วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

สงกรานต์ ปลอดเหล้า ปลอดภัย ไม่ลวนลาม

 

กระแสออเจ้าฟีเวอร์ ของละคร ย้อนเวลา “บุพเพสันนิวาส” ที่กําลังฮิตทั่วบ้านทั่วเมือง คงทําให้เทศกาลสงกรานต์ปีนี้อาจสร้าง ปรากฏการณ์เปลี่ยนไป เมื่อคนไทยทั่วกรุง พากัน “นุงโจงห่มสไบ” ไปทั้ง “พระนคร” กระแสละครดังยังทำ เอาหลายหน่วยงาน คึกจัดทั้งภาครัฐ องค์กร และผู้ประกอบการ ธุรกิจต่างลุกขึ้นมาชวนคนไทย “แต่งชุดไทย เล่นสงกรานต์”พร้อมหน้า เริ่มตั้งแต่ เจ้าภาพใหญ่อย่างกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา ที่เพิ่งแถลงข่าวจัดกิจกรรม “ชวนแต่งไทย ไปเล่นสงกรานต์” ด้าน ผู้ประกอบการและผู้จัดงานเอกชนและ ทอ้งถนิ่หลายแห่งทั้งในกรงุเทพมหานครและ ต่างจังหวัดก็ออกมารับลูก รณรงค์ชักชวนให้ใส่ชุดไทยออกมาเล่นนํ้าสงกรานต์กันทั้ง สถานที่สำคัญใจกลางเมืองใหญ่และทั่วประเทศ

จากประเพณดีงีาม สู่ความสนุกมึนเมา แม้หลายคนจะมองว่า คนเหอแต่ง ชุดไทยเล่นสงกรานต์คือแค่เรื่อง “กระแส” สนุกๆ ชั่วครั้งชั่วคราว แต่มองอีกมุมแบบ เปิดใจนิดๆ ก็ค้นพบว่าปรากฏการณ์ดังกล่าว มีประเด็นที่ “น่าจับตา”ไม่น้อย  การแต่งกายย้อนยุคไม่เพียงเกิดจาก กระแสฮิต หากยังสะท้อนถึง “ความต้องการ” ว่าลึกๆ แล้ว คนไทยยังโหยหาบรรยากาศ และวิถีชีวิตที่งดงามในอดีตด้วยหรือไม่? ในอดีตประเพณีสงกรานต์ยังสะท้อน ถึงพื้นฐานทัศนคติ แนวคิดและความเชื่อ ไว้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นความรัก สนุกสนาน การมีวิถีอยู่กับธรรมชาติและ ให้ความสําคัญกับ “ครอบครัว” ทั้งแสดง ถึงสังคมที่มีความเอื้ออาทรโอบอ้อมซึ่งกัน และกัน ความกตัญญูเคารพต่อผู้อาวุโส และธรรมชาติ นอกเหนือจากการใช้ “นํ้า” เพื่อดับคลายความร้อนในช่วงอุณหภูมิ สูงที่สุดของทุกปี 

หากย้อนทบทวน “สงกรานต์” ใน วันวานแท้จริงจะพบว่า วันนี้วิถีสงกรานต์ ไทยเปลี่ยนไปราวกับหน้ามือและหลังมือ เมื่อความสําคัญในแง่วัฒนธรรม ประเพณีท้องถิ่นที่มีคุณค่า ถูกตีค่าเป็น เม็ดเงิน ไปจนถึงมูลค่าทาง “เศรษฐกิจ” ทําให้ทุกวันนี้ วันสงกรานต์จะถูกนําเสนอใน แง่ของการท่องเที่ยว และการกระตุ้นการ จับจ่ายใช้สอยที่สูงที่สุดในแต่ละปี และนี่คือ สาเหตุที่ทําให้หลายหน่วยงานผ้จัดกิจกรรม จึงพยายาม “บิวท์” ให้เป็นกิจกรรมเพื่อ ตอบโจทย์ความสนุกสุขขีด  ซึ่งเมื่อสงกรานต์ยุคใหม่ ถูกตีโจทย์ ด้วยความสนุก ดังนั้น เสียงเพลงคึกคัก และความมึนเมาเร้าใจ เครื่องดื่ม “แอลกอฮอล์” ในมือ จึงกลายเป็นสิ่งที่ หลายคนเชื่อว่าเป็น “ของที่ต้องมี” เหล้ายาจึงแทรกซึมสู่ประเพณีแทบ ไม่เห็นเค้าของงานสงกรานต์สู่ยุคเสื่อมถอย ที่ทําให้หลายคนเบื่อหน่ายเลิกออกมาเล่น สงกรานต์เพราะมองว่าไม่ปลอดภัย ด้วย

