วันศุกร์ ที่ 18 กันยายน 2569

Login
Login

ธปท. ชี้ส่วนต่างดอกเบี้ยไทย-สหรัฐ กดดันเงินทุนไหลออกจำกัด

ธปท.ชี้ตลาดรับรู้แนวโน้มส่วนต่างดอกเบี้ยไทย-สหรัฐฯ ล่วงหน้าแล้ว มองเงินบาทยังเคลื่อนไหวมีเสถียรภาพ ขณะที่เงินทุนต่างชาติยังไหลเข้าสินทรัพย์ไทยสุทธิ 5 หมื่นล้านบาทตั้งแต่ต้นปี ย้ำความเสี่ยงเงินทุนไหลออกรุนแรงยังอยู่ในวงจำกัด

KEY POINTS

  • ธปท. ประเมินว่าผลกระทบจากส่วนต่างดอกเบี้ยไทย-สหรัฐฯ ต่อเงินทุนไหลออกมีจำกัด
  • เหตุตลาดได้รับรู้และคาดการณ์แนวโน้มไว้ล่วงหน้าแล้ว สะท้อนจากค่าเงินบาทที่ค่อนข้างมีเสถียรภาพ
  • ชี้เสถียรภาพด้านต่างประเทศของไทยยังแข็งแกร่ง เงินสำรองระหว่างประเทศสุทธิสูงกว่า 3 แสนล้านดอลล์
  • ชี้แม้มีเงินทุนไหลออกบ้างหลังเกิดความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แต่ปริมาณยังอยู่ในระดับต่ำหากเทียบภูมิภาค

นายสุรัช แทนบุญ ผู้อํานวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ภาพรวมค่าเงินบาทเคลื่อนไหวตามการเปลี่ยนแปลงตามสกุลเงินดอลลาร์เป็นสำคัญ ซึ่งขึ้นกับปัจจัยพัฒนาการเศรษฐกิจโลก การดำเนินนโยบายการเงินของกลุ่มประเทศหลัก และปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์
 
ขณะที่ แนวโน้มส่วนต่างดอกเบี้ยระหว่างไทยและสหรัฐฯ นั้น มองว่า ตลาดได้รับรู้และคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้ว สะท้อนจากเงินบาทที่เคลื่อนไหวอย่างมีเสถียรภาพในช่วงที่ผ่านมา

สำหรับกรณีของญี่ปุ่นล่าสุด แม้จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปที่ 1.25% ซึ่งไม่ได้ห่างจากไทยอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับ มติผลการประชุมของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ที่ออกมา 7 : 2 ไม่เป็นเอกฉันท์ชัดเจน ทำให้ตลาดปรับลดน้ำหนักการขึ้นดอกเบี้ยครั้งถัดๆ ไป  

ธปท. ประเมินว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบายไทยที่ระดับปัจจุบันเหมาะสมกับบริบทไทย โดยการดำเนินนโยบายการเงินจะขึ้นอยู่กับแนวโน้มไปข้างหน้า (outlook dependent)

ซึ่งหากพิจารณาปัจจัยพื้นฐาน เศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวต่ำกว่าศักยภาพ และไม่ทั่วถึง เงินเฟ้อมีแนวโน้มสูงขึ้นจากปัจจัยด้านอุปทาน และมีแนวโน้มลดลงในปี 2570 ดังนั้น นโยบายการเงินจึงสามารถอยู่ในระดับผ่อนคลาย ควบคู่ไปกับการผสมผสานนโยบายหลายด้านเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ
 
ขณะเดียวกัน เสถียรภาพภายนอกของไทยยังแข็งแกร่งและมีกันชน (buffer) สะท้อนจากเงินสำรองระหว่างประเทศสุทธิกว่า 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งอยู่ในระดับสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานสากล และครอบคลุมหนี้ต่างประเทศระยะสั้นถึง 2.8 เท่า ดังนั้น ความเสี่ยงที่จะเกิดการเงินทุนไหลออกรุนแรงจึงยังอยู่ในวงจำกัด

แม้ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะมีเงินทุนเคลื่อนย้ายไหลออกจากประเทศไทยบ้าง แต่การไหลออกอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาค ธปท.จึงไม่ได้กังวลเรื่องเงินทุนเคลื่อนย้าย
 
โดยนับตั้งแต่ต้นปี 2569 เงินทุนเคลื่อนย้ายยังคงไหลเข้าลงทุนในสินทรัพย์ไทยสุทธิประมาณ 5 หมื่นล้านบาท เป็นการไหลเข้าตลาดหุ้นเป็นสำคัญ รวมทั้งตลาดพันธบัตร