วันศุกร์ ที่ 18 กันยายน 2569

Login
Login

ถอดสูตร 'SME GROWTH FORMULA' ธุรกิจจะรอด 'ระบบ-คน-ข้อมูล' ต้องพร้อม

ถอดสูตร “SME GROWTH FORMULA” ชี้ยอดขายโตไม่พอ ธุรกิจต้องวางระบบ พัฒนาคน และใช้ข้อมูลตัดสินใจ เพื่อรับมือการขยายตัวอย่างยั่งยืน

การเติบโตของธุรกิจอาจเริ่มจากคำถามง่ายๆว่า “ทำอย่างไรให้ขายได้มากขึ้น” แต่เมื่อธุรกิจเดินมาถึงจุดหนึ่ง คำถามกลับซับซ้อนขึ้น เพราะยอดขายที่เพิ่มขึ้นไม่ได้หมายความว่าธุรกิจจะเติบโตได้อย่างแข็งแรงเสมอไป เมื่อยอดขาย ลูกค้า และคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น เงินทุน คน ระบบบัญชีกระบวนการทำงาน เทคโนโลยี และการบริหารจัดการก็ต้องขยับตาม ขณะที่เจ้าของธุรกิจต้องเปลี่ยนบทบาทจาก “คนทำทุกอย่าง”มาเป็น“คนสร้างระบบ” ที่ทำให้องค์กรเดินต่อได้

ถอดสูตร 'SME GROWTH FORMULA' ธุรกิจจะรอด 'ระบบ-คน-ข้อมูล' ต้องพร้อม

"We Groom, You Grow"

ดร.พิพัฒน์พงศ์ โปษยานนท์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า การทำธุรกิจในปัจจุบันมีความท้าทาย การจะเติบโตท่ามกลางความท้าทายที่เกิดขึ้นรอบตัว ในยุคที่เทคโนโลยี AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้น และพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว จึงไม่ใช่เรื่องง่าย ธนาคารดูแลลูกค้าผู้ประกอบการภายใต้แนวคิด “We Groom, You Grow” มุ่งส่งเสริมศักยภาพให้ธุรกิจเติบโต เพราะถ้าผู้ประกอบการเติบโต ธนาคารก็เติบโต และเมื่อธุรกิจของผู้ประกอบการมีความแข็งแกร่งขึ้น ก็สามารถส่งต่อไปสู่ภาพใหญ่ของเศรษฐกิจประเทศได้ ดังนั้น บทบาทของธนาคารจึงไม่ได้อยู่เพียงการเป็นแหล่งเงินทุนในวันที่ธุรกิจต้องการเงิน แต่ยังรวมถึงการเสริมศักยภาพให้ผู้ประกอบการมีความพร้อมมากขึ้น สามารถแข่งขันและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้ เวทีครั้งนี้จึงเกิดจากความร่วมมือระหว่างธนาคารและพันธมิตรจากหลายองค์กรที่เข้ามาเติมองค์ความรู้ในมุมต่างๆ เพราะโจทย์ของผู้ประกอบการในวันนี้ไม่ได้มีเพียงเรื่องเงิน แต่ยังมีทั้งการจัดการองค์กร การตลาด เทคโนโลยี และ AI เป้าหมายจึงอยู่ที่การนำความรู้ ข้อคิด และเครื่องมือเหล่านี้กลับไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจของตัวเอง เพราะแต่ละธุรกิจมีโจทย์ไม่เหมือนกัน และไม่มีสูตรเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน เมื่อเริ่มจากการเข้าใจว่า “การเติบโตต้องเตรียมพร้อมหลายด้าน” คำถามถัดมา จึงหนีไม่พ้นเรื่องสำคัญที่สุดเรื่องหนึ่ง นั่นคือ เมื่อธุรกิจจะโต เงินทุนที่ใช้ขับเคลื่อนการเติบโตจะมาจากไหน และธุรกิจพร้อมแค่ไหนที่จะรับเงินก้อนนั้นเข้ามา

ถอดสูตร 'SME GROWTH FORMULA' ธุรกิจจะรอด 'ระบบ-คน-ข้อมูล' ต้องพร้อม
 

ธุรกิจจะดีต้องเข้าใจระบบการเงิน

เซกชันที่ 2 รวบรวมมุมมองจาก นายชัยยศ ตันพิสุทธิ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ธนาคารกสิกรไทย นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ mai และ LiVEX และ นายอโณทัย อดุลพันธุ์ Managing Partner, Lakeshore Capital หัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่การหาเงินให้ได้มากที่สุด แต่คือการรู้ว่าธุรกิจอยู่ตรงไหนต้องการเงินไปทำอะไร และพร้อมรับเงื่อนไขของเงินทุนแต่ละประเภทหรือไม่ นายชัยยศ ตันพิสุทธิ์ กล่าวว่า ธนาคารกสิกรไทยสนับสนุนผู้ประกอบการกว่า 400,000 ราย มียอดสินเชื่อรวม 1.2 ล้านล้านบาท แต่สิ่งสำคัญคือการทำให้ผู้ประกอบการเข้าใจ “ระบบปฏิบัติการทางการเงิน” หรือ Financial Operations ของตัวเอง เมื่อธุรกิจขยาย งบการเงินจึงไม่ได้เป็นเพียงเอกสารทางบัญชี แต่เป็นข้อมูลที่สะท้อนสินทรัพย์ หนี้สินรายได้ และต้นทุน ขณะเดียวกันต้องแยกให้ออกระหว่างยอดขาย กำไร และกระแสเงินสด เพราะยอดขายเพิ่มไม่ได้หมายความว่าเงินสดจะเพิ่มทันทีตัวเลขอย่าง Inventory Day, Account Receivable Day และ Account Payable Day จึงช่วยให้เห็นว่าเงินของธุรกิจไปจมอยู่ตรงไหน เก็บเงินจากลูกค้าได้เร็วหรือช้า และต้องจ่ายเจ้าหนี้เมื่อใด

ถอดสูตร 'SME GROWTH FORMULA' ธุรกิจจะรอด 'ระบบ-คน-ข้อมูล' ต้องพร้อม

ดังนั้น การขอสินเชื่อควรเริ่มจากการอธิบายให้ได้ว่าเงินจะนำไปทำอะไร และจะสร้างกระแสเงินสดกลับมาอย่างไร บทเรียนสำคัญจึงไม่ใช่ “เมื่อเงินขาดค่อยหาเงิน” แต่คือการเตรียมตัวก่อนวันที่ต้องการเงิน ทั้งการจัดระบบบัญชี งบการเงิน การใช้ IT และ AI รวมถึง ESG 

อยากโต แต่ “พร้อมโตหรือยัง” 

นายประพันธ์ เจริญประวัติ ชวนผู้ประกอบการมองคำว่า “พร้อม” ให้ลึกขึ้น เพราะการบอกว่าอยากโตเป็นเพียงจุดเริ่มต้น สิ่งที่ต้องถามต่อคือ “พร้อมโตหรือยัง” เมื่อธุรกิจใหญ่ขึ้น ระบบบัญชี การเงิน การบริหารจัดการ และธรรมาภิบาลต้องเติบโตตาม ขณะที่แหล่งเงินทุนแต่ละประเภทก็มองธุรกิจต่างกัน ธนาคารให้ความสำคัญกับความสามารถในการชำระหนี้ Private Equity มอง Business Model และโอกาสเติบโต ส่วนตลาดหลักทรัพย์ให้ความสำคัญกับธรรมาภิบาล และความโปร่งใส หากมองไปถึงตลาดทุน การเตรียมตัวจึงไม่ได้จบที่การหาเงิน แต่ต้องปรับองค์กรให้เป็นระบบ ทั้งผู้สอบบัญชี ERP ที่ปรึกษา ระบบควบคุมภายใน และกรรมการอิสระสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องย้อนกลับไปคิดคือ“ถ้าธุรกิจโตขึ้น 5 เท่าจากวันนี้ จะต้องทำอะไรบ้าง” จึงเป็นโจทย์ที่ช่วยให้เจ้าของธุรกิจมองกลับมายังระบบของตัวเองว่า หากยอดขายเพิ่มขึ้นหลายเท่า ระบบคน ระบบบัญชี และกระบวนการที่มีอยู่ยังรองรับได้หรือไม่ ด้านนายอโณทัย อดุลพันธุ์ เติมมุมมองจากฝั่ง Private Equity ว่า นักลงทุนมองหาธุรกิจที่มี Proven Business Model มี Cash Flow เป็นบวก และมีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง เพราะกำไรในวันนี้อาจยังไม่เพียงพอหากธุรกิจต้องการขยายตัวโดยเฉพาะธุรกิจที่กำลังเข้าสู่การขยายตัวที่มีความเสี่ยงสูง เช่น การสร้างแบรนด์ระดับประเทศ การควบรวมและซื้อกิจการ หรือการขยายไปต่างประเทศ Equity อาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่าเงินกู้สำหรับบางธุรกิจ สิ่งที่นักลงทุนระวังคือผู้ก่อตั้งที่ไม่เปิดรับระบบที่โปร่งใสหรือไม่พร้อมปรับธุรกิจให้เป็นมืออาชีพ ดังนั้นเงินทุนจึงไม่ใช่เพียงเชื้อเพลิง แต่ยังเป็นบททดสอบว่าองค์กรพร้อมเติบโตไปพร้อมกับเงินที่เข้ามาหรือไม่เมื่อระบบการเงินถูกวางเป็นฐาน คำถามต่อไปจึงเปลี่ยนจาก “มีเงินพอหรือไม่” เป็น “เมื่อมีเงินแล้วจะทำให้ธุรกิจโตได้อย่างไร” และนี่คือจุดที่ข้อมูลและ AI เข้ามามีบทบาท 

ถอดสูตร 'SME GROWTH FORMULA' ธุรกิจจะรอด 'ระบบ-คน-ข้อมูล' ต้องพร้อม

AI-Powered Commerce

เซกชันที่ 3 AI-Powered Commerce ใช้ AI ที่เปลี่ยนข้อมูลลูกค้าให้ขับเคลื่อนการเติบโต โดยนายวีร์ สิรสุนทร CEO and Co-founder, PRIMO และนายจักรชลัช เกษจำรัส Co-founder,JOURNAL ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ เมื่อธุรกิจมีข้อมูลลูกค้ามากขึ้น ความสำคัญจึงไม่ได้อยู่แค่การ “มีข้อมูล” แต่อยู่ที่การนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ AI จึงเข้ามาเป็นเครื่องมือเชื่อมข้อมูลลูกค้าเข้ากับการตัดสินใจและการขับเคลื่อนธุรกิจ และมีเพียง AI ไม่พอแน่ เวทีนี้ยังปูทางมาสู่ เซกชันที่ 4 Trust is the New Marketing โดยพญ.อังศ์วรา ธีระตันติกานนท์ (หมอเอิง) Founder,SOLVEGROUP ที่พาผู้ประกอบการเปลี่ยนจากเรื่อง “เครื่องมือ” มาสู่เรื่อง “ความสัมพันธ์” ที่มองว่าแม้ธุรกิจจะมีเงินทุน ข้อมูล เทคโนโลยี และสินค้า แต่ทั้งหมดจะสร้างการเติบโตได้ไม่เต็มที่หากลูกค้าไม่มีความเชื่อมั่น ทำให้ “Trust” กลายเป็นอีกองค์ประกอบสำคัญของการเติบโต

ถอดสูตร 'SME GROWTH FORMULA' ธุรกิจจะรอด 'ระบบ-คน-ข้อมูล' ต้องพร้อม

Warning Signs สัญญาณเตือนหลังบ้าน

อีกเซกชันที่เป็นไฮไลฟ์ของงานไม่แพ้ช่วงอื่นๆ คือเซกชันที่ 5 SME Scale-up Playbook สร้างระบบองค์กรให้พร้อมสำหรับการเติบโต พาผู้ประกอบการกลับมาสำรวจเครื่องยนต์ ภายในองค์กร โดยมีนายสุพจน์ บุศราวงศ์ ผู้บริหารฝ่ายบริหารจัดการด้านการเงิน KBank นายกฤษฎา ชุตินธร CEO and Founder,FlowAccount และนายอัษฏาวุธ จิตตเสถียร CEO and Founder, HumanSoft ร่วมถ่ายทอดมุมมอง นายสุพจน์ พามองผ่าน Warning Signs หรือสัญญาณเตือนเมื่อธุรกิจกำลังเติบโต โดยหนึ่งในสัญญาณสำคัญคือยอดขายเพิ่มขึ้น แต่กระแสเงินสดกลับหมุนเวียนไม่ทัน ภาพด้านหน้าอาจเป็นธุรกิจที่กำลังเติบโต แต่ด้านหลังกลับต้องถามว่า “เงินอยู่ตรงไหน”อีกสัญญาณคือเจ้าของธุรกิจกลายเป็น Bottleneck หรือคอขวดขององค์กร จากเดิมที่สามารถตัดสินใจเองได้ทุกเรื่อง เมื่อธุรกิจใหญ่ขึ้น หากทุกอย่างยังต้องรอเจ้าของ การตัดสินใจของคนคนเดียวก็อาจทำให้ทั้งระบบช้าลง สิ่งสำคัญจึงอยู่ที่ Financial Visibility หรือการมองเห็นภาพทางการเงินล่วงหน้า 3-6 เดือน รู้รายรับ รายจ่าย และสภาพคล่องในแต่ละช่วง เพื่อให้มีเวลาตัดสินใจเรื่องเงินทุนได้ถูกจังหวะ

เมื่อข้อมูลทางการเงินถูกนำมาใช้ตัดสินใจว่าเมื่อใดควรขยายหรือชะลอธุรกิจ ระบบการเงินก็จะเปลี่ยนจาก “เครื่องบันทึก” เป็น “เครื่องมือวางแผนอนาคต” 

เงินตึง อย่าเพิ่งโทษเศรษฐกิจ

นายกฤษฏา ชุตินธร ชวนมองสถานการณ์ “เงินตึง” ผ่านคำถามว่า “ทำไม” มากกว่าการโทษเศรษฐกิจ หรือข่าวสารรอบตัว โดยให้ย้อนกลับไปดูข้อมูลภายในว่า สินค้าตัวไหนทำให้ยอดขายเปลี่ยน ต้นทุนรายการใดเพิ่ม และอะไรเป็นสาเหตุหากมองเห็นปัญหาล่วงหน้า 3-6 เดือน จะมีเวลาแก้ไขมากขึ้น การทำบัญชีและบริหารการเงินจึงควรเป็น “รูทีน” ไม่ใช่สิ่งที่ทำเฉพาะวันที่เกิดปัญหา คำถามสำคัญคือ “ถ้าวันนี้ไม่มียอดขายเลย ธุรกิจจะอยู่ได้อีกกี่เดือน” ซึ่งจะทำให้เจ้าของกลับไปทบทวน Emergency Fund หรือ Buffer ว่ามีเพียงพอหรือไม่ เพราะเงินและบัญชีเป็นเพียงส่วนหนึ่งของหลังบ้าน เพราะเมื่อธุรกิจโตขึ้น “คน” และ “กระบวนการ” ก็ต้องโตตาม

ด้าน นายอัษฏาวุธ จิตตเสถียร มองว่า เมื่อธุรกิจโตเร็วขึ้น สิ่งที่เคยเพียงพอในช่วงเริ่มต้นอาจรองรับธุรกิจที่ใหญ่ขึ้นไม่ได้ สัญญาณหนึ่ง คือพนักงานเริ่มรับภาระไม่ไหว และกระบวนการทำงานเริ่มมีปัญหาหากเจ้าของยังต้องแก้ทุกเรื่อง ก็อาจกลายเป็น “นักดับเพลิง” แทนที่จะใช้เวลาไปกับการวางแผนอนาคต กระบวนการแรกที่ควรวางระบบคือ Sales Process ตั้งแต่การเสนอราคาการรับเงิน ไปจนถึงการวางบิล วิธีตรวจสอบง่ายๆ คือ “ลองเอาตัวเราไม่อยู่ในบริษัท” หากเจ้าของไม่อยู่แล้วทุกอย่างยังเดินต่อได้แสดงว่าระบบเริ่มทำงาน แต่หากทุกอย่างหยุดและต้องรอเจ้าของ ก็สะท้อนว่าระบบและการกระจายอำนาจยังมีปัญหาบทเรียนจึงไม่ใช่การทำให้เจ้าของเก่งขึ้นจนแก้ปัญหาได้ทุกเรื่อง แต่คือการสร้างระบบที่ทำให้ธุรกิจไม่จำเป็นต้องมีเจ้าของอยู่ในทุกจุด 

ถอดสูตร 'SME GROWTH FORMULA' ธุรกิจจะรอด 'ระบบ-คน-ข้อมูล' ต้องพร้อม

เส้นทางของการทำธุรกิจในชีวิตจริง

เมื่อพูดถึงระบบ สิ่งที่จะทำให้ภาพการเติบโตชัดขึ้นคือการเห็น “ธุรกิจจริง” ที่ผ่านเส้นทางเหล่านี้มาแล้ว ในเซกชันที่ 6 Behind BEARHOUSE ปัทมพร ปรีชาวุฒิเดช และ นายอรรถกร รัตนารมย์ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วมของแบรนด์ BEARHOUSE ถ่ายทอดบทเรียนจากธุรกิจที่เติบโตจริงที่มองว่าเบื้องหลังแบรนด์ที่เติบโตไม่ได้มีเพียงสิ่งที่ลูกค้ามองเห็น แต่ยังมีระบบและองค์ประกอบภายในที่ต้องเดินไปพร้อมกัน รวมถึงการนำข้อมูลจากธุรกิจจำนวนมากมาใช้มองหา “รูปแบบ” ของการเติบโตไม่มีสูตรสำเร็จ แต่มีบทเรียนที่ถอดรหัสได้ไม่เพียงเท่านั้น งานนี้ยังถอดรหัสการทำธุรกิจจากผู้มีประสบการณ์จริง ที่ถือเป็น ดาวรุ่งในเวลานี้

ผ่าน เซกชันที่ 7 Decoding Growth Formula ถอดรหัสธุรกิจดาวรุ่งจาก Insight ของ SME กว่าแสนร้านบน

LINE MAN Wongnai โดยนายยอด ชินสุภัคกุล CEO and Co-Founder, LINE MAN Wongnai ชวนผู้ประกอบการค้นหา Insight และนำมาถอดรหัสเป็น Growth Formula แต่ Growth Formula ไม่ได้ถูกวางให้เป็นสูตรตายตัว เพราะธุรกิจแต่ละแห่งมีบริบทแตกต่างกัน สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่การหา “สูตรเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน” แต่คือการมองหาองค์ประกอบ และบทเรียนที่สามารถนำกลับไปคิดต่อกับธุรกิจของตัวเองสุดท้าย เส้นทางความรู้ทั้งหมดไม่ได้จบลงพร้อมกับเวที แต่ถูกออกแบบให้เดินทางต่อไปสู่การนำไปใช้จริง และบางที “สูตรลับ” ของการเติบโตอาจไม่ใช่การพยายามโตให้เร็วที่สุด หากคือการเตรียมธุรกิจให้พร้อมพอที่จะรองรับวันที่ธุรกิจโตขึ้น เพราะการเติบโตที่ยั่งยืนไม่ได้เกิดจากเครื่องยนต์เพียงตัวเดียว แต่เกิดจากเงิน ระบบ คน ข้อมูล เทคโนโลยี และความน่าเชื่อถือที่เดินไปพร้อมกัน

ถอดสูตร 'SME GROWTH FORMULA' ธุรกิจจะรอด 'ระบบ-คน-ข้อมูล' ต้องพร้อม