ปัญหาการถูกลวนลามที่เริ่มลุกลามมากขึ้น แถมยังต้องเสี่ยงอันตรายจากปัญหา อุบัติเหตุเพราะความเมาแล้วประมาท ซึ่งข้อมูลสําคัญจากผู้จัดการ สสส. ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ เล่าถึงข้อมูล ผลสํารวจความคิดเห็นต่อการจัดงาน สงกรานต์ ปี 2560 โดยศูนย์วิจัย เพื่อการ พัฒนาสังคมและธุรกิจ (SAB) ว่า สิ่งที่ประชาชนกังวลเมื่อมาเที่ยว สงกรานต์ 3 ประเด็น คือ ทะเลาะ วิวาท ร้อยละ 55.9 เล่นนํ้าที่ รุนแรง ร้อยละ 40.9 และ อบุติเหตุ ร้อยละ 38.6 ทั้งนี้คนมาเที่ยวชม งานสงกรานต์ เห็นว่า การเล่นสงกรานต์แบบ ไร้แอลกอฮอล์ จะช่วยลด อุบัติเหตุ การเสียชีวิต ลดปัญหาทะเลาะววิาทได้ ด้านข้อมูล จากศนูย์อำนวยการ ความปลอดภัยทาง ถนน ช่วงสงกรานต์ ปี 2560 พบว่า มีอุบัติเหตุทางถนน 3,690 ครั้ง มีผ้เสียชีวิต 390 ราย มีผ้บาดเจ็บ 3,808 คน สาเหตุ การเกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือ การเมาสุรา 43.06% รองลงมาคือ ขับรถเร็วเกินที่ กฎหมายกําหนด 27.86% แสดงให้เห็นว่า พฤติกรรมเสี่ยงหลักทั้ง 2 ประเด็น เป็น เรื่องที่ต้องดําเนินการอย่างเข้มข้น ปรากฏการณ์ใหม่สงกรานต์ไร้แอลฯ หลังความพยายามส่งเสริมค่านิยมใหม่ มาหลายปี เพื่อลดพื้นที่สงกรานต์

แอลกอฮอล์ สํานักงานกองทุน สนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้ผนึกภาคีเครือข่าย ชวนพื้นที่ทั่วไทย จัดโซนนิ่งเล่นนํ้าปลอดภัยปลอดเหล้า แก้ปัญหาอุบัติเหตุที่ต้นตอมาหลายปี จนล่าสุดสามารถโชว์ผลงานเป็นรูปธรรม โดย สสส. และภาคเครือข่า ย สนบั สนนุ การสร้างความปลอดภัยบนท้องถนนมา ตั้งแต่ปี 2546 โดยมุ่งสร้างกลไกการทํางาน ในเชิงระบบเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา อุบัติเหตุทั้งในระดับพื้นที่และระดับชาติเน้นการรณรงค์และป้องกันตลอดทั้งปี ไม่ใช่เพียงเฉพาะช่วงเทศกาลปีใหม่ หรือ สงกรานต์เท่านั้น แต่สถิติการเกิดอุบัติเหตุ ในช่วงเทศกาลจะสูงกว่าช่วงเวลาปกติ สสส. จึงใช้เป็นวาระรณรงค์กระตุฃ้นเตือน สังคมเป็นพิเศษ วิษณุ ศรีทะวงศ์ ผู้จัดการแผนงาน นโยบายสาธารณะ สํานักงานเครือข่าย องค์กรงดเหล้า (สคล.) กล่าวว่า สคล. ร่วมกับ สสส. ขับเคลื่อนนโยบายเชิงรุก โดยสนับสนุนการจัด Zoning พื้นที่เล่นนํ้า สงกรานต์ปลอดภัยปลอดเหล้า มาตั้งแต่ ปี 2549 เริ่มจากทดลองจัด Zoning เล่นนํ้า ปลอดเหล้า 4 พื้นที่ ใน 3 จังหวัด และขยายพื้นที่ต่อเนื่องจากครบ 77 จังหวัด ทั่วไทย ในปี 2557 โดยล่าสุด ในปี 2560 มีพื้นที่เลีนนํ้าปลอดเหล้ามากถึงกว่า 3,200 แห่ง ซึ่งเป็นผลมาจากกระทรวง มหาดไทย ได้บรรจุเป็นมาตรการสําคัญให้ ทุกจังหวัดต้องจัดพื้นที่เล่นนํ้าปลอดเหล้า ปลอดภัย โดยในจํานวนนี้เป็นพื้นที่ที่ สสส. สนับสนุนเพียง 150 แห่ง อาทิ ถนนตระกูล ข้าว 50 แห่ง และพื้นที่อื่นอีก 100 แห่ง  แต่จากการที่ช่วงหลัง งานสงกรานต์ แต่ละปี มีปัญหาการล่วงละเมิดต่อผู้หญิง เกิดขึ้นซํ้าแล้วซํ้าเล่า และที่สําคัญ เมื่อ เกิดปัญหาขึ้นแล้ว ไม่ค่อยมีใครรู้ว่าควรทำ อย่างไรต่อไป ทําให้ผ้กระทําผิดยังสามารถ อยู่ได้ในสังคม ปัญหาจึงไม่หมดไป ที่สําคัญ หลายเสียงต่างเห็นว่า การจัดสงกรานต์ปลอดเหล้าไม่ได้าให้ นักท่องเที่ยวลดลง โดยส่วนใหญ่ร้อยละ 80.6 เห็นด้วยว่าการจัดงาน สงกรานต์ ควรจัดแบบปลอดเหล้า แต่อย่างไรก็ตาม ร้อยละ 68.2 ยังเห็นว่าการดื่มเครื่องดื่ม

แอลกอฮอล์ช่วงสงกรานต์เป็นเรื่องปกติ ธรรมดา นอกจากนี้ข้อมูลงานวิจัยชี้ชัดว่า การจัดงานสงกรานต์ปลอดเหล้า หรือ กําหนดโซนนิ่งพื้นที่เล่นนํ้าปลอดเหล้า มีส่วนช่วยกระตุ้นความสนใจให้คนมา เที่ยวงานมากขึ้น  ข้อมูลดังกล่าว สอดรับกับคน ส่วนใหญ่ที่เห็นว่างานสงกรานต์ปลอดเหล้า ไม่ได้ทําให้นักท่องเที่ยวลดลง ไม่ได้ทําให้ บรรยากาศเงียบเหงาหรือไปกระทบ ก่อผลเสียต่อธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ กลับช่วยให้สงกรานต์เป็นเทศกาลแห่ง ความสุขปลอดภัย แต่เรื่องที่ยังน่าห่วงคือ การจัดงานประเภท MidNight สงกรานต์ หรือสงกรานต์เล่นนํ้ากลางคืน ที่ถูกธุรกิจ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใช้เป็นเครื่องมือ ส่งเสริมการขายเหล้าเบียร์ โดยจัดกิจกรรม เล่นนํ้าตามผับ บาร์ ร้านเหล้าและลานหน้า ห้างสรรพสินค้า มีคอนเสิร์ตพ่วงลานเบียร์ อาจกลายเป็นสาเหตุสําคัญของความ สูญเสียได้

เลิศปัญญา บูรณบัณฑิต อธิบดีกรม กิจการสตรีและสถาบันครอบครัว จาก กระทรวง พม. เอ่ยเสริมเห็นด้วยในการจัด งานสงกรานต์แบบไร้แอลกอฮอล์ ช่วยลดอุบัติเหตุ ลดการ สูญเสียชีวิต ลดปัญหา ทะเลาะวิวาท และ ไม่ทําให้นักท่องเที่ยว ลดลง รวมถึงรณรงค์ ปัญหาไม่ละเมิดทางเพศ หรือลวนลามในงานได้ ดังนั้น ในปี 2561 นี้ ยังมุ่งเน้น การขยายการสร้างความร่วมมือจาก หน่วยงานรัฐและภาคเอกชน จัดพื้นที่เล่น นํ้าปลอดภัยปลอดเหล้าเพิ่มมากขึ้น เพื่อ ปกป้องเยาวชนไม่ให้เป็นนักดื่มหน้าใหม่ ในช่วงสงกรานต์ และลดอัตราการเกิด อุบัติเหตุในช่วงเทศกาลลง นอกจากนี้ ทางภาคีเครือข่ายฯและ สสส. ก็เคยนําร่องบทเรียนความสําเร็จ จัดงาน Midnight สงกรานต์กลางคืนแบบ ปลอดเหล้า เช่น ที่ถนนข้าวทิพย์ปลอดเหล้า จังหวัดจันทบุรี มีโครงการฝากเหล้าไว้กับ ตํารวจ หรืองาน Had Yai Midnight Paradise ที่สงขลาจัดแบบสนุกได้ไร้ แอลกอฮอล์ และงานสงกรานต์โนแอล ที่ห้าง Limelight Avenue ที่ภูเก็ต รวมถึง การจัดงานที่หน้า Centra lWorld กรุงเทพ ที่จัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 7  เหล่านี้ช่วยยืนยันความสําเร็จว่า สงกรานต์ไม่ต้องมีเหล้าก็สนุกได้ แถมผล จากการควบคุมผลกระทบจากเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ ยังมีผลช่วยให้ปัจจัยเสี่ยง ต่าง ๆ ลดลงได้อย่างมาก กอรปกับปีนี้เป็น โอกาสดีที่จะดึงกระแสความเป็นไทยมาช่วย สะกิดใจ ให้คนไทยกลับไปเล่นนํ้าสงกรานต์ แบบดีงามในอดีตมากขึ้น  ในอนาคตจึงหวังว่างานสงกรานต์แบบ ไทยไทยจะสนุก ปลอดภัยไม่ไกลเกินเอื้อม