“เศรษฐกิจหมุนเวียน” เส้นทางสร้างมูลค่าขยะ PTTGCรุกนวัตกรรมพัฒนาผลิตภัณฑ์ยั่งยืน
การพัฒนาเศรษฐกิจของทั่วโลกในอดีตที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ล้วนแล้วแต่มีเป้าหมายเพื่อการยกระดับความเป็นอยู่ของประชากรในประเทศให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น กระบวนการพัฒนา และสร้างสรรค์ ในด้านต่างๆ ทั้งภาคการลงทุน ภาคบริการ นำมาซึ่งการใช้ทรัพยากรอย่างไม่มีขีดจำกัด และไม่คำนึงถึงผลกระทบที่จะตามมา ทั้งในด้านความสมดุลทางสิ่งแวดล้อมและสภาพแวดล้อมทางสังคมทีมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องในหลายประเทศ เล็งเห็นถึงปัญหาปริมาณขยะที่นับวัน จะมีจำนวนมากขึ้นในทุกๆปี ทำให้หลายหน่วยงาน
ทั้งภาครัฐ เอกชน และองค์กรระหว่างประเทศ มีการตื่นตัวในเรื่องนี้ และนำมาสู่การวางกรอบและแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจในยุคใหม่ ในทิศทางที่เป็นเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่คำนึงถึงการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อให้รู้คุณค่าของการใช้ทรัพยากร และไม่ก่อให้เกิดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม ด้วยปัญหาดังกล่าว จึงเป็นที่มาของ เป้าหมาย ของการบริหารจัดปัญหาขยะให้มีปริมาณลดลง ด้วยการแปรรูปให้สามารถนำกลับมาใช้ได้ใหม่ โดยไม่สร้างขยะอีกหรือขยะเหลือศูนย์ (Zero Waste) นับเป็นเทรนด์ที่ทั่วโลกนิยมนำมาใช้ รวมถึงประเทศไทย ที่ปัจจุบันทั้งภาครัฐ และเอกชน ได้นำแนวทางของ เศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy มาเป็นแนวทางการพัฒนาธุรกิจ ควบคู่ไปกับความรับผิดชอบทางสังคม โดยคำนึงถึงกระบวนการผลิตในทุกผลิตภัณฑ์ที่ต้องเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
“เศรษฐกิจหมุนเวียน” จึงเป็นคำตอบของภาคธุรกิจเพื่อรองรับกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเนื่องจากจะเปลี่ยนวงจรของธุรกิจให้หมุนเวียนด้วยตัวเองให้ได้มากที่สุด เข้าใจง่ายๆ ก็คือการนำทรัพยากรกลับมาใช้ ให้เป็นวัสดุใหม่ซึ่งทรัพยากรก็เอามาจากตัวสินค้าที่ใช้แล้วนั่นเอง ดังนั้นเศรษฐกิจหมุนเวียนจึงตั้งอยู่บนหลักการ 2 ข้อ ได้แก่ การรักษาและเพิ่มการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพให้เกิดประโยชน์สูงสุด และ การลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด
ประเทศที่เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน ได้แก่ เยอรมัน ญี่ปุ่น จีน เป็นต้น โดยตัวอย่างแบรนด์ที่มีส่วนร่วมกับแนวทางดังกล่าว เช่น ไนกี้ (Nike) ที่นำเศรษฐกิจหมุนเวียนมาใช้กับขั้นตอนการผลิตโดยกำหนดให้ 71% ของเสื้อผ้าและรองเท้าต้องทำมาจากวัสดุรีไซเคิล และเลือกวัตถุดิบคุณภาพสูงจากเศษวัสดุเหลือใช้ในโรงงาน ขณะที่แบรนด์อาดิดาส (Adidas) ได้ผลิตรองเท้ารุ่นพิเศษ ทำจากขยะและตาข่ายจับปลาในทะเล นอกจากนี้แบรนด์ เอช แอนด์ เอ็ม (H&M) ได้ตั้งเป้าหมายให้ธุรกิจเป็นเศรษฐกิจหมุนเวียน 100% โดยนำเสื้อผ้าใช้แล้วกลับมาผลิตใหม่ เป็นต้น
