวัด ครบ 928 อำเภอ ขณะที่ 5G Advanced แบบ 2CC มีทั้งการรวมคลื่น 2600 MHz กับ 700 MHz และ 2600 MHz กับ 2100 MHz ครอบคลุมกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงพื้นที่อำเภอเมืองครบทั้ง 77 จังหวัด 

กิตติ งามเจตนรมย์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเทคโนโลยี AIS กล่าวว่า โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือสำหรับการสื่อสารอีกต่อไป แต่กลายเป็นรากฐานของเศรษฐกิจและชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การทำงาน การเรียน การซื้อสินค้า การทำธุรกรรมทางการเงิน ไปจนถึงการสร้างคอนเทนต์ และบทบาทดังกล่าวจะยิ่งเพิ่มขึ้นเมื่อเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ AI เข้ามาเกี่ยวข้องกับการใช้งานมากขึ้น

AIS ดัน 5G Advanced 3CC เนรมิตโครงข่ายอนาคตรับยุค AI Economy ปักหมุด ASEAN Hub

"ถ้า AI คือสมอง Infrastructure ก็คือระบบประสาท ในการเชื่อมต่อทุกอย่างให้สามารถทำงานด้วยกันได้" 

อย่างไรก็ดี แม้ AI จะสามารถคิด ประมวลผล หรือสั่งการได้ แต่หากไม่มีโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแรงและเครือข่ายที่สามารถนำข้อมูลไปสู่การใช้งานจริง ความสามารถของ AI ก็ไม่สามารถสร้างประโยชน์ได้เต็มศักยภาพ

วางโครงข่ายอัจฉริยะแห่งชาติ

กิตติ อธิบายว่า แนวทางดังกล่าวถูกวางอยู่ภายใต้กรอบ National Intelligent Infrastructure หรือโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะระดับประเทศ ซึ่ง AIS ต้องการพัฒนาการเชื่อมต่อ หรือ Connectivity ให้ทำหน้าที่มากกว่าการรับส่งข้อมูล แต่สามารถรองรับระบบเศรษฐกิจและบริการรูปแบบใหม่ที่มี AI เป็นส่วนสำคัญ 

AIS ใช้ WISE Framework เป็นกรอบพัฒนาเครือข่าย โดยผสาน Spectrum, Technology และ Expertise เข้าด้วยกัน ประกอบด้วย 

  • Watch Ahead นำ AI และ Automation มาช่วยมองเห็น วิเคราะห์ และคาดการณ์ปัญหาเครือข่ายล่วงหน้า เพื่อให้ตอบสนองได้เร็วและแม่นยำขึ้น 
  • Innovate Beyond เน้นเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของเครือข่ายและสร้าง Use Case ใหม่ 
  • Security & Trust มุ่งยกระดับความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือ โดยป้องกันภัยคุกคามตั้งแต่ระดับ Network 
  • Energy Intelligence นำการบริหารพลังงานอย่างชาญฉลาดมาใช้รองรับปริมาณการใช้งานที่เพิ่มขึ้น ควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและรองรับการเติบโตระยะยาว 

สำหรับสถานะปัจจุบันเอกสารของ AIS ระบุว่า กรุงเทพฯ เป็น “เมืองหลวงแห่งแรกของโลก” ที่มี AIS 5G Advanced ครอบคลุม 100% ภายใต้การให้บริการ Uplink 2CC บนคลื่น 2600 MHz และ 700 MHz พร้อมขยายพื้นที่ให้บริการไปยังอำเภอเมืองครบทั้ง 77 จังหวัดแล้ว 

AIS ดัน 5G Advanced 3CC เนรมิตโครงข่ายอนาคตรับยุค AI Economy ปักหมุด ASEAN Hub

ขั้นต่อไป AIS กำลังขยาย 5G Advanced ฝั่งดาวน์ลิงก์แบบ 3CC โดยนำคลื่น 2600 MHz, 700 MHz และ 2100 MHz มาใช้งานร่วมกัน หลังเริ่มให้บริการแล้วในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ ขณะที่การขยายไปยังพื้นที่อื่นจะพิจารณาตามปริมาณการใช้งานและความพร้อมของแต่ละพื้นที่

3 คลื่นเพิ่มพลัง 5G Advanced

AIS ระบุว่า ความพร้อมด้านคลื่นความถี่เป็นองค์ประกอบสำคัญของ 5G Advanced เนื่องจากคลื่นแต่ละย่านมีคุณสมบัติแตกต่างกัน การนำ 2600 MHz, 2100 MHz และ 700 MHz มาใช้งานร่วมกันจึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่ายได้ทั้งด้านอัปลิงก์และดาวน์ลิงก์

ข้อมูลของบริษัทระบุว่า 5G Advanced สามารถเพิ่มความเร็วอัปโหลดได้ประมาณ 2 เท่า และเพิ่มความเร็วดาวน์โหลดประมาณ 1.5 เท่า ขณะที่ AIS ระบุว่าเป็นผู้ให้บริการ 5G Advanced เชิงพาณิชย์รายแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 

AIS ดัน 5G Advanced 3CC เนรมิตโครงข่ายอนาคตรับยุค AI Economy ปักหมุด ASEAN Hub

คลื่นแต่ละย่านมีหน้าที่แตกต่างกัน โดยคลื่นย่านต่ำสามารถเดินทางได้ไกลกว่า ขณะที่ 2600 MHz มีทรัพยากรคลื่นจำนวนมากแต่มีข้อจำกัดในการทะลุผ่านอาคาร ส่วน 2100 MHz มีคุณสมบัติที่ช่วยเพิ่มการครอบคลุมภายในอาคาร ซึ่ง AIS ระบุว่าในพื้นที่ที่ปรับ 2100 MHz ขึ้นมาใช้กับ 5G พบปริมาณทราฟฟิกเพิ่มขึ้นตามไปด้วย 

AI เปลี่ยนเกมสู่อัปลิงก์มากขึ้น

เหตุผลหนึ่งที่ AIS ให้น้ำหนักกับอัปลิงก์มากขึ้น มาจากพฤติกรรมผู้ใช้ที่เปลี่ยนจากการ “รับข้อมูล” เพียงอย่างเดียว ไปสู่การส่งข้อมูลออกจากอุปกรณ์มากขึ้น ตั้งแต่การไลฟ์สด การอัปโหลดภาพและวิดีโอ ไปจนถึงการใช้ AI ซึ่งต้องส่งข้อมูลขึ้นระบบก่อนประมวลผลและส่งคำตอบกลับมา

ข้อมูลการใช้งานของ AIS ช่วงปี 2022-2025 ระบุว่า ทราฟฟิกดาวน์โหลดบน 5G เพิ่มขึ้นมากกว่า 10 เท่า ขณะที่อัปลิงก์เพิ่มขึ้นมากกว่า 25 เท่า โดยบริษัทพบว่า AI หลายแอปพลิเคชันเริ่มมีปริมาณการอัปโหลดสูงขึ้น เพราะกระบวนการใช้งานต้องส่งคำสั่ง ภาพ หรือข้อมูลขึ้นไปประมวลผลก่อน

อย่างไรก็ตาม หากดูปริมาณข้อมูลรวมทั้งเครือข่าย ดาวน์ลิงก์ยังมีสัดส่วนสูงกว่าอัปลิงก์ เพียงแต่ในบางแอปพลิเคชัน โดยเฉพาะบริการ AI อัปลิงก์กำลังมีบทบาทเพิ่มขึ้น ส่วนข้อมูลตั้งแต่เดือนมกราคม 2025 ถึงช่วงเวลาที่ให้สัมภาษณ์ระบุว่า อัตราการเติบโตของอัปลิงก์และดาวน์ลิงก์อยู่ในระดับใกล้เคียงกันแล้ว โดยเป็นการเปรียบเทียบ “อัตราการเติบโต” ไม่ใช่ปริมาณข้อมูลรวม 

AIS ดัน 5G Advanced 3CC เนรมิตโครงข่ายอนาคตรับยุค AI Economy ปักหมุด ASEAN Hub

ลูกค้า 5G สิ้นปีทะลุ 20 ล้านราย

ด้านความพร้อมของผู้ใช้งาน เอกสารล่าสุดของ AIS ระบุจำนวนลูกค้า 5G ที่ 19.7 ล้านราย หรือประมาณ 42% ของฐานลูกค้ามือถือรวม คาดว่าจนถึงสิ้นปีนี้จำนวนมือถือรุ่นใหม่ที่ออกมาจะรองรับ 5G ทุกรุ่น ซึ่งจะทำให้ยอดลูกค้า 5G ในสิ้นปีเกิน 20 ล้านรายอย่างแน่นอน

การใช้งาน 5G Advanced ต้องอาศัยความพร้อม 3 ด้าน ได้แก่ Network, Usage และ Device โดยเครือข่ายต้องครอบคลุมพื้นที่ อุปกรณ์ต้องรองรับเทคโนโลยี และผู้ใช้ต้องมีแพ็กเกจ 5G

ในด้านอุปกรณ์ AIS ระบุว่าโทรศัพท์ที่รองรับ 5G Advanced ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะสมาร์ตโฟน Flagship อีกต่อไป แต่เริ่มครอบคลุมอุปกรณ์หลากหลายระดับราคา ขณะที่ด้านแพ็กเกจสามารถใช้งานกับแพ็กเกจ 5G ทุกแพ็กเกจ ไม่มีขั้นต่ำ และไม่ต้องสมัครแพ็กเกจ 5G Advanced เพิ่มต่างหาก 

จากมือถือยุคแรกสู่ AI Economy

กิตติ ขยายภาพของ 5G Advanced ในระยะต่อไปว่า จะไม่ได้จำกัดอยู่ที่การเพิ่มความเร็วบนสมาร์ตโฟน แต่กำลังถูกวางเป็นโครงสร้างพื้นฐานรองรับบริการใน AI Economy

โดยที่ผ่านมา AIS ได้ดำเนินการในหลาย Use Case ตั้งแต่ Intelligent Industrial, Health Tech, Smart City, Telemedicine, Virtual Classroom, Smart Home, Virtual Livestream และ Hologram ไปจนถึง Automation, Autonomous Vehicle และ Agentic AI 

ตัวอย่างหนึ่งคือ Robot ซึ่งเมื่อทำงานอยู่ในพื้นที่จำกัดอาจเชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi ได้ แต่เมื่อเคลื่อนที่ออกสู่พื้นที่กลางแจ้งหรือออกนอกขอบเขตของ Wi-Fi ความต่อเนื่องของ Connectivity กลายเป็นประเด็นสำคัญ และทำให้เครือข่ายมือถือเข้ามามีบทบาทมากขึ้น 

อีก Use Case คือ Autonomous Vehicle ซึ่งต้องติดต่อกับทั้งเครือข่าย ระบบจราจร และอุปกรณ์หรือยานพาหนะอื่นอย่างต่อเนื่อง จึงต้องการทั้งความเสถียรและความหน่วงต่ำ ทำให้ Connectivity กลายเป็นองค์ประกอบสำคัญหากต้องการให้บริการ AI ทำงานกับโลกจริงได้ 

“การพัฒนาเครือข่ายแต่ละยุคไม่ได้เกิดจากการแข่งขันด้านความเร็วเพียงอย่างเดียว แต่เปลี่ยนไปตามพฤติกรรมผู้ใช้และโครงสร้างเศรษฐกิจ”

ดังนั้น จาก 2G ที่เป็นจุดเริ่มต้นของการสื่อสารดิจิทัลและ SMS ก่อนเข้าสู่ 3G ซึ่งนำอินเทอร์เน็ตเข้าสู่โทรศัพท์มือถือ จากนั้น 4G รองรับการเติบโตของแอปพลิเคชัน ธนาคารดิจิทัล OTT และแพลตฟอร์มออนไลน์ ส่วน 5G ขยายการเชื่อมต่อจากคนไปสู่อุปกรณ์และ IoT ก่อนเข้าสู่ 5G Advanced ซึ่ง AIS วางบทบาทให้รองรับเครือข่ายอัจฉริยะและโลกที่ขับเคลื่อนด้วย AI 

AIS ดัน 5G Advanced 3CC เนรมิตโครงข่ายอนาคตรับยุค AI Economy ปักหมุด ASEAN Hub

อินฟราฯแกร่งดันไทยฮับ AI อาเซียน

อีกเป้าหมายที่ชัดขึ้นจากเอกสารชุดล่าสุด คือการวาง 5G Advanced และ Intelligent Infrastructure ให้เชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ ASEAN AI Connectivity Hub

AIS มองว่าไทยมีศักยภาพเป็นฐานด้านโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ AI จากตำแหน่งที่ตั้งซึ่งเชื่อมต่อประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาค ประกอบกับการลงทุนของกลุ่ม Hyperscaler ที่เข้ามาในไทยมากขึ้น แต่เงื่อนไขสำคัญคือประเทศต้องมี Connectivity และเทคโนโลยีที่รองรับบริการ AI ได้จริง

"ประเทศไทยมีโอกาส แต่ Connectivity เรื่องการเชื่อมต่อและเทคโนโลยีต้องมีความพร้อม เราต้องสร้าง Infrastructure ให้แข็งแรง 5G Advanced ก็เป็นหนึ่งในส่วนที่จะรองรับการเป็น Hub ของอาเซียน"

ดังนั้น ประเทศไทยสามารถเป็นฐานที่ตั้งของโครงสร้างพื้นฐานการเชื่อมต่อสำหรับ AI และวางเป้าหมายไปสู่ ASEAN AI Connectivity Hub

AIS ดัน 5G Advanced 3CC เนรมิตโครงข่ายอนาคตรับยุค AI Economy ปักหมุด ASEAN Hub