วันจันทร์ ที่ 19 ตุลาคม 2569

Login
Login

ออกแบบชีวิตด้วยวิชาวิศวะ กับ ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร

ออกแบบชีวิตด้วยวิชาวิศวะ กับ ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร

ระบบเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงไขว้กันไปมาจนไม่สามารถแยกออกจากกันได้ทำให้ทุกอาชีพในโลกนี้ล้วนมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่ากันทุกภาคส่วนในอาชีพต่าง ๆ เปรียบเสมือนฟันเฟืองที่ขับเคลื่อนเครื่องยนต์เศรษฐกิจให้เดินไปข้างหน้า วิศวกรก็เป็นอาชีพหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเศรษฐกิจของประเทศไทยไม่เพียงแต่การสร้างถนน อาคาร ตึกรามบ้านช่องระบบสาธารณูปโภค เครื่องยนต์กลไกต่างๆ แต่ยังได้เข้าไปมีส่วนสำคัญในการพัฒนาระบบสถาบันการเงินตลาดเงินและตลาดทุนด้วย

 

ออกแบบชีวิตด้วยวิชาวิศวะ กับ ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร

 

“การเรียนวิชาวิศวะในอดีตแตกต่างจากปัจจุบัน ซึ่งมีสาขาวิชาใหม่เกิดขึ้นมากมาย ทำให้การเรียนวิศวะสร้างโอกาสได้มากขึ้น ไม่จำเป็นว่าเรียนจบแล้วจะต้องทำงานในโรงงานหรือทำงานในสายวิชาที่เรียนมาเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีโอกาสทำงานได้หลากหลายอาชีพ” ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) กล่าวในการบรรยายให้แก่นักศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ ชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งมาศึกษาดูงานที่ EXIM BANK เมื่อเร็ว ๆ นี้

 

ออกแบบชีวิตด้วยวิชาวิศวะ กับ ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร

 

ดร.รักษ์ เป็นนิสิตเก่าภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยผู้เริ่มเส้นทางสาย “นายช่าง” แต่มาลงตัวที่ถนนนักการเงินในฐานะ “นายธนาคาร” และดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงของสถาบันการเงินหลายแห่ง อาทิ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย และ EXIM BANK ก่อนจะข้ามห้วยไปเติบโตเป็นกรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) และได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้จัดการ EXIM BANK เมื่อเดือนเมษายน 2564

ดร.รักษ์ กล่าวว่า ปัจจุบันมี Top Management มากมายหลายองค์กร ที่เรียนจบจากคณะวิศวกรรมศาสตร์โดยเฉพาะในแวดวงการเงินการธนาคารการที่วิศวกรมาเป็นนักการเงินแล้วประสบความสำเร็จส่วนหนึ่งเป็นเพราะพวกเขามองโลกแบบวิทยาศาสตร์ สามารถวิเคราะห์ Productivity ขององค์กร โดยอาจใช้หลักการของวิชา Operations Research (OR) และ Operations Management (OM) ของวิศวกรรมอุตสาหการมาบริหารให้สมดุล

 

ออกแบบชีวิตด้วยวิชาวิศวะ กับ ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร

 

“สิ่งที่อยากบอกน้องๆ ที่กำลังเตรียมตัวเลือกคณะที่จะศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีคืออยากให้ค้นหาให้เจอว่าตัวเองต้องการและอยากเป็นอะไร ชอบอะไร ไม่ชอบอะไร เมื่อพบว่าอยากเป็นอะไรก็ควรโฟกัสวิชาที่เรียน เช่น ถ้าน้อง ๆ เรียนวิศวกรรมอุตสาหการอาจโฟกัสที่วิชา OR และวิชา OM เนื่องจาก 2 วิชานี้นำไปใช้งานอื่นได้ เมื่อเรียนสาขาวิศวกรรมอุตสาหการ ก็ต้องถามตัวเองว่าชอบทำงานอยู่ในที่เดิมๆ ซ้ำๆ อยู่ในสิ่งแวดล้อมเดิมทุกวัน พบปะผู้คนกลุ่มเดิมหรือไม่ ถ้าชอบการทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมก็นับว่าดีที่ถูกจริตแต่หากไม่ชอบก็ควรจะไปเรียนต่อในสาขาวิชาที่ชอบและอยากทำงาน เพื่อเติบโตไปเป็นผู้บริหารระดับสูงหรือที่ปรึกษาบริษัทระดับโลก” ดร.รักษ์ กล่าว

ดร.รักษ์ ยกตัวอย่างว่า ได้ค้นพบว่าตัวเองไม่ชอบทำงานในรูปแบบเดิมๆ ไม่เหมาะจะทำงานในโรงงาน หลังจากได้ลองไปทำงานในโรงงานระยะหนึ่งจึงได้ไปเรียนต่อระดับปริญญาโท MBA จาก Birmingham Business School และปริญญาเอกด้านการบริหารธุรกิจจาก Strathclyde Business School สหราชอาณาจักรซึ่งได้นำเอาวิชา OR และ OM ของคณะวิศวะฯ ไปใช้ในการทำงานเป็น Regional Lead Advisor บริษัทเชฟรอนเอเชียเซ้าท์ คำนวณปริมาณก๊าซในหลุมที่ขุดเจาะ และนำความรู้จากวิชานี้มาใช้ในการบริหารสถาบันการเงิน

“นับตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่ง CEOEXIM BANK เมื่อเดือนเมษายน 2564 ธนาคารมีผลการดำเนินงานดีขึ้นเรื่อย ๆ จนองค์กรทำกำไรได้ 1,500 ล้านบาท ติดกันสองปีซ้อนในปี 2564 และ 2565 ขณะที่ถ้าย้อนไปเมื่อวันที่ผมเข้ามาในธนาคารเมื่อ 7 ปีก่อน จำนวนสินเชื่อคงค้างของธนาคารมีไม่ถึง 80,000 ล้านบาท การจะเติบโตอย่างไรจึงจะเหมาะสมนั้น ก็ใช้สูตรคำนวณกลับมาว่า มีทุนเท่านี้ควรจะสร้าง Assetsize ได้เท่าไหร่” ดร.รักษ์กล่าว

ดร.รักษ์ กล่าวต่อไปว่า ที่ยกตัวอย่างก็เพื่อให้เห็นภาพว่า วิชาที่เรียนล้วนมีประโยชน์ทั้งนั้น และมีจุดแข็งหลายด้าน ทั้ง Systematic & Logical, Critical Thinking& Problem Solving, Design Thinking, Adaptive&Technology Skills ซึ่งทำให้มีตาเหมือนเครื่องสแกนเนอร์มองเห็นปัญหาก่อนคนอื่น และปรับตัวได้เร็วกว่า ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่สร้างโอกาสให้เติบโตขึ้นมาเป็นมนุษย์ทองคำในกลุ่ม C-Level ขององค์กรได้อย่างรวดเร็ว โดยกลุ่ม C-Level คือกลุ่มผู้บริหารระดับสูงในองค์กรรองลงมาจากระดับ CEO ดร.รักษ์ สามารถขึ้นมารับตำแหน่งในกลุ่ม C-Level ตั้งแต่อายุ 36 ปี ขึ้นสู่ระดับ CEO เมื่ออายุ 42 ปี

ดร.รักษ์ แนะนำว่า ผู้ที่เรียนจบสาขาวิศวะมีโอกาสทำงานในธนาคารและสถาบันการเงินได้หลากหลาย เช่น

1. เป็นนักการตลาด/นักวิเคราะห์ Relationship Manager / Credit Analyst โดยเฉพาะ Project Finance ที่ต้องการความรู้ทางวิศวกรรมมาช่วยให้เข้าใจโครงการและระบบได้ดีขึ้น

2.เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน (Financial Advisor:FA) รวมถึงInvestment Banker (IB) วางแผนให้คำปรึกษา วิเคราะห์โครงสร้างธุรกิจ/การเงิน

3.เป็นนักวิเคราะห์ข้อมูล Data Scientist & Data Engineer พัฒนา Business Model วิเคราะห์ Big DataAnalytics ทั้ง Characters, Behaviors เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ / กลยุทธ์ทางการตลาด

4. Tech Developer พัฒนา Mobile Banking, Digital Platform และ Core Banking System

 

ดร.รักษ์กล่าวทิ้งท้ายว่า สิ่งสำคัญที่สุดที่อยากให้น้องๆ ที่กำลังอยู่ในวัยศึกษา ค้นหาตัวเองให้เจอ เพราะเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการวางแผนและออกแบบชีวิต หากไม่เป็นไปตามคาดก็ควรจะมี Plan B มีแผนสำรองเพื่อปรับทิศทางชีวิต