หันมาดูประเทศไทยกันบ้างพบว่า ในแผนยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) ได้กำหนดยุทธศาสตร์ด้านการสร้างการเติบโตด้วยคุณภาพชีวิต ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสอดรับกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนข้อที่ 12 กำหนดโดยองค์การสหประชาชาติ ว่าด้วยเรื่องแผนการบริโภค และการผลิตที่ยั่งยืน อย่างไรก็ตามการตื่นตัวของภาคธุรกิจของไทยในเรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียนนั้นยังมีไม่มากนักแต่ที่โดดเด่นและน่าจับตามองที่สุดในขณะนี้ ก็คือ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC
PTTGC มีการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมในกระบวนการผลิต จัดทำโครงการลดผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น โครงการอนุรักษ์พลังงานของโรงงาน ทำให้สามารถลดการใช้พลังงานลดลงได้ถึง 570 ล้านบาท ในปี 2560นอกจากนี้ยังมีโครงการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ตามหลักการ 3Rs (Reduce, Reuse, Recycle) ซึ่งปี 2560สามารถลดปริมาณการใช้น้ำได้ถึง 7.69 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมถึงได้ริเริ่มโครงการ Uycycling the Oceans, Thailandเพื่อส่งเสริมการจัดการปัญหาขยะในแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลของไทย สร้างจิตสำนึกในการทิ้งและแยกขยะพลาสติกเพื่อสามารถนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่า เป็นต้น
ในปี 2561 PTTGC ได้ร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจัดทำกลยุทธ์สู่เป้าหมายเศรษฐกิจหมุนเวียนหรือ Circular Economy Strategy โดยจะศึกษาว่าทั่วโลกได้มีการดำเนินการเรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างไร โครงการต่างๆ ที่ดำเนินการอยู่จะต่อยอดทำอะไรได้อีกหรือไม่ รวมถึงการกำหนดแนวทางการดำเนินธุรกิจด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนสำหรับกลุ่มบริษัท PTTGC
การจัดทำกลยุทธ์ดังกล่าวจะให้ความสำคัญในเรื่อง ของ 5Rs ต่อยอดจาก 3Rs เดิม ที่ประสบความเร็จอย่างดี ประกอบด้วย Reduce (ลดการใช้หรือใช้น้อยเท่าที่จำเป็น) Reuse (การใช้ซ้ำ) Recycle (การแปรรูปมาใช้ใหม่) Refuse (ปฏิเสธการใช้สารเคมีที่ไม่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม)และRenewable (ใช้ทรัพยากรแบบหมุนเวียน) โดยแผนการปฏิบัติ 5Rs จะมีความเข้มข้นของการบริหารจัดการของเสียทั้งวงจรการผลิต และผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นสู่ผู้ใช้ทั้งกลุ่มลูกค้าจนถึงผู้บริโภค สามารถยืดอายุการใช้งานของวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้
ทั้งนี้ Renewable จะมุ่งเน้นมุมมองใน 2 มิติ คือ มิติในเรื่องของวัตถุดิบ ซึ่งเน้นเรื่องของ Bio-Economy ที่มีแผนจะดำเนินการลงทุนในพื้นที่ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และมิติในเรื่อง พลังงานทางเลือก เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ติดตั้งบนพื้นดิน (Solar Roof) และ พลังงานลม (Wind Turbine) เป็นต้น
แนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียนจึงเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืนซึ่งจำเป็นจะต้องได้รับความร่วมมือจากภาครัฐ เอกชน และประชาชนทั่วไป เพื่อให้ทุกฝ่ายพร้อมรับมือกับเทคโนโลยีที่กำลังจะเปลี่ยนไป รวมไปถึงการสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ผลิตและผู้บริโภคให้ยอมรับในผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อเตรียมความพร้อมให้ไทยก้าวสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป






