โฆษกรัฐบาล “ไฮไลต์ภารกิจ 3 ประเทศ” นายกฯ ร่วมประชุม UNGA81 -พบผู้นำโลก- หารือเอกชน เพื่อเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจของคนไทย ขณะที่ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอบคุณนายก ฯ นำทีมโรดโชว์ สร้างความน่าสนใจและโอกาสตลาดทุนไทย
KEY POINTS
- นายกรัฐมนตรีมีกำหนดการเดินทางเข้าร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (UNGA81) ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา พร้อมเยือนญี่ปุ่นและสหราชอาณาจักร
- ภารกิจสำคัญคือการพบปะหารือกับผู้นำหลายประเทศ นักลงทุน และบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำอย่าง Google เพื่อดึงดูดการลงทุนเข้าสู่ประเทศไทย
- ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ร่วมเดินทางเพื่อส่งเสริมตลาดทุนไทย โดยจะมีการลงนามความร่วมมือ (MOU) กับตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE)
- นายกฯ จะนำเสนอศักยภาพและสร้างความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของไทยในเวทีโลก เพื่อขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุนในระยะยาว
นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยภารกิจสำคัญของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในการเดินทางเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 81 (The 81st Session of the United Nations General Assembly: UNGA81) ระหว่างวันที่ 20–27 กันยายน 2569 ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา พร้อมเดินทางเยือนญี่ปุ่นและสหราชอาณาจักรว่า เป็นโอกาสสำคัญที่ประเทศไทยจะร่วมแสดงจุดยืนต่อประชาคมโลกและพบปะหารือกับผู้นำประเทศ ภาคีต่างประเทศ ภาคเอกชน นักลงทุน ของสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร รวมถึงบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ
ซึ่งนายกรัฐมนตรีตั้งใจจะใช้โอกาสนี้และเวทีนี้ สื่อสารทิศทางของไทยต่อการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศและการพัฒนาเศรษฐกิจ สร้างความเชื่อมั่นและเพิ่มโอกาสในการลงทุนในประเทศไทย โดยจะมีผู้บริหารจากสภาธุรกิจตลาดทุนไทย และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมคณะด้วย
โฆษกรัฐบาลเพิ่มเติมว่า ในการเข้าร่วมการประชุม UNGA81 นายกรัฐมนตรีจะนำเสนอบทบาทไทยในฐานะประเทศขนาดกลางและขนาดเล็ก ย้ำให้เห็นว่า ประเทศขนาดกลางและขนาดเล็กก็สามารถร่วมขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างประเทศได้อย่างสร้างสรรค์ และไทยก็มีจุดยืนในการส่งเสริมความร่วมมือและการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของโลก ระหว่างการเข้าร่วมประชุม นายกรัฐมนตรียังมีกำหนดการพบปะผู้นำและภาคีต่างประเทศ อาทิ ผู้นำภูฏาน อาร์เมเนีย และบังกลาเทศ รวมถึงเลขาธิการสหประชาชาติ
รวมทั้งพบนักลงทุนสถาบัน และหารือกับผู้บริหารตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) พร้อมเยี่ยมชมและถั่นระฆังเปิดการซื้อขายหลักทรัพย์ และร่วมเป็นสักชีพยานการลงนามความ ร่วมมือระหว่างตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กด้วย
สำหรับการเดินทางเยือนญี่ปุ่นจะเป็นโอกาสในการพบหารือกับหน่วยงานและภาคส่วน “ทีมประเทศไทย” ผลักดันนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศไทย ส่วนภารกิจระหว่างการเยือน สหราชอาณาจักร จะพบหารือภาคธุรกิจและสถาบันการเงินชั้นนำ เพื่อขยายโอกาสความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน โดยเฉพาะการส่งเสริมตลาดทุนไทย
"นอกจากการพบหารือกับผู้นำหลายประเทศแล้ว ท่านนายกรัฐมนตรียังได้รับเชิญให้ไปเยี่ยมชมและพูดคุยกับผู้บริหาร Google ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก เพื่อนำเสนอศักยภาพของประเทศตลอดจนโอกาสและสิทธิประโยชน์ที่จะดึงดูดอุตสาหกรรมดิจิทัล ที่จะเข้ามาลงทุนในไทย โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมร่วมภารกิจ"
ด้านนายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งร่วมเดินทางในคณะครั้งนี้ เปิดเผย ถึงภารกิจด้านตลาดทุนว่า ต้องขอบคุณรัฐบาลที่เล็งเห็นศักยภาพของตลาดทุนไทย โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ และ พันธมิตรจะใช้โอกาสนี้จัดกิจกรรมให้นายกรัฐมนตรีได้พบปะหารือกับนักลงทุนและสถาบันการเงินชั้นนำ ทั้งในนคร นิวยอร์กและกรุงลอนดอน อาทิ Bank of America และ Jefferies Group รวมถึงการหารือกับผู้บริหารตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) โดยในโอกาสนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก โดยมีนายกรัฐมนตรีร่วมเป็นสักขีพยาน ขณะที่การเยือนกรุงลอนดอน มีกำหนดหารือกับนักลงทุนสถาบันในสหราชอาณาจักรร่วมกับ UBS Group AG เพื่อนำเสนอศักยภาพและทิศทางเศรษฐกิจไทย ซึ่งจะช่วยสร้างความน่าสนใจและความน่าเชื่อถือให้กับตลาดทุนไทย พร้อมเพิ่มโอกาสในการดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศ
“การเดินทางครั้งนี้จึงไม่ได้มีเพียงภารกิจด้านการประชุมระหว่างประเทศเท่านั้น แต่เป็นการใช้เวทีระหว่างประเทศสื่อสารจุดยืนของประเทศไทย ควบคู่กับการนำเสนอศักยภาพทางเศรษฐกิจ ตลาดทุน และเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยต่อผู้นำ ภาคเอกชน และนักลงทุนในต่างประเทศ สร้างความเชื่อมั่น เปิดโอกาสทางธุรกิจ และส่งเสริมการลงทุน เพื่อประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทยในระยะยาว” โฆษกรัฐบาลกล่าวทิ้งท้าย





